บิ๊กตู่ ชูโมเดล NAN Sandbox จัดสรรที่ดินทำกิน-แก้ปัญหาป่าต้นน้ำน่าน

13 ก.พ. 2563 เวลา 2:35 น.

นายกฯ ลงพื้นที่จ.น่าน ติดตามปัญหาน้ำ – หมอกควันไฟป่า ชูโมเดล NAN Sandbox จัดสรรที่ดินทำกินแก้ปัญหาป่าต้นน้ำ พร้อมเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนชีววิถีตำบลน้ำเกี๋ยน จ.น่าน ชุมชนต้นแบบ ภูมิปัญญาสร้างอาชีพ สร้างรายได้จากพืชสมุนไพร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2563 ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดน่าน อ.เมืองน่าน จ.น่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะได้เดินทางไปร่วมติดตามการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของจังหวัดน่าน

โดยนายกรัฐมนตรีมอบโฉนดที่ดินคืนให้แก่เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จำนวน 2 ราย พื้นที่ 3 แปลง รวมเนื้อที่ 13 ไร่ 3 งาน 4 ตารางวา และเป็นประธานสักขีพยาน ร่วมกับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) ในโอกาสที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีทส. มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ภายใต้โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รวมถึงมอบเอกสารโครงการจัดระเบียบการใช้ที่ดินป่าไม้ให้แก่ชุมชน จำนวน 5 ราย

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรักษาป่าและความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดน่าน ตามที่รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรและนโยบายรักษาที่ดินทำกินให้เกษตรกร เพื่อส่งต่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป โดยในปี 2563 จังหวัดน่าน มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนกับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สามารถชำระหนี้แทนและเข้าสู่กระบวนการจนเสร็จสิ้น

โอากาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้รับชมการแสดงร้องเพลงประสานเสียง “เพลงธงชาติ” จากนักเรียนชนเผ่าอำเภอสองแควร่วมกัน 6 ชนเผ่า (ไทลื้อ เมี่ยน ม้ง ขมุ ถิ่น และก่อ)

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อดูความคืบหน้าตามนโยบายรัฐบาล โดยรัฐเป็นแกนกลางขับเคลื่อนตามกระบวนการของกฎหมาย ตามยุทธศาสตร์ชาติ มีการวางแผนล่วงหน้า การบริหารจัดการน้ำ การคมนาคม การทำงานต้องมีความรอบคอบ การเกิดขึ้นได้มิใช่รัฐบาลทำงานเพียงฝ่ายเดียวต้องช่วยกันทุกฝ่าย ขณะนี้ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ 100% รัฐบาลจะต้องเร่งการทำงาน แบบเชื่อมโยง

โดยเฉพาะปัญหาการจัดการน้ำ ปัญหาที่ดิน ทุกคนต้องให้ความร่วมมือ การเยียวยา ทางตอนเหนือต้องมีแหล่งน้ำ มีต้นน้ำ ปัจจุบันเก็บกักน้ำได้น้อย จึงจะต้องแก้ไขปัญหาเชิงบูรณาการทั้งระบบ ปีนี้ 2563 ถึง ปี 2564 ฝากข้าราชการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินงานให้แล้วเสร็จ ตามที่ ครม.กำหนด

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวชื่นชมการดำเนินงานในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พื้นที่จังหวัดน่าน (Nan SandBox) ในรูปแบบประชารัฐ โดยความร่วมมือของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ

ทั้งการจัดการที่ดินให้มีความสมดุล เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ทั้งในเรื่องการประกอบอาชีพ การอยู่อาศัยในชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ โดยไม่ทำลายธรรมชาติในพื้นที่ป่าของจังหวัด และการอนุรักษ์ป่าไม้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเน้นย้ำเรื่องไฟป่า การเผาในที่โล่ง โดยทุกคนต้องช่วยกันแก้ปัญหาและหาวิธีการป้องกันที่จะมีผลในระยะยาว เช่น การปลูกป่า การสร้างความชุ่มชื้น และการสร้างแนวป้องกันไฟ เป็นต้น

ทั้งนี้ สรุปสาระสำคัญของการพบปะประชาชน ของนายกรัฐมนตรี ณ ศูนย์ราชการจังหวัดน่าน อ.เมือง จ.น่าน วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 คือ

1.การบริหารจัดการน้ำต้องมีแหล่งเก็บกักน้ำให้เพียงพอกับความต้องการ โดยพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่เป็นแหล่งต้นน้ำจะต้องมีธนาคารน้ำ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการน้ำ

2.ประเด็นไฟป่า ในอนาคตการเผาป่า การหาของป่า ต้องไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป การแก้ปัญหาไฟป่าจะต้องให้มีผลกระทบน้อยที่สุด

3.การมอบสิทธิที่ดินทำกิน รัฐได้หาวิธีการที่เหมาะสมเพื่อให้ประชาชนได้มีที่ดินทำกินโดยผ่านหน่วยงาน คทช. เพื่อมอบหนังสืออนุญาตให้ทุกคนใช้อย่างถูกต้อง โดยจะดำเนินการให้ครบทุกจังหวัด แต่ผู้ที่ได้รับสิทธิแล้วต้องไม่ทำให้หลุดมือ ไม่นำไปขายหรือนำเอาไปให้คนอื่น และต้องไม่บุกรุกเพิ่มอีก

4.ปัญหาหมอกควันและไฟป่า เป็นปัญหาที่เกิดจากหลายสาเหตุทั้งการเผาและสภาพอากาศปิด ประชาชนต้องเรียนรู้เรื่องอื่น ๆ เพื่อช่วยลดความขัดแย้ง เราต้องรักหวงแหนบ้านเกิดตัวเอง รักสังคมและประเทศชาติ คิดถึงส่วนรวมเป็นที่ตั้ง โดย นายกรัฐมนตรีชื่นชมการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดน่านที่ร่วมมือกันทุกฝ่ายโดยผ่านกลไกความร่วมมือทั้งรัฐ ประชาชน และประชาสังคม

5.การพัฒนาตนเองของวิสาหกิจชุมชน ต้องพัฒนาทั้งรูปแบบ สไตล์ การตลาด มีการค้าออนไลน์ผ่านแพลทฟอร์มต่าง และ Grab ต้องถูกกฎหมาย มีการทำการเกษตรแปลงรวม ปรับปรุงคุณภาพ สร้างคุณภาพในการจัดจำหน่าย และสร้างเครือข่าย

6.ประเด็นการส่งเสริมรายได้ การพัฒนาผู้สูงอายุ แรงงาน การศึกษา การรักษาพยาบาล รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เช่น การให้เงินสงเคราะห์เด็ก การประกันสุขภาพถ้วนหน้า และโรงพยาบาลชุมชนหรือโรงพยาบาลปฐมภูมิต้องได้รับการพัฒนาขึ้น

7.ด้านการท่องเที่ยว จังหวัดน่านต้องมีการเชื่อมโยงด้านต่าง ๆ เพื่อให้คนมาเที่ยวเพิ่มมากขึ้น

8.ไม่ว่าจะทำอะไร รัฐ ประชาชน ต้องเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย มีภาคประชาสังคมมาสนับสนุน ซึ่งโครงการ Nan SandBox (โครงการแก้ปัญหาเรื่องป่าต้นน้ำ) ของจังหวัดน่านเป็นตัวอย่างที่ดี

9.จะเกลียดกันวันนี้ จะชอบกันวันนี้ ให้นึกถึงลูกหลานของท่านในวันข้างหน้า

ต่อมา นายกรัฐมนตรีได้เดินทางต่อไป เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนชีววิถีตำบลน้ำเกี๋ยน (บ้านน้ำเกี๋ยน) อ.ภูเพียง จ.น่าน  ซึ่งเป็นหมู่บ้านเกษตรนวัตวิถี ธุรกิจชุมชนที่ได้รางวัลวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับประเทศและระดับโลก ที่มีหน่วยงานภาครัฐได้เข้าไปส่งเสริมและพัฒนาทั้งต้นทาง กลางทางและปลายทาง และยังเป็นต้นแบบชุมชนแห่งการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรชีวภาพได้อย่างยั่งยืน ปี 2550 นำพืชสมุนไพรสร้างรายได้สู่ชุมชน