การเมือง

“วราวุธ” เผยดันแก่งกระจาน ขึ้นมรดกโลกปีหน้า รอดีเอสไอ ชี้มูล “ชัยวัฒน์” เอี่ยวคดี “บิลลี่”หรือไม่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมดันป่าแก่งกระจาน ขึ้นมรดกโลกปีหน้า รอดีเอสไอ ชี้มูล “ชัยวัฒน์” พร้อมพวกเอี่ยวคดี “บิลลี่” หรือไม่ ก่อนดำเนินการ เร่งดูแลชีวิตกะเหรี่ยงบางกลอย

วันที่ 7 ก.ย. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงกรณีโยกย้ายเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 4 คน ที่ปฏิบัติงานในช่วงปี 2557 และเป็นชุดที่อยู่ในช่วงเวลาจับกุมคดีครอบครองน้ำผึ้ง ของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่ปี 2557 ก่อนจะถูกพบว่าเสียชีวิตแล้วว่า การย้ายเจ้าหน้าที่ 4 คนออกจากพื้นที่ ย้ำมาตลอดว่าไม่ใช่การเด้ง แต่เป็นการย้ายไปประจำที่อื่นก่อน เพื่อความสะดวกและสบายใจของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่และจะไม่เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน

ในส่วนของนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ปัจจุบัน เป็นผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี ก็อยู่นอกพื้นที่อยู่แล้ว และถ้าหากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ส่งเรื่องมาว่าอย่างไร ก็จะเป็นหน้าที่ของปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่จะต้องไปดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมาย ซึ่งเราว่ากันตามเนื้อผ้าอยู่แล้ว แต่ทางนี้ยังไม่ได้รับการประสานงานมาจาก ดีเอสไอ เราจะไปทำอะไรก่อนคงไม่ได้

เมื่อถามถึงกรณีการเผยแพร่หนังสือที่เตรียมฎีกาฉบับสุดท้าย ของบิลลี่ ก่อนเสียชีวิต โดยมีเนื้อหาระบุขอให้ชาวบ้านได้เข้าไปทำกินในพื้นที่ใจแผ่นดิน-บางกลอยบน ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำ  เตรียมจะประกาศเป็นพื้นที่มรดกโลก นายวราวุธ กล่าวว่า คงต้องพิจารณาในองค์ประกอบหลายมิติ บางครั้งเจ้าหน้าที่ก็มีความจำเป็นเพราะคณะกรรมการมรดกโลก จะมีเงื่อนไขบางประการขอให้เราดำเนินการ

ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ก็เคารพในกติกาที่ได้พูดคุยกัน แต่จะมีบางส่วนที่จะเอาอย่างที่เคยเป็น โดยธรรมเนียมของกลุ่มชาติติพันธ์ต่างๆก็จะมีการประพฤติปฏิบัติ เช่น การทำไร่หมุนเวียน ซึ่งทราบว่าที่ผ่านมาก็มีความเห็นที่ไม่ตรงกันกับเจ้าหน้าที่รัฐ จึงขอให้ย้ายลงออกมาจากพื้นที่และเมื่อย้ายลงมาแล้ว เราต้องเข้าไปดูว่าพื้นที่ที่ชนกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆอาศัยอยู่ สามารถทำมาหากินได้ตามที่ควรจะเป็นหรือไม่ ถ้าไม่ดีเราก็ต้องทำให้ดีและทำให้เขาอยู่ได้

“คณะกรรมการมรดกโลกให้คำแนะนำมา เราก็ต้องมาดูกันในหลายมิติจะทำให้ผลประโยชน์ทุกฝ่ายลงตัวได้อย่างไร ทำให้ชาวบ้านสมประโยชน์ในประเด็นที่สามารถอยู่และทำมาหากินได้ ไม่ขัดกับระเบียบกับคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งตรงนี้ต้องใช้การพูดคุย ยอมรับว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ก็ต้องดำเนินการอย่างเร่งรีบ เนื่องจากภายในเดือนกุมภาพันธ์ ปีหน้า คาดหวังว่า เราจะนำประเด็นเรื่องแก่งกระจาน เข้าที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกอีกครั้ง” นายวราวุธ กล่าว

เมื่อถามว่าหลังคดีของนายบิลลี่ได้รับความกระจ่างเชื่อว่าพื้นที่แก่งกระจานจะได้ขึ้นเป็นมรดกโลกหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า เป็นคนละส่วนกัน เรื่องคดีอยู่ในความรับผิดชอบของดีเอสไอ  หากมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง เราก็จะดำเนินการตามที่ ดีเอสไอ ร้องขอมา แต่ในการทำงานกับประชาชนในพื้นที่ที่จะเป็นเงื่อนไขของคณะกรรมการมรดกโลกนั้น เราก็ต้องทำให้ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไข

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ทั้งนี้ นายวราวุธยอมรับว่า คดีของนายบิลลี่ ถือเป็นเงื่อนไขหนึ่งของคณะกรรมการมรดกโลก ที่ต้องการให้ไทยสืบสวนจนเกิดความกระจ่าง พร้อมทั้งจะเข้าไปดูแลชาวบ้านที่ถูกผลักดันจากพื้นที่เดิม ให้ลงมาอยู่ข้างล่าง ทั้งในเรื่องความเป็นอยู่ การทำมาหากินให้เกิดความพอใจและนำพื้นที่แก่งกระจานขึ้นมรดกโลกต่อไป