การเมือง

“ณัฐวุฒิ” ซัดความยุติธรรมอยู่ที่สำนึกปัดอิจฉา “แรมโบ้” หลุดคดี

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. ยืนยัน ความยุติธรรมบอกกล่าวกันไม่ได้ แต่ขึ้นอยู่กับสามัญสำนึก พร้อมระบุ ไม่ได้อิจฉา “แรมโบ้อีสาน” ที่หลุดคดี แต่ให้ระวัง คนจะคิดว่าทำกันเป็นขบวนการ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ และแกนนำ นปช. โพสต์ข้อความแสดงความเห็นกรณีแสดงความเห็นกรณีพนักงานอัยการสำนักงานจังหวัดพัทยา ไม่สามารถนำตัวนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน อดีตนปช. และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ มาฟ้องต่อศาลจังหวัดพัทยาในคดีล้มประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ปี 2552 จนคดีขาดอายุความ ซึ่งนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ออกมาชี้แจงว่าทางอัยการไม่ได้มีการปล่อยปละละเลย และดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนกฎหมาย

โดยนายณัฐวุฒิ ยืนยัน ตนไม่ได้ติดใจเรื่องตัวบุคคล แต่กรณีคดีขาดอายุความโดยผู้ต้องหาเพียงรายเดียวนั้น เป็นปัญหาหลักนิติธรรมที่หน่วยงานผู้เกี่ยวข้องต้องมีคำอธิบาย ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มนปช.ที่ถูกกล่าวหาได้มาพบตำรวจตามนัด แต่ไม่เคยพบเจอกับนายสุภรณ์ แม้แต่ครั้งเดียว ส่วนสาเหตุที่นปช.รายอื่น ๆ ไม่ใช่เทคนิคเดียวกับนายสุภรณ์เพื่อหลบเลี่ยงคดีนั้น ตนไม่คิดว่าตัวเองจะโชคดีขนาดนั้น เพราะที่ผ่านมายังเคยถูกออกหมายจับก่อนหมายเรียกมาแล้ว เพียงแต่ศาลไม่อนุมัติเท่านั้น

ดังนั้น เรื่องนี้ ใครจะได้ประโยชน์ หรือใครจะชี้แจงอย่างไรตนไม่ขอทะเลาะด้วย แต่ต้องระวังเพราะคนอาจคิดว่าเล่นกันเป็นขบวนการหรือไม่ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า ความยุติธรรมไม่ใช่เรื่องที่บอกกล่าวชี้นำกันได้ สามัญสำนึกของแต่ละคนต่างหากจะเป็นตัวตัดสิน ต่อให้ยกข้อกฎหมายมาทั้งโลก แต่ถ้าหัวใจมนุษย์เห็นว่าอยุติธรรม ก็ไม่มีทางได้รับการยอมรับ เช่นเดียวกับเรื่องนี้ ถ้าจะบอกว่าชอบด้วยหลักนิติธรรมแล้วก็ไม่เป็นไร แต่ตนไม่เชื่อ

ในเรื่องเดียวกันนี้ มีความเคลื่อนไหวจากนายวัน อยู่บำรุง ส.ส.เขตบางบอน-หนองแขม พรรคเพื่อไทย บุตรชายของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นเรื่องทางคดีของนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า หากทั้งคู่เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ คงจะรอดทุกคดี