การเมือง คอลัมน์

คืนความสุขประมงไทย 4 ปีที่รอคอย“ปลดล็อก” ใบเหลืองไอยูยู

คืนความสุขประมงไทย 4 ปีที่รอคอย“ปลดล็อก” ใบเหลืองไอยูยู ทำไมต้องดีใจกันนักหนา

“ผมยืนยันว่า นี่เป็นผลของการทำงานอย่างหนักและตรงไปตรงมาอย่างที่ทุกท่านทราบ นโยบายด้านไอยูยูไม่ได้เกี่ยวกับการลงโทษประเทศต่าง ๆ หรือเกี่ยวข้องกับทางการเมือง แต่เกี่ยวกับความร่วมมือ โดยในระยะสามปีครึ่งที่ผ่านมา เราได้ทำงานร่วมกันอย่างหนักกับเจ้าหน้าที่ของไทย เพื่อทำให้การปฏิรูปการประมงของไทยเสร็จสมบูรณ์”เคอเมนู เวลลา กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม กิจการทางทะเล และประมง ระบุ

ภายหลังการประกาศแถลงการณ์ผลการพิจารณาปลดใบเหลืองประมงไอยูยูของประเทศไทย ซึ่งเป็นเพียงประเทศเดียวที่ได้รับการพิจารณาในครั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา

ส่วนที่สื่อมวลชนต่างประเทศ ถามว่า เหตุผลที่ปลดใบเหลืองของไทย เป็นเพราะประเทศไทยกำลังเป็นประชาธิปไตย เพราะจะมีการจัดการเลือกตั้งในปี 2562 หรือไม่ “เคอเมนู”  ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาปลดใบเหลือง

นับเป็นข่าวดีสำหรับประเทศไทย และเป็นผลงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างแท้จริง หลังถูกสหภาพยุโรป (อียู) ประกาศให้ใบเหลืองจากปัญหาประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (ไอยูยู) มาตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย.2558 ซึ่งที่ผ่านมา

เหตุที่อียูแจก “ใบเหลือง”ให้ไทยนั้น สืบเนื่องมาจากเมื่อปี 2554  อียู ได้ส่งตัวแทนเข้ามาตรวจสอบการควบคุมประมงผิดกฎหมายในประเทศไทย เพื่อพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ผ่านไป 3 ปีไทยยังไม่ได้มีการปรับปรุงให้เป็นไปภายใต้กฎระเบียบของไอยูยูจนที่สุดต้องออกประกาศให้ใบเหลืองดังกล่าว

แม้ใบเหลืองจะเป็นเพียงประกาศเตือน ยังไม่ส่งผลต่อการระงับการนำเข้าสินค้าประมงที่จับโดยเรือไทยที่ส่งไป ขายในตลาดสหภาพยุโรป และยังให้โอกาสในการปรับปรุงแก้ไข แต่หากไม่เร่งแก้ไข และปล่อยให้สถานการณ์เลวร้าย อาจถูกปรับเป็น “ใบแดง”  ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสินค้าประมงทุกประเภทที่จับโดยเรือที่ชักธงไทยจะถูกระงับการนำเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรป  อาจทำให้ประเทศไทยสูญเสียรายได้จากส่งออกกว่า 1 แสนล้านบาทแล้ว และอาจเกิดวิกฤติกับผู้ประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมประมงทั้งระบบ

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายประเมินกันว่าเป็นเรื่องยากที่จะหลุดจากใบเหลืองได้และมีโอกาสเสี่ยงที่จะได้ใบแดง ทว่าเมื่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาก็เล็งเห็นปัญหาและเร่งแก้ไขโดยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตั้ง “ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย” ขึ้นมาเป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาพร้อมออกกฎ 15 ข้อ มาบังคับใช้กับเรือประมงในทะเล มีการเปลี่ยนตัวอธิบดีกรมประมง โดยมีการประเมินผลเป็นระยะๆ แต่ก็ลุ้นกันมาจนถึงปัจจุบัน

โดยไทยสามารถแก้ปัญหาครอบคลุมทั้ง 6 ด้าน คือ 1.ด้านกฎหมาย 2.ด้านการบริหารจัดการประมง 3.ด้านการบริหารจัดการกองเรือ 4.ด้านการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง 5.ด้านการตรวจสอบย้อนกลับ 6.ด้านการบังคับใช้กฎหมาย

รื้อ ทำลายซากเรือประมง แก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย

“นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ผมมากำกับดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และจากนี้ไปรัฐบาลไทยก็ยังมีความมุ่งมั่นทางการเมืองที่แน่วแน่และชัดเจน ที่จะขจัดปัญหาการทำประมงไอยูยู เพราะตระหนักดีถึงความจำเป็นที่จะต้องรักษาความยั่งยืนของทรัพยากรสัตว์น้ำเพื่ออนุชนรุ่นหลัง มิใช่เฉพาะแต่ของไทยแต่ของโลกโดยรวม ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาประมงไอยูยูได้ถูกกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ”พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ระบุ

พล.อ.ฉัตรชัย ยังบอกว่า การเจรจากับอียูครั้งนี้ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบร่วมกันเกี่ยวกับแผนงานความร่วมมือในอนาคตกับสหภาพยุโรปเพื่อให้ไทยบรรลุการเป็นประเทศปลอดประมงไอยูยู หรือ ไอยูยูฟรีได้โดยสมบูรณ์ต่อไป รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือในระดับภูมิภาคของอาเซียนในการแก้ไขปัญหาการทำประมงไอยูยูร่วมกัน 3 แผน คือ1.การจัดตั้งคณะทำงานไทย-อียูต่อต้านการทำประมงไอยูยู 2.ตั้งคณะทำงานร่วมอาเซียนเพื่อป้องกันและปราบปรามการทำประมงไอยูยู3.ส่งเสริมการประมงปลอดจากสัตว์น้ำและสินค้าประมงจากการทำประมงไอยูยู

ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ขอบคุณทุกฝ่าย ผ่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า นายกฯ ขอบคุณอียูที่เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาการทำประมงไอยูยู นับตั้งแต่ที่ประเทศไทยได้ใบเหลืองเมื่อเดือนเมษายน 2558 ที่สำคัญต้องยกความดีให้ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ ทั้งชาวประมง ผู้ประกอบการ และหน่วยงานภาครัฐ ที่ได้ร่วมมือร่วมใจกันเสียสละ อดทน และทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและปฏิบัติตามหลักสากล

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ผู้ประกอบการประมงและชาวประมงพื้นบ้านคงเห็นถึงประโยชน์ที่ทุกคนได้ลงแรงกันมา และนับจากนี้สถานการณ์ประมงของไทยจะดีขึ้น ค้าขายได้มากขึ้น เพราะนานาประเทศมีความเชื่อมั่น ส่วนรัฐบาลยืนยันว่าจะยกระดับมาตรฐานการประมงไทยทุกด้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ไทยบรรลุการเป็นประเทศปลอดประมงไอยูยู หรือไอยูยูฟรี อย่างสมบูรณ์ต่อไป

คณะผู้แทนสหภาพยุโรปพบ “ประวิตร” ถกความคืบหน้าแก้ปัญหาประมง IUU ของไทย

ส่วนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง บอกว่าจากนี้จะต้องคงมาตรการดูแลการประมงอย่างเข้มงวดต่อไปเพื่อรักษา “ธงเขียว” ไว้ให้ได้ตลอด เพราะกว่าจะสำเร็จได้นั้นถือเป็นเรื่องยากและทุกคนต้องเหน็ดเหนื่อยแต่รัฐบาลจะมีแนวทางช่วยเหลือชาวประมงชายฝั่งและประมงพื้นบ้านทั้ง22จังหวัดให้มีรายได้มากขึ้นด้วยการทำงานอย่างเป็นระบบนอกจากนี้ในฐานะประธานอาเซียนจะเชิญชวนกลุ่มประเทศอาเซียนร่วมมือกันกำหนดแนวทางเพื่อให้ทุกประเทศเป็นการทำประมงถูกกฏหมาย

อย่างไรก็ตาม นับเป็นอีกก้าวของความสำเร็จของประเทศไทย 4 ปีที่มุ่งมั่นจนสามารถ “ปลดล็อก” ใบเหลืองได้ ซึ่งนอกจากจะช่วยยกระดับการประมงพาณิชย์ของไทย อันจะส่งผลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจแล้ว

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ปลุกความเชื่อมั่นของชาวโลกที่มีต่อไทย และนับเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จของการปฏิรูปอุตสาหกรรมประมงไทยครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์อีกด้วย