การเมือง

นายกฯ แจงความจำเป็นจัดซื้อยุทโธปกรณ์ เพื่อป้องกัน-ลดการสูญเสียของประเทศ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงสภาฯ ถึงความจำเป็นในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ เพื่อป้องกันและลดการสูญเสียของประเทศ

วันนี้ (1 ก.ค.63)  เวลา 16.15 น. ณ อาคารรัฐสภา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงถึงงบประมาณผูกพันข้ามปีว่ามีการตรวจสอบเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทุกอย่าง ทั้งนี้ในส่วนของงบประมาณผูกพันข้ามปีที่สะสมกันมาเนื่องจากการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ต้องใช้เวลาในการผลิต ผ่อนชำระ และมีราคาแพง ซึ่งวันนี้มีความจำเป็นที่ต้องปรับยุทโธปกรณ์ของประเทศให้เพียงพอ เพราะที่ผ่านมาไม่มีการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ใหม่เลย ทำให้ปัจจุบันมียุทโธปกรณ์เก่าถึงร้อยละ 70 – 80

ส่วนจัดหาทดแทนก็เพื่อที่จะไม่ต้องไปเสียงบประมาณค่าซ่อมบำรุง ซึ่งนับวันยุทโธปกรณ์ที่ซ่อมมาก็จะใช้ไม่ได้ ซึ่งภารกิจของกองทัพมีหน้าที่ในการป้องกันอธิปไตยตามแนวชายแดนซึ่งอาจจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ แต่ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ทั้งเรื่องของกำลังพล ยุทโธปกรณ์ต่างๆ ประกอบกับขณะนี้เทคโนโลยีต่างๆ มีความทันสมัยและก้าวไกล ซึ่งยุทโธปกรณ์ที่ไม่ทันสมัยอาจจะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคตได้อย่างไรก็ตามการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ไม่ใช่การสั่งแล้วได้ทันที เพราะไม่มีการสร้างไว้รองรับก่อนแต่จะต้องไปประกอบการผลิตใหม่ จึงขอให้ทุกคนเข้าใจถึงการดำเนินการเรื่องนี้ด้วย

นายกรัฐมนตรี ชี้แจงการบรรจุข้าราชการทหารในปัจจุบันสอดคล้องกับหลักการที่ควรจะต้องมี เพราะภารกิจในการป้องกันชายแดนต้องใช้คนไปอยู่ประจำกองกำลังชายแดนทั่วประเทศในแต่ละวันแต่ละคืน หลายหมื่นคน ทำให้การแก้ปัญหาตามแนวชายแดนสามารถยุติความรุนแรงลงไปได้มากพอสมควร รวมทั้งไทยยังมีพันธกิจด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องอนุภูมิภาคและโลกด้วย คือ การสนับสนุนภารกิจขององค์การสหประชาชาติ

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลเข้าใจถึงความห่วงใยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน โดยตนเองในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะพยายามทำให้ดีที่สุด เพียงแต่ข้อความเข้าใจจากทุกคนด้วยในความจำเป็นที่ต้องดำเนินดังกล่าว รวมทั้งห่วงใยทหารที่ต้องมีอุปกรณ์จำเป็น ทันสมัยและสามารถป้องกันตนเองได้ เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียของทหารที่เป็นลูกหลานของพวกเราได้