7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน จี้ “ชวน” คืนสิทธิ์อภิปรายให้ “เสรีพิศุทธ์”- เดินหน้าใช้กฎหมาย

26 ก.ค. 2562 เวลา 12:25 น.

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมแถลงข่าวกรณีที่ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาไม่อนุญาตให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ขึ้นอภิปรายนโยบายรัฐบาล โดยให้เหตุผลว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้อภิปรายเสร็จสิ้นไปแล้วนั้น

โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 7 พรรคฝ่ายค้านต้องการปกป้องสิทธิและหน้าที่ของสมาชิก โดยมีความเห็นร่วมที่จะทำหนังสือถึงประธานรัฐสภา แจ้งความเห็นเรื่องการทำหน้าที่ของส.ส. ที่มีเอกสิทธิ์ที่จะอภิปรายตามระยะเวลาและจำนวนส.ส. ดังนั้นควรคืนสิทธิ์ในการอภิปรายให้กับสมาชิก นอกจากนี้ภายหลังยื่นหนังสือจะขอหารือในสภาฯ เพื่อเป็นข้อตกลงร่วมกัน เพื่อให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจบลงด้วยดี ไม่ต้องมีการดำเนินการตามกฏหมาย แม้ว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะมีสิทธิ์ในการดำเนินการตามกฎหมาย และส่งเรื่องถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ตาม

ซึ่งทางเราไม่อยากพูดว่าประธานในที่ประชุมทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง เราพอรับได้ ถ้าประธานในที่ประชุม ควบคุมการประชุมให้อยู่ภายใต้ข้อบังคับได้ นายกฯ ก็อาจไม่มีอาการอย่างนั้นให้เห็น การอภิปรายนโยบายรัฐบาลจะจบลงในเวลา 03.00 น. ของวันที่ 27 ก.ค. โดยพรรคเพื่อไทยอภิปรายไปแล้ว 7 ชั่วโมง ถือว่าเกินกว่าครึ่งไปแล้ว

ด้านพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ตนเตรียมข้อมูลอภิปรายใน 3 ประเด็น เพื่อชี้แจงให้เห็นว่านายกฯ ไม่สามารถทำงานตามนโยบายรัฐบาลได้ คำแถลงนโยบายของนายกฯ ขัดต่อรัฐธรรมนูญไม่สามารถนำมาปฏิบัติได้ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณ ไม่เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา ตนได้ลุกขึ้นอภิปรายแล้ว แต่มีข้อขัดข้องจากการประท้วง จนประธานสั่งพักการประชุม 10 นาที ระหว่างนั้นไม่ทราบว่าประธานไปพบปะพูดกับใครเมื่อเปิดประชุม ก็สั่งให้ตนถอนคำพูดประโยคที่ว่า "รัฐบาลเข้ามาก็โกงเขามา ถ้าเป็นผมคงไม่หน้าด้านเป็นนายกฯ" เมื่อตนไม่ยอมถอนคำพูด ประธานจึงใช้อำนาจสั่งให้ออกจากห้องประชุม ซึ่งตนก็ปฏิบัติตาม โดยออกไปนอกห้องประชุมและกลับเข้ามาใหม่ ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า ในวันนี้ตนเตรียมที่จะขออภิปรายต่อในประเด็นที่ยังเหลืออยู่ และแจ้งขออนุญาตประธานสภาฯ เพื่อขอเปิดคลิปวิดีโอข่าวในพระราชสำนัก ช่วงที่มีการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณ ที่ขาดข้อความสำคัญ โดยจะเห็นได้ว่าในการแถลงนโยบายรัฐบาล นายกฯ ก็พูดข้าม พูดเลอะเทอะจึงอาจเป็นไปได้ว่าในวันถวายสัตย์อาจจะพูดไม่ครบ โดยในการอภิปรายประเด็นดังกล่าวของ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ประธานสภาฯ ก็ไม่รับวินิจฉัย โดยอ้างว่าไม่มีหลักฐาน แต่เมื่อจะนำหลักฐานมาแสดงก็ไม่อนุญาต ทั้งที่ในการหารือก่อนหน้านี้ยังอนุญาตอยู่เลย ก็ไม่ทราบว่า นายชวน ไปตกลงอะไรกับใครหรือไม่ จึงตัดสิทธิ์อภิปรายตน ทั้งที่ยังมีเวลาเหลืออยู่

ที่ผ่านมาตนเคารพ นายชวน มาโดยตลอด แต่ในวันนี้ไม่ใช่ นายชวน คนเก่าอีกแล้ว จะดีจะเลวไม่ขอพูด ให้ไปพิจารณากันเอาเอง เมื่อตนพูดชัดเจนว่าจะขอใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย เพราะยังมีเวลาเหลืออยู่ 35 นาที ซึ่ง นายชวน ก็รับคำท้า ดังนั้นจึงต้องดำเนินคดีตามมาตรา 157 และยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ตนเป็นโจทก์ ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ส่วน นายชวน เป็นจำเลย ก็ให้ไปแก้ตัวกับศาล

ส่วนประเด็นที่ตนยังไม่ได้อภิปรายแต่ถูกตัดสิทธิ์ทั้งที่เวลายังเหลืออยู่ ก็จะมอบหมายให้หัวหน้าพรรคขึ้นอภิปรายแทน เพื่อชี้ให้เห็นว่านโยบายรัฐบาลขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ระบุวงเงินงบประมาณ ที่มาของเงิน ความคุ้มค่าของการดำเนินงาน รวมถึงผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินงาน รวมถึงกรณีการกล่าวคำถวายสัตย์ไม่ครบถ้วน อะไรถูกต้องเราก็เชียร์ อะไรไม่ถูกต้องเราก็คัดค้าน จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้องสกัดกั้นไม่ให้พรรคเสรีรวมไทยพูด หรือว่ากลัวว่านโยบายรัฐบาลจะไม่ผ่าน

ขณะที่ พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า 7 พรรคฝ่ายค้านต้องการปกป้องอำนาจรัฐสภาที่อยู่เหนือฝ่ายบริหาร ส.ส.มีเอกสิทธิ์ที่จะแสดงเหตุและผลในสภา เหตุการณ์ประท้วงกันในสภาฯก็เป็นเรื่องปกติ วิธีการควบคุมการประชุม ประธานฯสามารถยืนขึ้นเพื่อให้ทุกคนนั่งลง หรือสั่งให้ทุกคนนั่งลง การสั่งให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกนอกห้องประชุม แต่สิทธิ์ในการอภิปรายยังคงมีอยู่เช่นเดิม