การเมือง

“หมอระวี” เขย่า “บิ๊กตู่” แสดงความกล้าหาญสมชายชาติทหาร ยกเลิกคิดราคาเหมือนนำเข้าตปท.

“หมอระวี” จี้ “รบ.” ลดราคาค่าตรวจโควิด-หน้ากาก-เจล-น้ำมัน-แก๊ส ด่วน ท่ามกลาง “โควิด-19” ปลุก นายกฯ แสดงความเป็นชายชาติทหาร แสดงความกล้า เลิกคิดราคาเสมือนนำเข้าจากตปท.

นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัว หมอระวี มาศฉมาดล ระบุถึงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า

ในสภาวะสงครามชีวภาพ ที่เริ่มรุนแรง และการสูญเสียสุขภาพ ชีวิตคนไทยจะมากขึ้น ผลกระทบด้านเศรษฐกิจจะรุนแรงและยืดเยื้อเพิ่มขึ้น จึงมีความจำเป็นที่คนไทยทุกคนไม่ว่า พ่อค้า นักธุรกิจ โรงงานผลิตหน้ากากอนามัย-แอลกอฮอล์-เจลฆ่าเชื้อ โรงพยาบาลเอกชน นักการเมือง ประชาชน ทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจเสียสละรายได้ – ผลกำไร คนรวยต้องเสียสละให้คนจน

โดยมีเรื่องจะเสนอรัฐบาลในการช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ

1 ค่าตรวจโควิด-19 ที่ขณะนี้โรงพยาบาลรัฐและเอกชน คิดราคาอยู่ที่ 5,000 – 10,000 บาท ขอให้รัฐบาลขอความร่วมมือโรงพยาบาลเอกชนลดราคาลง เป็นราคาที่ใกล้เคียงกัน เพราะมีประชาชนจำนวนมาก ที่ไปตรวจและจ่ายเงินเอง เป็นการลดภาระของรัฐบาล

อีกประการหนึ่ง ขอให้รัฐบาลเร่งประสานงานใช้น้ำยาตรวจโควิด 19 ที่บริษัท ปตท และคณะแพทย์ศิริราช ร่วมกันคิดค้นขึ้นมาได้ ราคาอยู่ที่ 475 บาทต่อเทส ถ้าการทดลองและวิจัยได้ผลพอใช้ได้ ควรเร่งนำมาใช้ตรวจ ซึ่งจะลดค่าใช้จ่ายของประชาชนและรัฐบาลได้ถึงเกือบ 10 เท่าตัว นอกจากนั้น ขอเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขซื้อน้ำยาตรวจโควิด 19 จากประเทศจีน ซึ่งคาดว่าราคาน่าจะถูกกว่าน้ำยาที่เราใช้อยู่ ขณะนี้

2 หน้ากากอนามัย จากการที่รัฐบาลแถลงว่า ขณะนี้ได้เร่งให้โรงงานผลิต 2 ล้านชิ้นต่อวัน จากเดิมที่ผลิตได้ 1.2ล้านชิ้นต่อวัน ผมขอเสนอเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

2.1 เสนอให้รัฐบาลกำหนดราคา ขายให้ประชาชน อยู่ที่ 1.5 บาทต่อชิ้น ก็พอแล้ว จากราคาที่รัฐบาลกำลังให้ขายที่ 2.5 บาทต่อชิ้น ก่อนโควิด ระบาด ราคาขายหน้ากากอนามัย เกรดดีอยู่ที่ 60 บาทต่อกล่อง (กล่องละ 50 ชิ้น) = ราคา1.2 บาทต่อชิ้นเท่านั้น
ดังนั้นจึงขอเสนอรัฐบาล ลดราคาขายให้ประชาชนทั่วไปเหลือ 1.5 บาทต่อชิ้น ก็พอแล้ว( สมมุติโรงงานได้กำไรเพียง 10 สตางค์ต่อชิ้น วันหนึ่งก็ได้กำไร 200,000 บาทต่อวันแล้ว) ยกเว้นวัตถุดิบราคาแพงขึ้น และต้องเร่งผลิต ต้องจ่าย OT ให้พนักงาน ก็อาจจะขายที่ราคา 1.5 – 1.8 บาทต่อชิ้น รัฐบาลต้องขอความร่วมมือกับทางโรงงานและร้านค้า ให้ลดกำไรลง เพื่อช่วยกันลดผลกระทบเศรษฐกิจของประชาชน

2.2 ประเด็นโรงงานที่ผลิตหน้ากากอนามัยส่งออกนอก ตามที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI รัฐบาลควรเข้าเจรจาหาแนวทางยุติการส่งออกชั่วคราว ช่วง 1-2 เดือนนี้ ขอขายในประเทศก่อน เพราะขณะนี้เป็นช่วงสงครามชีวภาพไม่ใช่ภาวะปกติ และหน้ากากอนามัยถือเป็นยุทธปัจจัยที่สำคัญมากในขณะนี้

3 ราคาเจลฆ่าเชื้อ ขณะที่ราคาแอลกอฮอล์จากโรงงานอยู่ที่ประมาณ 30 บาทต่อลิตร = 3 สตางค์ต่อซีซี ดังนั้นรัฐบาลควรจะควบคุมราคาขายเจลฆ่าเชื้ออยู่ที่ 40-50 สตางค์ต่อซีซี ขึ้นอยู่กับ packaging เพราะในยามนี้เจลฆ่าเชื้อถือเป็นยุทธปัจจัยที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง

4 เสนอให้รัฐบาลลดราคาน้ำมันและแก๊สลงอย่างรีบด่วน ประมาณ 3 บาทต่อลิตร (กก.) เนื่องจากสาเหตุ 2 ประการคือ

4.1 ขณะนี้ราคาน้ำมันดิบลดต่ำลงอย่างมาก เหลือราคาเพียง 25-28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิมก่อนโควิด-19 จะระบาด ราคาอยู่ที่ 50-60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

4.2 ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ผมเสนอให้รัฐบาลยกเลิกการคิดราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศเสมือนนำเข้าจากสิงคโปร์ และราคาแก๊สเสมือนนำเข้าจากซาอุดิอาระเบีย ทั้งที่แก๊ส 90% ผลิตจากในประเทศ

น่าจะได้เวลาที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะแสดงความกล้าหาญสมกับชายชาติทหาร ประกาศยกเลิกการคิดราคาเสมือนนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาภาคประชาชนได้เรียกร้องมาโดยตลอด แต่รัฐบาลในอดีตไม่มีรัฐบาลไหนกล้าทำ ถ้าพลเอกประยุทธ์ ตัดสินใจทำเรื่องนี้ จะเป็นการเยียวยาทาง เศรษฐกิจของประเทศได้เป็นแสนล้านบาท โดยรัฐบาลไม่ต้องใช้งบประมาณเลย เพราะราคาน้ำมันเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจประเทศ ถ้าลดราคาน้ำมันและแก๊สลงจะส่งผลให้ราคาค่าครองชีพ ทุกๆอย่างต้องลดราคาตามลงมาด้วย