การเมือง

พิธา อัดแรง ประยุทธ์ วิจารณ์ตู้ปันสุข แนะควรดูตัวเอง แทนที่จะชี้นิ้วโทษประชาชน

นายพิธา กล่าวถึง  กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ วิจารณ์ประชาชนที่กำลังยื้อแย่งข้าวของจาก “โครงการตู้ปันสุข” แสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีไม่เคยมองย้อนกลับไปดูการบริหารจัดการของตนเอง

ตู้ปันสุข จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี วิจารณ์ภาพประชาชนที่กำลังยื้อแย่งข้าวของจาก “โครงการตู้ปันสุข” ว่า รับไม่ได้และอย่าเห็นแก่ตัว และได้แนะนำให้มีคนเฝ้าหรือติดกล้องบันทึกพฤติกรรมประชาชนนั้น

ล่าสุดนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ความคิดดังกล่าวถือเป็นการดูถูกประชาชนและแสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีไม่เคยมองย้อนกลับไปดูการบริหารจัดการของตนเองว่ามีปัญหาเลย

นายพิธา ย้ำอีกว่า ถึงแม้รัฐบาลจะไม่สามารถบริหารเงินเยียวยา 5,000 บาท อย่างมีประสิทธิภาพได้ แต่อย่างน้อยควรทำโครงการธนาคารอาหาร หรือ food bank เพื่อให้ประชาชนมีทางออก ไม่อดตาย เพราะประเทศไทยที่อุดมสมบูรณ์ขนาดนี้ ไม่สมควรต้องมีคนมากมากต้องหิวโหย ซึ่งโครงการธนาคารอาหารนี้ ตนได้เคยเสนอให้รัฐบาลทำตั้งแต่เดือนเมษายนแล้ว แต่ก็ไม่เคยเกิดขึ้น ทำให้ประชาชนต้องมองหาวิธีการช่วยเหลือดูแลกันเอง

ปัญหาปากท้องของประชาชนควรได้รับแก้ไขอย่างเร่งด่วน พรรคก้าวไกล นอกจากการลงพื้นที่เพื่อหาทางช่วยบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว ยังพยายามอย่างเต็มที่ฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ผ่านการผลักดันให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญตั้งแต่เดือนเมษายน เพื่อให้สามารถผ่านงบประมาณออกมาเยียวยาประชาชนได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะขาดแรงสนับสนุนจากฝ่ายรัฐบาล

สำหรับโครงการตู้ปันสุข การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาแสดงความคิดเห็นแบบนี้ รวมถึงเสนอให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อสอดแนมประชาชนดูว่าใครหยิบอะไรไปมากน้อยขนาดไหนนั้น แสดงให้เห็นถึงแนวความคิดและภาพสะท้อนปัญหาในตัวของนายกรัฐมนตรีว่า มองประชาชนอย่างไร ดูถูกพวกเขาขนาดไหน โดยที่ไม่เคยมองว่าการบริหารจัดการของตนเองมีปัญหาเลย  นายพิธา กล่าว

นายพิธา ยังเป็นหนึ่งในผู้ที่ทำโครงการตู้ปันสุข โดยได้ติดตั้งตู้แรกไว้ที่หน้าสำนักงานใหญ่ พรรคก้าวไกล พร้อมติดป้ายว่า “ใครมี เชิญให้, ใครไร้ เชิญหยิบ” เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้น สำหรับผู้ที่จำเป็นสามารถมาหยิบอาหารหรือสิ่งของที่กำลังขาดแคลนไปใช้ได้

นอกจากการช่วยเหลือในลักษณะนี้ พรรคก้าวไกล ยังได้ยื่นญัตติด่วนให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามการตรวจสอบการใช้งบประมาณและมาตรการแก้ไขปัญหาภายใต้วิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากมีข้อสังเกตว่า ภายใต้มาตรการของรัฐที่กำลังดำเนินการด้วยงบประมาณมหาศาล ทำไมจึงยังมีผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก

ดังนั้น การใช้งบประมาณจึงต้องมีการตรวจสอบว่าถูกใช้ไปอย่างมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่