ทัพบก เคลียร์จัดซื้อสไตรเกอร์ ย้ำเป็นงบฯ ผูกพัน ตัดแล้ว 50% ชะลอทุกโครงการรวมกว่า 1.8 หมื่นล้าน

22 เม.ย. 2563 เวลา 11:33 น.

โฆษกกองทัพบก ชี้แจงซื้อสไตรเกอร์เป็นงบฯ ผูกพัน ตัดงบแล้ว 50% พร้อมชะลอทั้งโครงการ ยอดรวม 18,000 ล้าน ช่วยโควิด-19

วันนี้ (22เม.ย.) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงชี้แจงถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ประกาศแผนการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ของกรมสรรพาวุธทหารบก เรื่องยานเกราะล้อยาง หรือ สไตรเกอร์ พร้อมระบบอาวุธ และการบริการทางเทคนิค จำนวน 50 คัน ในวงเงิน 4,515,000,000 บาท ว่า

จากนโยบายของรัฐบาล โดยกระทรวงกลาโหม ได้ขอให้ทุกหน่วยงานในสังกัดพิจารณาปรับลดงบประมาณในปี 2563 นำไปเป็นงบประมาณกลางของรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 ซึ่งในภาพรวมของกระทรวงกลาโหม มีการปรับลดงบประมาณจากหน่วยงานในสังกัดที่มี 7 หน่วยงาน รวมถึงเหล่าทัพด้วย

โดยได้ยอดงบประมาณรวม 18,000 ล้านบาท ซึ่งจะต้องถูกนำไปใช้ในรูปแบบของ พ.ร.บ.การโอนงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้ตัวเลข 18,000 ล้านบาทถือเป็นตัวเลขที่สูง เมื่อเทียบกับกระทรวงอื่นๆ และในจำนวนนี้เป็นเงินงบประมาณปี 2563 ในส่วนของกองทัพบกเพียงหน่วยงานเดียวประมาณเกือบ 1 หมื่นล้านบาท

สำหรับการดำเนินการปรับลดงบประมาณตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงกลาโหมนั้น หากเป็นโครงการที่ไม่ได้เป็นงบประมาณผูกพันก็จะตัดทั้งหมด แต่โครงการใดเป็นโครงการงบประมาณผูกพันก็จะตัดอย่างน้อย 50%ของโครงการนั้น

ดังนั้นในงบประมาณปี 2563 ทำให้ 4 โครงการขนาดใหญ่ของกองทัพบก เช่น รถถัง ปืนใหญ่ เรดาห์ต่างๆ จะถูกตัดออกไปทั้งหมด รวมถึงยังมีโครงการระดับกลางและระดับย่อยอีกประมาณ 26 โครงการด้วย

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า ส่วนกรณียานเกราะล้อยาง หรือสไตรเกอร์ อยู่ในกลุ่มของโครงการงบประมาณผูกพันข้ามปี คือปี 2563-2565 โดยทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอนการเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง

ในปีแรกจะสามารถใช้ได้เพียง 10% ก่อนปรับลดงบประมาณ ซึ่งมีแผนที่จะใช้งบประมาณปี 2563 จำนวน 900 ล้านบาท เมื่อให้มีการปรับลดประมาณเกิดขึ้นก็จะเหลือให้ใช้เพียง 450 ล้านบาท

สรุป คือ โครงการจัดซื้อจัดจ้างยานเกราะล้อยางยังคงมีอยู่ แต่จะใช้จ่ายงบประมาณปี 2563 ได้ 450 ล้านบาท

โครงการดังกล่าวนี้เป็นการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการจัดซื้อในรูปแบบโครงการความช่วยเหลือทางทหารระหว่างกองทัพบกไทยกับกองทัพบกสหรัฐฯ ที่ได้รับอนุมัติงบประมาณทั้งโครงการไว้ประมาณ 4,515,000,000 บาท ซึ่งจะได้ยานเกราะล้อยางทั้งสิ้น 100 กว่าคัน รวมถึง รถติดปืน ค.120 มม. รถพยาบาล รถผู้บังคับบัญชา รถโดยลาดตระเวน การจัดชุดครูฝึกสอนขับรถ รูปแบบการใช้รถทางยุทธวิธี การสอนเทคนิคต่างๆ ชิ้นส่วนอะไหล่ การซ่อมบำรุง การฝึกศึกษาในต่างประเทศ และการสร้างอาคารโรงซ่อมที่ได้มาตรฐานสูง เพื่อดูแลและรักษายานเกราะล้อยางดังกล่าว

นอกจากนี้ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมากองทัพบกไทยยังได้รับการช่วยเหลือเรื่องระบบกระสุนจากสหรัฐฯที่มีมูลค่าถึง 6 แสนเหรียญ พร้อมกันนี้กองทัพบกสหรัฐฯยังได้อนุญาตได้นำนักเรียนทุนกลับมาประเทศไทยโดยเครื่องสหรัฐฯและไม่คิดค่าใช้จ่าย

“สำหรับโครงการใหญ่ที่ถูกตัดจำนวน 4 ส่วนโครงการ คือ รถถัง ปืนใหญ่ เรด้าร์ ส่วนยานเกราะเกราะ ไม่ได้ถูกตัดงบฯ ที่ตั้งไว้ในปี 2563 ทั้งโครงการเพราะ ถือว่าได้ทำสัญญาและจัดทำเป็นโครงการที่มีการดำเนินการมาก่อน ผูกพันงบประมาณทั้งโครงการ ดังนั้นจึงตัดเพียงครึ่งเดียว โดยต้องไปเจรจาว่าในปีแรกที่คุยกันว่า ใช้งบ 900 ล้านบาท แต่ขอจ่ายเงินงวดได้แค่ 450 ล้านบาท ส่วนรถถังVT-4 ของจีนที่มีการตั้งงบประมาณจัดหาอีกล็อตหนึ่งนั้น อยู่ในกลุ่มที่ยังไม่ได้มีการผูกพันงบฯ จึงต้องชะลอทั้งโครงการ ซึ่งทั้งหมดต้องดูตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงกลาโหม 2 ข้อที่ให้นโยบายมา คือ ถ้ายังไม่ผูกพัน งบฯก็ให้ชะลอหรือเลื่อนไปทั้งโครงการก่อน แต่ถ้ามีการตั้งงบฯผูกพันแล้วก็ให้จ่ายบางส่วน” พ.อ.วินธัย กล่าว