
SHORT CUT
ภาครัฐและภาคประชาชนรวมพลังโชว์วิสัยทัศน์ "ไม่ใช่แค่ได้เป็นเจ้าภาพ แต่ขอเป็นหมุดหมายความเท่าเทียมของภูมิภาค" ดันกรุงเทพฯ ชิงเจ้าภาพ World Pride 2030 ชูจุดเด่นสมรสเท่าเทียมและพื้นที่ของ LGBTQIA+
วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ กลุ่ม Pride Community ของไทยพร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการต่างประเทศ กรุงเทพมหานคร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB ได้จัดงาน Thailand Reception เชิญเพื่อนสมาชิก Inter Pride ที่เดินทางมาร่วมเฉลิมฉลอง World Pride 2026 ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม มาพบปะเพื่อแสดงความพร้อมว่ากรุงเทพมหานครและประเทศไทยพร้อมเป็นหมุดหมายความเท่าเทียมที่สำคัญของภูมิภาคเอเชีย เช่น ความพร้อมด้านกฎหมาย ด้านวัฒนธรรม การโอบรับบุคคลทุกกลุ่มอย่างเสมอภาค ความเข้มแข็งของภาคประชาชนและภาคประชาสังคม เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับกลุ่ม LGBTQIA+ จากทั่วโลก เชื้อเชิญให้เพื่อนสมาชิก Inter Pride ให้ความไว้วางใจให้กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Pride 2030 ซึ่งมี 2 เมืองในโลกที่เข้าชิงเจ้าภาพ คือ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย และเมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน
ณชเล บุญญาภิสมภาร รองประธานมูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวกับเพื่อนสมาชิก InterPride ภายในงานว่า เส้นทางการต่อสู้ของขบวนการไพรด์ไทยตั้งแต่การเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตยและสมรสเท่าเทียม จนผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมสำเร็จ ปัจจุบันมีคู่สมรสเพศเดียวกันจดทะเบียนแล้วกว่า 30,000 คู่ และเครือข่าย Pride City Network ขยายจาก 12 จังหวัดเป็นกว่า 58 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมยังทำงานต่อเนื่องเพื่อผลักดันกฎหมายและนโยบายสาธารณะเพื่อคุ้มครองความเสมอภาคเท่าเทียมของคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง โดยยึดหลักการ ‘Nothing for us without us’ หรือต้องไม่มีการตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับเรา โดยไม่มีเราเข้าไปมีส่วนร่วม
เปรมฤดี โลทารักษ์พงศ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก กล่าวในงานว่า เส้นทางสู่การเป็นเจ้าภาพ Bangkok WorldPride 2030 ไม่ใช่เพียงการจัดงานระดับนานาชาติ แต่คือการสร้างพื้นที่ที่ทุกคนรู้สึกได้รับการต้อนรับ เคารพ และมีคุณค่า และเชื่อว่าถึงเวลาที่เอเชียจะมีบทบาทกำหนดอนาคตของขบวนการไพรด์โลกเช่นเดียวกับที่มีบทบาทนำทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม โดยกระทรวงการต่างประเทศเป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักที่ร่วมผลักดันและสนับสนุนภาคประชาสังคมและคอมมูนิตี้ LGBTQIA+ ไทยอย่างต่อเนื่องในเวทีระหว่างประเทศ
จตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ความหลากหลายคือรากฐานที่ทำให้สังคมเข้มแข็งขึ้น และทุกคนควรมีโอกาสมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเต็มที่และเท่าเทียมกัน การที่ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพเป็นโอกาสตอกย้ำพันธสัญญาของไทยต่อความเท่าเทียม การโอบรับความหลากหลาย และสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นคุณค่าที่ฝังรากอยู่ในสังคมไทย พร้อมย้ำความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคประชาสังคม และเครือข่ายไพรด์ทั่วโลก เพื่อผลักดันเป้าหมายร่วมกันนี้
ด้าน ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผอ.สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB กล่าวบนเวทีว่า เธอไม่ได้พูดในนามตัวแทนรัฐบาลไทยเท่านั้น แต่พูดในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวไพรด์โลก เธอไม่ได้ทำงานเรื่องนี้เพียงเพราะหน้าที่ แต่เพราะเธอใช้ชีวิตอยู่กับมันมาตลอด การเติบโตเป็นเลสเบี้ยนในเอเชีย โดยเฉพาะในแวดวงราชการ ไม่เคยเป็นเรื่องง่าย แต่เธอไม่เคยปิดบังตัวตน และภูมิใจเสมอที่จะบอกว่า "ฉันเป็นผู้หญิงที่รักผู้หญิง" เธอเล่าเรื่องราวความรักของตัวเองที่ใช้ชีวิตคู่กับคู่รักข้ามทวีปข้ามเขตเวลามานานหลายปี จนวันนี้คู่ชีวิตของเธอเลือกย้ายมาอยู่ประเทศไทย ไม่ใช่เพียงเพราะตัวเธอ แต่เพราะทั้งคู่พบว่าที่นี่คือประเทศที่กำลังก้าวไปข้างหน้า เป็นชุมชนที่โอบรับพวกเขาในแบบที่พวกเขาเป็น ให้ทั้งศักดิ์ศรี การยอมรับ และความหวัง