อนาคตใหม่ โพสต์หลัง ศาล รธน.อ่านคำวินิจฉัยยุบพรรค ตัดสิทธิ์กรรมการบริหาร

21 ก.พ. 2563 เวลา 9:01 น.

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

เพจเฟซบุ๊กอนาคตใหม่ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า วันนี้ (21 กุมภาพันธ์ 2563) เวลา 15.00-16.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยคดี กกต. ร้องศาลรัฐธรรมนูญจากกรณีธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปล่อยเงินกู้ให้พรรคอนาคตใหม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าการกระทำของพรรคอนาคตใหม่นั้นเป็นการบริจาคทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเป็นจำนวนมาก ขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 66 และคณะกรรมการบริหารพรรคควรจะรู้ว่าเจ้าหน้าจะมีความได้เปรียบทางการเมือง กลายเป็นธุรกิจทางการเมือง ขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 72

โดยศาลสั่งตัดสิทธิ์ทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ รวม 16 คน เป็นเวลา 10 ปี ได้แก่

-ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค

-ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ส.ส.บัญชีรายชื่อ

-กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรค ส.ส.บัญชีรายชื่อ

-รณวิต หล่อเลิศสุนทร รองหัวหน้าพรรค

-ชำนาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าพรรค ส.ส.บัญชีรายชื่อ

-พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค ส.ส.บัญชีรายชื่อ

-พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค ส.ส.บัญชีรายชื่อ

-ไกลก้อง ไวทยการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

-นิรามาน สุไลมาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ

-เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

-สุรชัย ศรีสารคาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ

-เจนวิทย์ ไกรสินธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

-จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

-นิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ เหรัญญิกพรรค

-ชัน ภักดีศรี กรรมการบริหารพรรค

-สุนทร บุญยอด กรรมการบริหารพรรค

และที่สำคัญที่สุด “ยุบพรรคอนาคตใหม่”

( พรป.พรรคการเมือง มาตรา 66 บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองมีมูลค่าเกินสิบล้านบาทต่อพรรคการเมืองต่อปีมิได้ และในกรณีที่บุคคลนั้นเป็นนิติบุคคล การบริจาคเงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองไม่ว่าพรรคเดียวหรือหลายพรรคเกินปีละห้าล้านบาทต้องแจ้งให้ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นทราบในการประชุมใหญ่คราวต่อไปหลังจากบริจาคแล้ว

พรรคการเมืองจะรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดซึ่งมีมูลค่าเกินวรรคหนึ่งมิได้

.

พรป.พรรคการเมือง มาตรา 72 ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย )

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด