"สุวัจน์" แนะรัฐขยายตลาดส่งออก ชี้ปี 63 ต้องลุยเต็มที่ สร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจ

29 ธ.ค. 2562 เวลา 3:04 น.

"สุวัจน์" วิเคราะห์การเมืองและเศรษกิจ ชมรัฐบาลทำได้ดี เชื่อผ่านงบก้อนโต 3.2 ล้านล้าน สามารถที่จะประกาศใช้ได้ในเดือน ก.พ.63 ชี้ในปีหน้ารัฐกระตุ้นลงทุนเต็มที่ แนะขยายตลาดการส่งออก 4 พื้นที่ใหม่-คุมค่าเงินบาท-หนี้สาธารณะไม่ให้สูง-รีแทรนนิ่งแรงงานคุณภาพปรับตัวยุคดิสรัปชั่น พร้อมทั้งได้กล่าวอวยพรปีใหม่ 2563 ถึงพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ

ภายหลังเปิดบ้านอวยพรช่วงปีใหม่ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการวิเคราะห์การเมืองช่วงที่ผ่านมา และมองการเมืองในปี 2563 เป็นอย่างไรว่า ที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีแรกของรัฐบาล ก็จะมีเสียงปริ่มน้ำซึ่งก็กังวลกันว่ารัฐบาลจะอยู่ในลักษณะใด แต่ก็ถือว่ารัฐบาลยังสามารถประคับประคองสถานการณ์ทางการเมืองท่ามกลางเสถียรภาพเสียงปริ่มน้ำผ่านมาได้

แม้ว่าจะไม่ราบรื่นนักจากเสียงที่เกินกึ่งหนึ่งมาไม่กี่เสียงแต่ก็แสดงให้เห็นว่าภายในพรรคร่วมรัฐบาลยังมีความเป็นปึกแผ่น ไม่มีปัญหาอะไรที่ไปกระทบความไม่เข้าใจกันในระดับรุนแรง ซึ่งจะมีอะไรบ้างก็เหมือนเป็นแค่ลิ้นกระทบกับฟัน ดังนั้น 1 ปี ที่ผ่านมาเสถียรภาพของรัฐบาลโดยรวมยังถือว่าใช้ได้ และจากบรรยากาศช่วงโค้งสุดท้ายที่ได้พบปะกันในแกนนำ และระหว่าง ส.ส.ด้วยกัน ก็ได้แสดงออกถึงความชัดเจนว่าเสถียรภาพของรัฐบาลยังบริหารจัดการได้

ส่วนในปีหน้า 2563 หากรัฐบาลสามารถบริหารจัดการเสถียรภาพทางการเมืองได้เหมือนที่เคยแสดงให้เห็นว่ามีรูปแบบการบริหารจัดการที่ทำให้ปัญหาเรื่องเสถียรภาพการเมือง ลดน้อยลงไปโดยถ้ามีเหตุการณ์ทางการเมืองอะไรก็แล้วแต่เกิดขึ้น ก็สามารถมาเติมเสียงให้รัฐบาลสร้างความเข้มแข็งมากขึ้นด้วย

ดังนั้นจึงมองว่าเสถียรภาพเสียงปริ่มน้ำจะไม่เป็นภาระหนักเพราะรัฐบาลผ่านมาและเข้าใจถึงวิธีการบริหารจัดการ ซึ่งหากปีหน้าก็จะมีเรื่องงบประมาณที่เป็นเรื่องสำคัญ หรือจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็น่าจะผ่านได้เหมือนการรักษาจัดการเสถียรภาพทางการเมืองเสียงปริ่มน้ำ

ถ้าจะถามว่าปีหน้ามีอะไรที่น่าเป็นห่วง ผมคิดว่าเมื่อเสถียรภาพทางการเมืองเป็นเรื่องบริหารจัดการได้แล้ว ซึ่งปีนี้ถือเป็นรัฐบาลใหม่ รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แต่ก็บริหารจัดการได้ และยังต้องบริหารทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ก็เหมือนปั้นยักษ์ทีละตัว ปีหน้าก็น่าจะเป็นเรื่องที่ต้องสู้เรื่องเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ สร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทำงานหนักเรื่องเศรษฐกิจ

นายสุวัจน์ ประธานที่ปรึกษาพรรค ชพน. กล่าวถึงสภาพการณ์เศรษฐกิจในปี 2563 ว่า ต้องยอมรับว่าในปีนี้เศรษฐกิจไม่สดใสนัก เพราะต้องเจอทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าโลกที่ถดถอยจากปัญหาสงครามการค้าสหรัฐ-จีน หรือการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปหรือ EU ที่เรียกว่าเบร็กซิต ก็ทำให้ไทยได้รับผลกระทบตามไปด้วย เช่น การส่งออกที่ปีนี้คาดการณ์น่าจะติดลบ 2% จากปี 2561 ที่โต 6% หรือการท่องเที่ยวแม้ว่าจะยังดีอยู่แต่ก็ต่ำกว่าเป้าหมาย หรือจีดีพีไม่ถึง 3%

ดังนั้นสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจเราไปผูกกับเศรษฐกิจโลก ปี 2563 จึงน่าจะเป็นปีที่เราทุ่มเทสรรพกำลังในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งสถานการณ์เศรษฐกิจโลกปีหน้า IMF ก็ประเมินมาแล้วว่าคงจะดีขึ้น อย่างปีที่ผ่านมาจีดีพีเศรษฐกิจโลกอยู่ที่ 3.1 ปีหน้าก็น่าจะโตขึ้นเป็น 3.3-3.4 และปัญหากระทบกระทั่งการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนคาดว่าช่วง ม.ค. อาจจะบรรลุข้อตกลงของเฟสหนึ่งของการยุติสงครามการค้า

ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นปัญหาเศรษฐกิจโลกจะเบาลง ส่วนเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างตนเห็นว่าก็น่าจะกระเตื้องขึ้นตามสภาพของเศรษฐกิจโลก โดยหากปัญหาการค้าสหรัฐ-จีนดีขึ้น กำลังซื้อก็น่าจะดีขึ้นแล้วปัญหาการส่งออกของเราที่เคยติดลบก็น่าจะกลับมามีแรงบวก 2-3% และปัญหาเรื่องนักท่องเที่ยวจีนหายไปหรือลดลงไปก็น่าจะกลับคืนมาในสภาพที่ดีกว่าเดิมด้วย

สำหรับเรื่องค่าเงินบาทของไทยนั้นขณะนี้ก็แข็งค่าถึงที่สุดแล้ว 6-7% เป็นอันดับหนึ่งในเอเชียเลย ดังนั้นในปีหน้าค่าเงินบาทของไทยก็ไม่น่าจะแข็งค่าขึ้นอีกแล้วปัญหาผลกระทบเรื่องการส่งออกจากค่าเงินบาทแข็งตัวก็คงไม่รุนแรงกว่านี้แล้ว

ทั้งนี้ หากเรื่องงบประมาณของเรา สามารถที่จะประกาศใช้ได้ในเดือน ก.พ.63 จำนวน 3.2 ล้านล้านบาท ก็จะทำให้มีการลงทุนภาครัฐสูงขึ้น 5-6% ขณะที่งบประมาณนี้ที่จริงควรจะประกาศใช้ก่อน 30 ก.ย.62 แต่เมื่อประกาศได้ล่าช้า ช่วงเวลาก็จะมาใกล้เคียงกับงบฯ ปี 2564 ที่จะออกต่อไป ดังนั้นปีหน้าจึงเหมือนกับงบประมาณ 2 เด้งมารวมกันเป็นเงินกว่า 6 ล้านล้านบาท

ก็ถือว่าเป็นก้อนเงินมหาศาลที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแล้วทำให้เกิดการลงทุนภาครัฐมากขึ้น มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้นแล้วภาคเอกชนจะอยู่ในสภาวะลงทุนตาม เหมือนช่วงมีมาตรการชิมช้อปใช้ หรือการส่งเสริม Street food ในการท่องเที่ยว หรือการท่องเที่ยวเมืองรอง ที่ตนเห็นว่ารัฐบาลเดินมาถูกทางแล้วในการกระตุ้นการบริโภค ขณะที่หากรัฐบาลสามารถพยุงเสถียรภาพทางการเมืองได้ก็จะทำให้มีพละกำลังในการที่จะเข้าไปทำงานด้านเศรษฐกิจให้ดีกว่าปีนี้

ขณะที่ นายสุวัจน์ ฝากถึงข้อที่ควรระมัดระวังเรื่องเศรษฐกิจด้วยว่า 1.เราต้องดูแลเสถียรภาพของเงินบาทให้เหมาะสมที่ส่งเสริมการส่งออกและการท่องเที่ยวโดยให้มีมาตรการดูแลที่เป็นสากล 2.เราต้องดูแลเรื่องหนี้สาธารณะ ที่ขณะนี้ระดับหนี้เราอยู่อันดับที่ 2 ในเอเชียซึ่งถือว่าสูงมาก ดังนั้นต้องดูแลภาคเกษตร , SME และปีหน้า 2563 เรื่องดิสรัปชั่นที่เทคโนโลยีจะเปลี่ยนรูปแบบใหม่ๆ แล้วจะมีผลกระทบต่อการจ้างงาน

ดังนั้นก็ต้องตั้งรับด้วยการสร้างแรงงานที่มีคุณภาพที่จะทันกับเทคโนโลยีภาคการผลิตที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ขณะที่การส่งออกของเราที่ผ่านมายึดติดกับตลาดเก่า แต่เวลานี้มี 4 ตลาดใหม่ คือ ตะวันออกกลาง , แอฟริกา , ยุโรปตะวันออก , กลุ่มอดีตประเทศในสภาพโซเวียต

ดังนั้นถ้าเราดูแลตลาดการส่งออกได้เพิ่ม ดูแลค่าเงินให้เหมาะสม ดูแลหนี้สาธารณะไม่ให้สูง ดูแลเรื่องการรีเทรนนิ่งแรงงาน และการจ้างงาน การปรับโครงสร้างด้านการแข่งขันของประเทศให้มีต้นทุนการผลิตให้ต่ำ ขณะที่ทั่วโลกก็กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์เรื่องเขตการค้าต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นเราต้องติดตามให้ทัน ซึ่งเศรษฐกิจที่ประชาชนกังวล มองว่าปีหน้าจะดีกว่าจากผลเศรษฐกิจโลกและมาตรการที่รัฐบาลเราได้ทำ

ขณะที่เนื่องในโอกาสจะก้าวสู่ปีใหม่ 2563 นายสุวัจน์ ประธานที่ปรึกษา พรรค ชพน. ได้กล่าวอวยพรปีใหม่ 2563 ว่า ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ดลบันดาลประทานพรให้พี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ประสบแต่ความสุขความเจริญ และขอให้เศรษฐกิจของประเทศชาติเดินไปได้ด้วยความเรียบร้อย ขอให้ทุกคนมีแต่ความสุข มีสุขภาพแข็งแรง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด