การเมือง

นายกฯมั่นใจคุมบึ้มป่วนกรุงได้ ไม่ใช้กฏหมายพิเศษ

นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวภายหลังร่วมประชุม ก.ตร. เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.ที่ผ่านมา โดยเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถามหลังการประชุมเสร็จสิ้น ยืนยัน ยังไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษคุมสถานการณ์ ทำงานเต็มที่ ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงาน เชื่อเป็นผลงานกลุ่มเก่าๆ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการร่วมประชุมคณะกรรมการตำรวจ หรือ ก.ตร. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยระบุว่า ในวันนี้มาประชุม ก.ตร.เพื่อมอบนโยบายในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการปฏิรูปตำรวจ แนวทางการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ที่ต้องไม่ให้เกิดความเสื่อเสีย ต้องดำเนินไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม  พร้อมกับขอรับทราบปัญหาในการทำงานที่ผ่านมาด้วย นอกจากนี้ ก็ได้สั่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพิ่มจากเิมที่ ตร.มี 9 ศูนย์ ให้เป็น 10 ศูนย์ โดยเพิ่ม ศูนย์การปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งรวมไปถึงเรื่องภัยจากไซเบอร์ ฯลฯ ด้วย ึ้นมาเฉพาะ สำหรับการทำหน้าที่ื

ขณะที่เรื่องของการเลื่อนตำแหน่ง แต่งตั้งนั้น มีการแก้ไขระเบียบเรื่องการนับลำดับอาวุโส ซึ่งก็เป็นแบบที่ทหารใช้มา นอกนั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องทำงานตามกรอบของตนเอง แต่การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ต้องซื่อสัตย์และยุติธรรม ไม่ให้เกิดการเสื่อมเสียชื่อเสียงตามมา

ส่วนเรื่องสถานการณ์ก่อความไม่สงบใน กทม.ช่วงที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้กำชับให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลมากยิ่งขึ้นแล้ว พร้อมกับฝากให้ทุกคนช่วยกันคิดว่าเราจะแก้ปัญหาความมั่นคงนี้ได้อย่างไร เราคงหวังพึ่ง ตำรวจ ทหาร คงไม่พอ อยากให้ประชาชนมีส่วนร่วม ผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ เจ้าหน้าที่ก็หวังว่าอาจจะได้ภาพจากกล้องวงจรปิดในที่ต่างๆมาเป็นข้อมูลเสริมด้วย ร่วมมือกันให้ข้อมูล ต่างๆเป็นการป้องปราม สร้างความเข้มแข็งให้ประเทศ

นอกจากนี้ จากการติดตามเรื่องดังกล่าวทราบว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน ที่ จ.ชุมพร ซึ่งก็ใช้เวลาไม่ถึง 24 ชม. เพราะทุกคนทำงานเต็มที่ บูรณาการกันทั้ง ตำรวจและทหาร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนปากคำ และเป็นไปตามกระบวนการ ขณะที่เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า 2 รายที่ถูกจับกุมตัวนั้นชัดเจนว่าเป็นผู้ร่วมก่อเหตุหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มีภาพประกอบจากกล้องวงจรปิดยืนยัน และมีหลักฐานอื่นๆอีก ซึ่งทำให้เชื่อได้ว่าไม่ผิดตัว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าเหตุใด 5 ปีที่ผ่านมา ถึงไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้ ตอนนี้เกิดอะไรขึ้น แต่เบื้องต้นเหตุที่เกิดขึ้นนี้ พบมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มที่เคยก่อเหตุป่วนเมืองกลุ่มเก่าๆ แต่ก็ยังคงต้องสอบสวนกันต่อไป พร้อมกับย้ำว่า ขอให้ภาคประชาชนให้ร่วมมือ สร้างความเข้มแข็งไปพร้อมๆกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ต่างคนต่างต้องช่วยกันป้องปราม ระมัดระวัง แจ้งเหตุ และเบาะแส  ส่วนเหตุที่เกิด 9 ครั้ง 5 จุด ในวันนี้ ขอความร่วมมือสื่อมวลชนอย่าเพิ่งขยายความ อย่าไปถามความเห็นคนที่ไม่เกี่ยวข้องมากนัก อาจจะเกิดการสื่อสารที่ผิดพลาด สร้างความเข้าใจผิดไปกันใหญ่ได้

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ให้น้ำหนักการลอบวางระเบิดไปที่เรื่องไหน  นายกฯกล่าวว่า ไม่ทิ้งประเด็นใดทั้งสิ้น แต่เรื่องยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ทั้งตำรวจ และทหาร ช่วยกันทำงาน ขอเวลาทำงานก่อนอย่าเพิ่งรีบสรุปอะไรตอนนี้ ส่วนเหตุการณ์ 5จุดที่เกิดขึ้นเชื่อมโยงกันหรือไม่นั้น  นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังตอบไม่ได้  ต้องดูหลายเรื่องประกอบกัน ทั้งเรื่องของเวลาการเกิดเหตุ และอื่นๆ

ส่วนผู้ต้องสงสัยที่ถูกคุมตัวได้นั้น มีข่าวว่ามาจากพื้นที่ภาคใต้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า การก่อความไม่สงบนี้เกิดจากการไม่ยอมรับในตัวนายก จากตำรวจเป็นไปได้หรือไม่ นายกฯ ได้หันไปถาม โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวตอบว่า ยอมครับ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้หรอก ตนเองมาทำงานดูแลประชาชนผ่านหน่วยงานตำรวจเท่านั้นเอง

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ขณะที่เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่เกิดขึ้น จำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษเข้ามาดูแลสถานการณ์หรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษอะไร ใช้กฎหมายปกติดูแลได้ แต่เพียงอาจจะมีการคุมเข้มมากขึ้นในพื้นที่สัญญลักษณ์ต่างๆ บ้างเท่านั้นเอง โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่าเรื่องนี้ทุกฝ่ายทำงานเต็มที่ ขณะที่สื่อมวลชนต่างประเทศ สอบถามว่าจะส่งผลกับภาพลักษณ์ประเทศไทยไหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า  ก็นั่นเป็นเป้าหมายที่คนก่อเหตุต้องการ แต่เราก็ช่วยกันได้ไม่ให้เกิดภาพลักษณ์ที่เสียหาย ช่วยกันดูแล ป้องกัน ได้ ช่วยกัน alert เพื่อประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยเข้มแข็ง ต้องไม่ให้คนไม่ดีมีที่ยืนในสังคม