โฆษกรัฐแจงแทน “บิ๊กตู่” มาตรฐานเดียว โยนกกต.ดูสุเทพจัดอีเวนท์คารวะแผ่นดิน

“พุทธิพงษ์” แจงแทน “บิ๊กตู่” ปมอีเวนท์คารวะแผ่นดิน รปช. ชี้หน้าที่ กกต. ดู ยันใช้มาตราฐานเดียวทุกพรรค

ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลการจัดการขยะมูลฝอย “จังหวัดสะอาด” ประจำปี พ.ศ. 2561 และรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2561 โดยระหว่างที่นายกฯ กำลังเดินกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เรียกนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาคุยด้วยสักครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเดินขึ้นห้องทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน ถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้ดำเนินกิจกรรม “คารวะแผ่นดิน” เพื่อเดินสายหาสมาชิกพรรค รปช.ในหลายพื้นที่

จากนั้น นายพุทธิพงษ์ มาชี้แจงคำถามดั่งกล่าวแทนนายกฯ ซึ่งเป็นการทำหน้าที่โฆษกฯครั้งแรก หลังจากได้รับการแต่งตั้งเมื่อวาน (24 ต.ค.) ว่า ทุกพรรคต้องปฏิบัติตามระเบียบที่วางไว้ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็มีหน้าที่ชัดเจน ที่จะต้องติดตามและตรวจสอบ ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบและระเบียบ รวมถึงข้อกฎหมายที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนก็ตาม ซึ่งรวมถึงพรรค รปช.ด้วย ทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในการเข้าไปแทรกแซง หรือจะใช้อำนาจไปสั่ง กกต. ได้ เชื่อว่ากระบวนการอำนาจของ กกต. จะเข้มแข็งพอ ที่จะตรวจสอบทุกพรรคให้เป็นไปอย่างเท่าเทียมได้

เมื่อถามว่า จะถูกวิจารณ์หรือไม่ว่า พรรคที่สนับสนุนรัฐบาลอย่างพรรคพลังประชารัฐ หรือ รปช. ไม่ถูกดำเนินการอะไร ในขณะที่พรรคขั้วตรงข้าม เช่นพรรคเพื่อไทย กลับโดนห้ามดำเนินกิจกรรมมาตลอดนั้น นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ต้องไปดูที่ กกต. ว่าใช้ข้อบังคับที่มีอยู่มาปฏิบัติได้เป็นไปตามกรอบหน้าที่มากน้อยแค่ไหน ซึ่ง กกต. มีอำนาจเต็ม และมีแนวทางที่จะตัดสิน หรือตรวจสอบการกระทำและกิจกรรมของแต่ละพรรคการเมือง

เมื่อถามว่า หลังจากที่ปฏิบัติหน้าที่โฆษก นายกฯได้กำชับเรื่องอะไรหรือไม่ในการแถลงข่าว นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่าจากนี้ในประเด็นที่มีความจำเป็น โดยเฉพาะเรื่องที่มีการกล่าวหา หรือการนำเสนอข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง การให้ร้ายและข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ตนจะออกมาชี้แจงและนำข้อมูลที่ถูกต้องมานำเสนอ ที่ผ่านมาอาจจะมีการตั้งรับและไม่ค่อยมีการชี้แจง ก็จะมีกระบวนการเบี่ยงเบน ให้ข้อมูลที่เป็นเท็จในการกล่าวหารัฐบาล จากนี้ตนจะพยายามชี้แจงให้มากที่สุด เพื่อเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งส่วนนี้ไม่ใช่ข้อกังวลของนายกฯ แต่เนื่องจากสถานการณ์กำลังเข้าสู่การเลือกตั้ง รัฐบาลก็เป็นฝ่ายตั้งรับและต้องทำงาน แต่ในเรื่องที่มีการกล่าวหา ใส่ร้ายป้ายสี และให้ข้อมูลเป็นเท็จกับรัฐบาลนั้น มีเกิดขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา จากนี้จึงต้องชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง สื่อสารกับประชาชน อย่างไรก็ตามสำหรับทีมโฆษกเดิม ก็ยังเป็นทีมเดียวกันอยู่ แต่อาจจะต้องมีการเพิ่มเติมในบางส่วนตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป โดยจะพยายามเน้น ในเรื่องผลงานของรัฐบาลที่ทำมา หรืออาจจะนำข้อมูลที่เกิดขึ้นก่อนและหลัง รวมถึงผู้ที่มีส่วนได้เสีย หรือได้รับประโยชน์จากนโยบายต่างๆ มาแลกเปลี่ยนให้ประชาชนทราบมากขึ้น

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน