ปรีชา จันทร์โอชา เปิดประวัติน้องชายนายกฯ หลังมีมติตั้งเป็น กรรมาธิการการท่องเที่ยวคนใหม่

17 เม.ย. 2563 เวลา 3:43 น.

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา หรือ บิ๊กติ๊ก น้องชายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถูกจับตามองอีกครั้ง เมื่อเว็ปไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ เรื่อง ตั้ง พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา เป็นกรรมมาธิการในคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว แทนตําแหน่งที่ว่าง

อ่านข่าว ราชกิจจาฯ ประกาศวุฒิสภาตั้ง พล.อ. ปรีชา จันทร์โอชา นั่งกรรมาธิการการท่องเที่ยวแทนตำแหน่งว่าง

 

ประวัติโดยสังเขป

พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ชื่อเล่นว่า “ติ๊ก” เป็นน้องชาย ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

เกิดวันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2499 เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้อง 4 คน ของ พันเอก (พิเศษ) ประพัฒน์ จันทร์โอชา และ คุณเข็มเพชร จันทร์โอชา

สมรส กับคุณผ่องพรรณ จันทร์โอชา มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ ปฐมพล จันทร์โอชา และ ปฏิพัทธ์ จันทร์โอชา

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

ภายหลัง พล.อ.ปรีชา สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนวัดนวลนรดิศ กรุงเทพฯ ได้ก้าวเข้าสู่ชีวิตทหาร ด้วยการเป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 15 และเข้ารับการศึกษาต่อในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 26 พร้อมเข้ารับการศึกษาในหลักสูตรที่สำคัญๆ ได้แก่

  • หลักสูตรศิษย์การบิน โรงเรียนการบินทหารบก ศูนย์การบินทหารบก รุ่นที่ 20
  • หลักสูตรหลักประจำ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ชุดที่ 67
  • หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรสถาบันวิชาการป้องกันประเทศชั้นสูง พ.ศ.2552
  • หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยนเรศวร

หลังจากการสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ในปี พ.ศ. 2522 พล.อ.ปรีชา เลือกเข้ารับราชการในเหล่า ทหารราบ เริ่มต้นชีวิตการรับราชการในตำแหน่ง ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก ศูนย์การทหารราบ และได้เข้าเป็นศิษย์การบิน โรงเรียนการบินทหารบกศูนย์การบินทหารบก

ในปี พ.ศ.2523 หลังจากการจบการศึกษาจาก โรงเรียนการบินทหารบกศูนย์การบินทหารบก ได้ดำรงตำแหน่ง นักบินกองบินปีกหมุนที่ 2 ศูนย์การบินทหารบก ออกปฏิบัติงานราชการสนามชายแดนปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ในพื้นที่ภาคเหนือมาโดยตลอด

เมื่อสำเร็จการศึกษาหลักสูตรหลักประจำโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ได้เข้ารับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยนายทหารปฏิบัติการจิตวิทยา กองกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 3 เจริญเติบโตมาในสายงานด้านกิจการพลเรือนมาโดยลำดับ จนในปี พ.ศ.2546 ได้เป็น ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 3 ปฏิบัติงานทางด้านกิจการพลเรือน การปฏิบัติการจิตวิทยา และ การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือและผู้ประสบภัยพิบัติที่สำคัญๆ หลายครั้ง

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา เติบโตมาจากกองทัพภาคที่ 3 จนก้าวขึ้นเป็นแม่ทัพและจบที่ตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม เมื่อปี 2557 ยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคยมีข่าวให้วิพากษ์วิจารณ์มาแล้ว แม้ว่าเจ้าตัวจะอยู่เงียบๆ รับตำแหน่ง "ส.ว." ไม่พูดมาก เพียงมีข่าวแต่งตั้งเล็กน้อยก็ได้รับความสนใจทันที เพราะเป็นน้องชายนายกฯนั่นเอง

เกียรติประวัติและการปฏิบัติราชการที่สำคัญ

  • พ.ศ. 2545 ดำรงตำแหน่ง เสนาธิการกองพลพัฒนาที่ 3
  • พ.ศ. 2546 ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 3
  • พ.ศ. 2550 ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3
  • พ.ศ. 2551 ดำรงตำแหน่ง เสนาธิการกองทัพน้อยที่ 3
  • พ.ศ. 2553 ดำรงตำแหน่ง รองแม่ทัพภาคที่ 3
  • พ.ศ. 2555 ดำรงตำแหน่ง แม่ทัพน้อยที่ 3
  • พ.ศ. 2556 ดำรงตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 3
  • พ.ศ. 2557 ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก
  • 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงกลาโหม จนถึง 30 กันยายน พ.ศ. 2559
  • 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่ง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. โดยภายหลังเกษียณอายุราชการจากตำแหน่ง ปลัดกระทรวงกลาโหมแล้ว พล.อ.ปรีชา ได้ดำรงตำแหน่ง สนช.
  • 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ลาออกจาก สนช. เพื่อไปเป็นส.ว. ขณะนั้นมีหลายฝ่ายออกมาตั้งคำถามถึงความเหมาะสม หลังมีการตรวจสอบพบว่า พล.อ.ปรีชา มีการลางาน ไม่เข้าประชุมมากถึง 394 วัน แต่กลับไม่ถูกไล่ออกราชการ
  • 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 ประชุมวุฒิสภามีมติตั้ง พล.อ.ปรีชา เป็นกรรมมาธิการในคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว แทนตําแหน่งที่ว่าง

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด