"โจชัว หว่อง" กระทบไหล่ "ธนาธร" หวังร่วมมือต้านอนุรักษ์นิยมในเอเชีย

07 ต.ค. 2562 เวลา 3:20 น.

โจชัว หว่อง  แกนนำนักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกง โพสต์ภาพของตัวเขากับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หลังได้มาพบกันที่เวที open Future Forum ที่นิตยสาร "ดิอีโคโนมิสต์" จัดขึ้นที่ฮ่องกง บุคคลที่มีชื่อเสียงต่างเดินทางมาร่วมแลกเปลี่ยนแบ่งปันมุมมองทางการเมืองและสังคมโลก

วานนี้ (6ต.ค.62) ในเฟซบุ๊กของ  黃之鋒 Joshua Wong  แกนนำนักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกงวัย 22 ปี และเลขาธิการพรรคเดโมซิสโต โพสต์ภาพของตัวเขากับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยมีข้อความในภาษาจีนดังนี้

โจชัว หว่อง   แกนนำนักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกง โพสต์ภาพของตัวเขากับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หลังได้มาพบกันที่เวที open Future Forum ที่นิตยสาร

ขอบคุณ "The Economist" ที่จัดเวที open Future Forum เมื่อคืนที่ผ่านมา (5ต.ค.62) เชิญผู้นำทางการเมืองจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกขึ้นมาฮ่องกง เพื่อแลกเปลี่ยน และให้ทุกคนมารวมตัวกันเพื่อแบ่งปันมุมมองของเราเกี่ยวกับเมืองและอนาคตของโลก

สำหรับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เขาได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่เมื่อปีที่แล้ว นอกเหนือจากการวางแนวทางที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้นเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเพศและการกระจายความมั่งคั่งอย่างเป็นธรรม เขายังสนับสนุนการให้นำทหารออกจากการเมืองของไทยและการกลับคืนสู่รัฐบาลของปัญญาชน (อันที่จริงฮ่องกงมีความต้องการที่แตกต่างกันมาก)

ด้วยการทำลายสถานการณ์ทางการเมืองแบบเดิม ในการเลือกตั้งครั้งแรกทำให้พรรคกลายเป็นพรรคอันดับที่ 3 ซึ่งชนะมากกว่า 80 ที่นั่งในรัฐสภา แต่ในขณะเดียวกันต้องเผชิญการฟ้องร้องโดยรัฐบาลทหารที่ฟ้องร้องในข้อหาปลุกระดม ซึ่งอาจต้องโทษการจำคุก 9 ปี แต่ก็ะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของพลังที่สามที่เกิดขึ้นใหม่ในเวทีการเมือง

โจชัว หว่อง   แกนนำนักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกง โพสต์ภาพของตัวเขากับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หลังได้มาพบกันที่เวที open Future Forum ที่นิตยสาร

เมื่อผมได้พูดคุยกับเขา ผมบอกว่าผมถูกขังคุกเป็นเวลา 12 ชั่วโมงที่สนามบินในกรุงเทพฯ โดยรัฐบาลไทยเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ต่อมาผมได้รับแจ้งว่าถูกขึ้นบัญชีดำและส่งตัวกลับ แม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าผมจะมีโอกาสไปเที่ยวประเทศไทยเมื่อใด ผมไม่รู้ว่าทางการไทยจะปฏิเสธไม่ให้ผมเข้ามาในอนาคตหรือไม่ แต่ผมหวังว่าในเวลาที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมหรือเผด็จการขยายตัวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เราสามารถแลกเปลี่ยนกันในเอเชียตะวันออก และส่งเสริมค่านิยมก้าวหน้าของประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง

ที่มา: