“มท.2” เยือน “เมียนมาร์” ร่วมถกรมต.อาเซียน ด้านภัยพิบัติ

04 ต.ค. 2562 เวลา 10:51 น.

“มท.2” บินร่วมถก รมต.อาเซียน ว่าด้วยการจัดการด้านภัยพิบัติ โว คลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือทางไกลของอาเซียน พร้อมเปิดปลายปี62 เพื่อร่วมมือ สนับสนุน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างองค์ความรู้ สู่ภูมิภาคอาเซียนที่ปลอดภัย

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 ณ กรุงเนปิ ดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) พร้อมคณะ เข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการจัดการภัยพิบัติ ครั้งที่ 7 โดยมี ฯพณฯ นาย U Henry Van Thio (นาย เฮนรี่ บันทียู) รองประธานาธิบดีแห่งสธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ และผู้แทนจาก10ประเทศอาเซียนร่วมด้วย

“มท.2” บินร่วมถก รมต.อาเซียน ว่าด้วยการจัดการด้านภัยพิบัติ โว คลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือทางไกลของอาเซียน พร้อมเปิดปลายปี62 เพื่อร่วมมือ สนับสนุน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างองค์ความรู้ สู่ภูมิภาคอาเซียนที่ปลอดภัย

นายนิพนธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียนในครั้งนี้ ไทยได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานประชาคมอาเซียน ภายใต้หัวข้อ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” โดยเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งและร่วมมือ ตลอดจนเชื่อมโยงอาเซียนในทุกๆ ด้าน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมา ไทยได้ขับเคลื่อนงานตามนโยบายและแผนงานที่ได้รับมอบหมายจากการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนในครั้งที่แล้ว โดยเฉพาะปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยความเป็นหนึ่งเดียวในการตอบโต้ภัยพิบัติทั้งภายในและภายนอกภูมิภาคไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการเป็นเจ้าภาพคลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือทางไกลของอาเซียนสำหรับใช้เมื่อเกิดภัยพิบัติ ที่ จ.ชัยนาท ประเทศไทย ทั้งนี้ ตนขอยืนยันในความตั้งใจและความพร้อมของประเทศไทยที่จะสนับสนุนการดำเนินงาน ด้านการจัดการภัยพิบัติ และสนับสนุนการดำเนินงานของอาเซียนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูที่นำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งในการรับมือภัยพิบัติ ดังนี้

“มท.2” บินร่วมถก รมต.อาเซียน ว่าด้วยการจัดการด้านภัยพิบัติ โว คลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือทางไกลของอาเซียน พร้อมเปิดปลายปี62 เพื่อร่วมมือ สนับสนุน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างองค์ความรู้ สู่ภูมิภาคอาเซียนที่ปลอดภัย

1.การนำแนวความคิดในการสร้างใหม่ให้ดีกว่าเดิมมาใช้ในการฟื้นฟู

กระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบหลักด้านการจัดการภัยพิบัติของประเทศไทยได้ขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ภายใต้แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 มีเป้าหมายในการปรับสภาพระบบสาธารณูปโภค การดำรงชีวิต และสภาวะวิถีความเป็นอยู่ของชุมชนที่ประสบภัยให้กลับสู่สภาวะปกติ หรือพัฒนาให้ดีกว่าและปลอดภัยกว่าเดิมตามความเหมาะสม โดยประเทศไทยในขณะนี้ประสบกับสถานการณ์อุทกภัยที่รุนแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคกลาง ซึ่งนอกจากที่ทุก ภาคส่วนจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้วนั้น รัฐบาลยังได้กำหนดมาตรการในการให้ความช่วยเหลือที่ครอบคลุมทั้งในด้านการดำรงชีวิต ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ตลอดจนการฟื้นฟูที่คำนึงถึงการป้องกันผลกระทบในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น การช่วยเหลือระยะเร่งด่วน การฟื้นฟูภาคการเกษตร การพัฒนาระบบเตือนภัยพิบัติล่วงหน้า การใช้มาตรการทางการเงินและการคลังในการเยียวยาผู้ประสบภัย การฟื้นฟูสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้แข็งแรงกว่าเดิม โดยรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณรวมเกือบ 25,000 ล้านบาท โดยส่วนแรก จำนวน 7,642 ล้านบาท เพื่อให้ท้องถิ่นนำไปใช้ในการการฟื้นฟูซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างขั้นพื้นฐาน และแจกจ่ายให้กับครัวเรือนที่ประสบอุทกภัยโดยตรง และส่วนที่สอง จำนวน 15,800 ล้านบาท ในการจัดทำโครงการเพื่อป้องกันอุทกภัยและภัยแล้งในระยะยาวอย่างยั่งยืนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งการช่วยเหลือที่กล่าวมานี้ ยังไม่รวมถึงค่าเยียวยาอื่น ๆ เช่น เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เป็นเกษตรกรโดยเฉพาะตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดลองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 เป็นต้น

“มท.2” บินร่วมถก รมต.อาเซียน ว่าด้วยการจัดการด้านภัยพิบัติ โว คลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือทางไกลของอาเซียน พร้อมเปิดปลายปี62 เพื่อร่วมมือ สนับสนุน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างองค์ความรู้ สู่ภูมิภาคอาเซียนที่ปลอดภัย

2.ความพร้อมในการสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการตอบโต้ภัยพิบัติและสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรม ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ภูมิภาคอาเซียนได้รับผลกระทบจากทั้งภัยธรรมชาติ ภัยจากความขัดแย้ง และเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ที่ส่งผลให้พวกเราต้องร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งมากขึ้น การทำงานเพื่อการให้ความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรมก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เราจะต้องให้ความสำคัญ ขอขอบคุณ AHA Centre (อะ-ฮ่า-เซ็น-เตอร์) ที่ทำงานอย่างเข้มแข็งในการนำความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรมจากประเทศสมาชิกอาเซียนไปสู่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ และต้องการความช่วยเหลือมาโดยตลอด

“มท.2” บินร่วมถก รมต.อาเซียน ว่าด้วยการจัดการด้านภัยพิบัติ โว คลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือทางไกลของอาเซียน พร้อมเปิดปลายปี62 เพื่อร่วมมือ สนับสนุน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างองค์ความรู้ สู่ภูมิภาคอาเซียนที่ปลอดภัย

นายนิพนธ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของประเทศไทยนั้น เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเลือกให้เป็นที่ตั้งคลังสิ่งของช่วยเหลือทางไกลของอาเซียน ภายใต้โครงการ DELSA (เดล-ซ่า) ซึ่งเป็นโครงการที่สำคัญในการให้ความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรมของอาเซียน คลังสิ่งของช่วยเหลือทางไกลที่ตั้งที่จังหวัดชัยนาทนั้นจะสามารถเปิดใช้งานได้ในช่วงเดือนธันวาคม 2562 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ AHA Centre (อะ-ฮ่า-เซ็น-เตอร์) ในการจัดตั้งคลังสิ่งของช่วยเหลือทางไกลดังกล่าว

“มท.2” บินร่วมถก รมต.อาเซียน ว่าด้วยการจัดการด้านภัยพิบัติ โว คลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือทางไกลของอาเซียน พร้อมเปิดปลายปี62 เพื่อร่วมมือ สนับสนุน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างองค์ความรู้ สู่ภูมิภาคอาเซียนที่ปลอดภัย

“ผมขอยืนยันอีกครั้งว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการสนับสนุน ให้ความร่วมมือ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ ร่วมกับอาเซียนเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานในการสร้างชุมชนให้ปลอดภัยและเข้มแข็งเพื่อนำไปสู่ประชาคมอาเซียนที่ปลอดภัย สามารถรู้รับ ปรับตัว และฟื้นคืนกลับจากภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็วให้เป็นรูปธรรม โดยประเทศไทยพร้อมและตั้งใจจะร่วมมือกับทุกประเทศอย่างเต็มที่”

 

“มท.2” บินร่วมถก รมต.อาเซียน ว่าด้วยการจัดการด้านภัยพิบัติ โว คลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือทางไกลของอาเซียน พร้อมเปิดปลายปี62 เพื่อร่วมมือ สนับสนุน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างองค์ความรู้ สู่ภูมิภาคอาเซียนที่ปลอดภัย “มท.2” บินร่วมถก รมต.อาเซียน ว่าด้วยการจัดการด้านภัยพิบัติ โว คลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือทางไกลของอาเซียน พร้อมเปิดปลายปี62 เพื่อร่วมมือ สนับสนุน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างองค์ความรู้ สู่ภูมิภาคอาเซียนที่ปลอดภัย