การเมือง

“โอ๊ค” เปิดศึก “อุตตม” ท้าสาบานวัดพระแก้วใครทำชาติเสียหาย

บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดี โพสต์ท้าทายนายอุตตม สาวนายน ให้ไปสาบานที่วัดพระแก้วด้วยกัน หากใครทำให้เกิดความเสียหายในคดีปล่อยกู้กรุงไทย ขอให้พิบัติชั่วลูกชั่วหลาน

นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนักโทษหนีคดีโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งข้อสังเกตหลายประเด็น กรณี นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคดี อนุมัติสินเชื่อนาคารกรุงไทยให้กับบริษัทในเครือกฤษดามหานคร มูลค่า 9.9 พันล้านบาท โดยมิชอบเมื่อปี 2546 พร้อมท้านายอุตตม ให้แสดงความบริสุทธิ์ใจไม่เคยได้รับผลตอบแทนจากการอนุมัติเงินกู้ธนาคารกรุงไทย ด้วยการไปสาบานต่อองค์พระแก้วมรกตด้วยกัน

นายพานทองแท้ กล่าวว่า หากนายพานทองแท้ หรือนายอุตตม เป็นส่วนหนึ่งของการทำให้ประเทศชาติเสียหายจากคดีเงินกู้กรุงไทยนี้ หรือได้รับประโยชน์ใด ๆ หรือได้ปฏิบัติใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการ อนุมัติฯครั้งนี้อย่างไม่มีธรรมาภิบาลที่ดี ขอให้มันผู้นั้นและครอบครัว จงประสบกับภัยพิบัติชั่วลูกชั่วหลานสืบไป หากนายอุตตมสะดวกวันไหน ขอให้นัดผ่านสื่อมาได้เลย

นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ขอใช้สิทธิ์พาดพิงบนพื้นที่เฟซบุ๊กนี้ ถามเรื่องการอนุมัติเงินกู้กรุงไทย ที่นายอุตตม รมว.การคลัง ได้แก้ตัวในสภาจากการที่ฝ่ายค้านได้ถามถึงความชอบธรรมในการปล่อยกู้ และนายอุตตมได้พยายามโยงมาถึงคดีอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยหนึ่งในนั้นมีคดีที่ผมตกเป็นจำเลยอยู่ด้วย ดังนี้ครับ
1.นายอุตตมได้ชี้แจงในสภาว่า ไม่เห็นด้วยกับการปล่อยกู้กรุงไทยตั้งแต่แรก แต่ในคำให้การของตน ไม่เคยมีหลักฐานยืนยันว่า นายอุตตมได้เคยคัดค้านไม่ให้ปล่อยเงินกู้โครงการนี้เลย มิหนำซ้ำยังปรากฏหลักฐานว่านายอุตตมได้ลงนามอนุมัติเงินกู้ในครั้งนี้ด้วย
คำถาม: เมื่อไม่เห็นด้วย แล้วนายอุตตมจะเซ็นชื่อลงนาม ทำให้ประเทศชาติเสียหายร่วมหมื่นล้าน ไปหาอะไร? ไหนหล่ะหลักฐานที่อ้างว่าไม่เห็นด้วย นายอุตตมนำมาโชว์ให้สังคมได้เห็นได้หรือไม่? หรือว่าเป็นเพียงลมปากเพื่อแก้ตัวเท่านั้น?
2.ข้อเท็จจริงคือ หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 แบงก์ต่างๆเริ่มจะมีมาตรการป้องกันการปล่อยเงินกู้ที่รัดกุมขึ้น โดยแบงก์กรุงไทยได้มีกฎเกณฑ์ว่า การปล่อยเงินกู้ในโครงการขนาดใหญ่ บอร์ดบริหารทั้ง 5 คน จะต้องมีมติเป็นเอกฉันท์ หากมีเพียงคนเดียวคัดค้าน ต่อให้อีก 4 คนลงนามโดยพร้อมเพรียงกัน แบงก์ก็จะปล่อยเงินกู้ไม่ได้ ประเทศชาติก็จะไม่เสียหายแม้แต่บาทเดียว
คำถาม: มีใครเอาปืน เอารถถัง ไปจ่อคอบังคับให้นายอุตตมเซ็นชื่องั้นหรือ? ตามจรรยาบรรณหรือธรรมาภิบาลที่ดีของคณะกรรมการบริษัทฯนั้น เมื่อไม่เห็นด้วยกับการอนุมัติโครงการ ควรจะปฏิบัติอย่างไร? นายอุตตมช่วยตอบสังคม ว่าการลงนามให้รัฐเสียหายร่วมหมื่นล้านครั้งนี้ เป็น Good Governance ของตนหรือไม่?
3. คนที่เป็นบอร์ดอนุมัติเงินหมื่นล้าน ซึ่งไม่ถึง 1% ของเงินหลวงในแต่ละปี ยังรักษาผลประโยชน์ของชาติไม่ได้ มีความเหมาะสมหรือไม่ที่จะให้มาดำรงตำแหน่ง รมว.การคลังของประเทศ ที่ต้องรับผิดชอบเงินปีละหลายล้านๆบาท
4. ในสำนวนคดี มีคำว่า “บิ๊กบอส” เข้ามาเกี่ยวข้อง และมีความพยายามโยงมาว่า บิ๊กบอสหมายถึง คุณพ่อผมบ้าง คุณแม่ผมบ้าง ซึ่งในคำพิพากษาที่ออกมา ศาลมิได้รับไว้พิจารณา มีเพียงความเห็นของคนๆเดียวเท่านั้น ซึ่งไม่ได้รับการยอมรับจากเสียงส่วนใหญ่ รับฟังเป็นข้อเท็จจริงไม่ได้
ถ้าบิ๊กบอสหมายถึงหัวหน้าใหญ่ หรือประธานใหญ่ ลองมามองต่างมุม และลิสต์รายชื่อของ ประธานขององค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้องกันดูบ้างว่า…..ประธานแบงค์กรุงไทย ขณะนั้นคือใคร? ประธานแบงค์กรุงเทพ (ที่ได้รับเงินจากเงินกู้นี้เยอะสุดถึง 4 พันกว่าล้าน) ขณะนั้นคือใคร? ประธานบริษัทกฤษดานคร ขณะนั้นคือใคร? รัฐมนตรีคลัง ขณะนั้นคือใคร ถ้าบิ๊กบอสมีตัวตนจริง ใครที่สมควรจะเป็นบิ๊กบอส กันแน่..?? เพราะรายชื่อระดับบิ๊กขององค์กรที่เกี่ยวข้อง อยู่ในแวดวงเดียวกันทั้งหมด
5.นายอุตตมพยายามเชื่อมโยงว่า เงินกู้ครั้งนี้มีการรับผลประโยชน์ โดยกำลังมีการพิจารณาคดีอยู่ ซึ่งผมคือหนึ่งในผู้ที่ตกเป็นจำเลยในคดีนี้ พยายามพาดพิงมาทั้งๆที่ตัวผมนั้น ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับนายอุตตมเลย ผมพยายามอยู่เงียบๆและสู้คดีไปตามกระบวนการฯแค่นั้น
ผมได้สอบถามคุณพ่อผมไปว่า ครอบครัวเราได้ทำอะไรให้นายอุตตมต้องขุ่นข้องหมองใจหรือไม่ คุณพ่อผมตอบว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกันเลย ตำแหน่งต่างๆที่นายอุตตมได้ไปนั้น ก็มาจากอาสมคิดฯ ซึ่งเป็นรองนายกฯ เป็นรัฐมนตรีคลังเป็นผู้แต่งตั้งทั้งนั้น มิหนำซ้ำตอนที่จะขอเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีคลัง อาสมคิดก็ได้มาขอตำแหน่งจากพ่อ เพื่อให้ ครม.ได้อนุมัติ ซึ่งพ่อก็ได้ให้ไป
6.สุดท้ายนี้ จากการพูดในสภาของนายอุตตมฯ อาจพยายามโยนว่ามีการรับผลประโยชน์ และพยายามกระทบมายังผู้ที่ถูกดำเนินคดีอยู่ ซึ่งสำหรับตัวผมนั้น ตั้งแต่มีการตั้งเรื่องคดีนี้ ผมได้พูดคุยกับทุกคนในครอบครัวมาโดยตลอด ขอยืนยันว่าไม่มีใครในครอบครัวผม เข้าไปเกี่ยวข้องหรือรับผลตอบแทนจากการอนุมัติของบอร์ดทั้ง 5 คนนี้เลย แต่ในส่วนของนายอุตตมที่ในอนาคตจะต้องรับผิดชอบงบประมาณจำนวนมหาศาลของประเทศ จำนวนหลายล้านๆบาท สังคมย่อมมีความเคลือบแคลงใจ และไม่สบายใจต่อพฤติกรรมที่ผ่านมา
ดังนั้น หลังจากนายอุตตมได้ตอบคำถามต่อสังคม ตามที่ผมได้ถามมานี้จนกระจ่างแล้ว ผมขอท้า นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีคลังคนปัจจุบัน ที่มิอาจปฏิเสธความด่างพร้อยของตนในอดีต ให้แสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนเองไม่เคยได้รับผลตอบแทนจากการอนุมัติเงินกู้กรุงไทยนี้ ด้วยการไปสาบานต่อองค์พระแก้วมรกตด้วยกันว่า
“หากนายพานทองแท้ หรือนายอุตตม เป็นส่วนหนึ่งของการทำให้ประเทศชาติเสียหายจากคดีเงินกู้กรุงไทยนี้ หรือได้รับประโยชน์ใดๆ หรือได้ปฏิบัติใดๆที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติฯครั้งนี้ อย่างไม่มีธรรมาภิบาลที่ดี ขอให้มันผู้นั้นและครอบครัว จงประสบกับภัยพิบัติชั่วลูกชั่วหลานสืบไป”
สะดวกวันไหน นัดผ่านสื่อมาได้เลยครับ