มาดามเดียร์ สวมเสื้อพลังประชารัฐ ชี้ถึงเวลาทำงานเพื่อบ้านเมือง

“มาดามเดียร์” อดีตผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทยชุดอายุ 23 ปี เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เพราะมองว่าถึงเวลาต้องเข้ามาช่วยทำงานเพื่อบ้านเมือง พร้อมยืนยันสื่อใต้สังกัดเป็นอิสระ ไม่เคยแทรกแซงกองบรรณาธิการ

นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี หรือ มาดามเดียร์ ขณะเดินเข้าอาคารที่ทำการเพื่อสมัครเป็นสมาชิก พรรคพลังประชารัฐ

นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี หรือ มาดามเดียร์ อดีตผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทยชุดอายุ 23 ปี เดินทางเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ หรือ พปชร. โดยมี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการ พปชร. ให้การต้อนรับ ท่ามกลางแฟนคลับที่มาให้กำลังใจด้วย

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ยินดีที่บุคคลทั้งสองตัดสินใจเข้าสู่สนามการเมือง และเป็นความหวังให้กับประชาชน ส่วนจะได้รับเลือกให้ลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกลไลการพิจารณาของพรรค ซึ่งทั้งสองคนไม่ได้วางเงื่อนไขว่าต้องมีตำแหน่งภายในพรรค ตรงกับวัตถุประสงค์ของพรรคที่ไม่ได้ตั้งพรรคขึ้นมาเพื่อเป็นข้อต่อรอง

นางสาววทันยา กล่าวว่า ต้องขอหารือกับผู้ใหญ่ภายในพรรคในประเด็นการลงรับสมัครรับเลือกตั้งว่า มีความเหมาะสมหรือไม่ หรือ จะสามารถช่วยงานในส่วนอื่นๆ เพราะการตัดสินใจเข้าสู่สนามการเมืองต้องทำงานโดยยึดผลประโยชน์ส่วนรวม เหตุผลที่ตัดสินใจเข้าร่วมพรรคพปชร.เนื่องจากได้แง่คิดจากผู้ใหญ่หลายท่าน ที่ผ่านมาในการทำงานด้านสื่อสารมวลชนสามารถทำหน้าที่ได้เพียงตั้งคำถาม แต่งานการเมืองสามารถมือทำให้เกิดผลได้จริง ดังนั้นเมื่ออยากให้ความเปลี่ยนจึงต้องลงมือทำด้วยตัวเอง และที่สำคัญที่สุดผู้ใหญ่ในพรรคพปชร. ทั้งนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ ไม่ได้มีพื้นฐานมาจากการเป็นนักการเมือง แต่มาจากผู้บริหารที่เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ส่วนตัวชื่นชมการทำงานในหลายๆด้าน จึงคิดว่าถึงเวลาที่ตัวเองจะต้องเสียสละในการลงมือทำงานเพื่อประเทศชาติ

นางสาววทันยา กล่าวว่า หากได้รับเลือกให้ลงสมัครรับเลือกตั้งไม่ว่าจะในระบบบัญชีรายชื่อและส.ส.เขต จะลาออกจากผู้บริหารสปริงนิวส์ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในแง่ของการทำงาน พร้อมยืนยันว่า แม้ขณะนี้จะเป็นสมาชิกของพรรคพปชร.แล้ว แต่กองบรรณาธิการของสปริงนิวส์ เป็นอิสระในการทำงานไม่เคยถูกแทรกแซงจากฝ่ายบริหาร

นายสนธิรัตน์ ยืนยันว่า ไม่มีข้อต่อรองหรือข้อแลกเปลี่ยนกับบุคคลที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพปชร. นอกจากนี้ย้ำว่า ไม่ถึงเวลาในการวางตัวบุคคลที่จะเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ยืนยันว่าพรรคจะคัดสรรบุคคลที่ประชาชนต้องการ และมั่นใจได้ว่าจะสามารถขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมาย คาดว่า จะเปิดเผยรายชื่อได้หลังประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง

ในวันที่ 18 พ.ย. ที่จะมีการประชุมพรรคและเปิดผู้สมัครว่าที่ผู้สมัครลงเลือก นายสนธิรัตน์ ระบุว่า จะมีอดีตส.ส.และนักการเมืองหลากหลายกลุ่มที่ตัดสินใจร่วมงานการเมืองกับพรรคพปชร.มาร่วมงานอย่างแน่นอน พร้อมย้ำว่า ไม่ได้ตั้งเป้าจำนวน ส.ส. เพราะการตัดสินใจขึ้นอยู่กับประชาชน