การเมือง

ธนาธร ไม่เห็นด้วย รัฐใช้เงิน 1.3 แสนล้าน อุ้มการบินไทย แนะ 2 แนวทางแก้วิกฤต

ธนาธร ไม่เห็นด้วย รัฐใช้เงิน 1.3 แสนล้าน อุ้มการบินไทย ยันไม่แฟร์ ตอนได้กำไร ผู้ถือหุ้นได้ประโยชน์ พอเจ๊ง ประชาชนต้องแบกรับภาระ

จากกรณีที่รัฐบาลจะใช้เงิน 5 หมื่นล้านบาท อุ้มการบินไทย ที่ประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก ซึ่งหากไม่ได้รับการช่วยเหลือ อาจถึงขั้นล้มละลายนั้น เมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 พ.ค. 63 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า ได้ไลฟ์ผ่านเพจเฟซบุ๊กคณะก้าวหน้า พูดถึงปัญหาดังกล่าว พร้อมเสนอแนวทางแก้ไข ดังนี้

เงินกู้ทั้งหมด ไม่ใช่ 5 หมื่นล้านบาท

นายธนาธรกล่าวว่า เงิน 5 หมื่นล้านบาทนี้ ไม่ใช่ตัวเลขทั้งหมด แต่เป็นจำนวนเงินที่ใช้เพื่อเสริมสภาพคล่อง

และยังมีเงินก้อนใหญ่อีก ที่รัฐบาลต้องเสริมเข้าไป แต่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง นั่นก็คือการกู้ก๊อกสอง อีก 8 หมื่นล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1.3 แสนล้านบาท

ไม่เห็นด้วยกับการอุ้มการบินไทย

นายธนาธรกล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับแนวทางการอุ้มการบินไทยของรัฐบาล เพราะถ้าการบินไทยไปได้ดี ผู้ถือหุ้นเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าการบินไทยเจ๊ง ประชาชนแพ้

เพราะเจ้าหนี้กับผู้ถือหุ้น ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ไม่ว่าการบินไทยจะขาดทุนเท่าไหร่ก็ตาม แต่ถ้ากำไร พวกเขาได้ประโยชน์

ในทางตรงกันข้าม ถ้าการบินไทยไปได้ดี ประชาชนไม่ได้อะไรเลย แต่ถ้าเจ๊ง ประชาชนต้องเป็นผู้แบกหนี้

ไม่เชื่อ จะทำกำไรกว่า 4.5 พันล้าน ภายใน 1 ปี

ธนาธรได้เปิดแผนฟื้นฟูที่การบินไทยเสนอกระทรวงการคลัง ให้พิจารณา โดยในส่วนของประมาณการงบ ปี 2563 – 2567 มีดังนี้

ปี 2563 คาดว่าจะขาดทุน 59,062 ล้านบาท

ปี 2564 คาดว่าจะกำไร 4,519 ล้านบาท

ปี 2565 คาดว่าจะกำไร 11,064 ล้านบาท

ปี 2566 คาดว่าจะกำไร 12,219 ล้านบาท

ปี 2567 คาดว่าจะกำไร 13,702 ล้านบาท

ซึ่งนายธนาธรกล่าวว่า ในฐานะที่ตนทำธุรกิจ คิดว่าแผนฟื้นฟูนี้ไม่สามารถเป็นไปได้ ที่การบินไทยสามารถกลับมามีกำไรกว่า 4.5 พันล้านบาท ภายใน 1 ปี

ธนาธร เสนอแนวทางแก้วิกฤตการบินไทย

นายธนาธร ได้แจงแจกทางเลือกต่างๆ ก่อนที่จะเสนอแนวทางที่ตนเองคิดว่า เหมาะสมและที่ประชาชนได้รับผลประโยชน์ คือ

1. ปล่อยการบินไทยล้มละลาย

ให้กลไกตลาดจัดการ โดยรัฐบาลไม่ต้องถือหุ้นในการบินไทย หรือถ้าจะถือหุ้น ก็ไม่เกิน 25 % และต้องเปิดน่านฟ้าเสรี โดยมีผู้ซื้อรายใหม่เข้ามาดำเนินการ

2. ปล่อยกู้ระยะสั้น เพื่อนำไปสู่การขาย (bridge loan)

ล้มละลายอย่างมีการจัดการ หรือ ปล่อยกู้ระยสั้น เพื่อนำไปสู่การขาย โดยการหาผู้ซื้อที่เหมาะสม ซึ่งรัฐบาลจะต้องเปิดน่านฟ้าเสรี ไม่จำเป็นต้องถือหุ้นในการบินไทย แต่ถ้าจะถือหุ้น ต้องไม่เกิน 25 %

ซึ่งนายธนาธรมองว่า หากดำเนินการตามนี้ ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์ เนื่องจากราคาค่าตั๋วจะถูกลง

กลุ่มธุรกิจไทยที่มีศักยภาพในการซื้อการบินไทย

นายธนาธรกล่าวว่า กลุ่มธุรกิจไทยที่มีศักยภาพซื้อการบินไทยได้ มีน้อยมาก จากการวิเคราะห์ ตนเห็นว่ามีอยู่ 5 กลุ่มธุรกิจคือ

1. กลุ่มซีพี

2. กลุ่มไทยเบฟเวอเรจ (เบียร์ช้าง)

3. กลุ่มบีทีเอส

4. กลุ่มกัลฟ์

5. กลุ่มคิงพาว์เวอร์

หากเป็นผู้ลงทุนจากต่างชาติ คือสายการบินจากประเทศจีน เนื่องจากรัฐบาลไทยกับจีน มีความใกล้ชิดกัน

ส่วนสายบินอื่นๆ เป็นไปได้ยาก เพราะสายการบินใหญ่ทั่วโลกตอนนี้กำลังประสบปัญหาวิกฤต เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

หรืออีกกลุ่มหนึ่ง ก็คือกองทุนต่างๆ ที่เข้ามาซื้อกิจการ แล้วนำไปฟื้นฟู เพื่อขายทอดตลาดทำกำไร