ก้าวไกล ลั่นไม่ปล่อยปม ธรรมนัส หลังรอดพ้นการเป็น ส.ส.

02 ก.ค. 2563 เวลา 7:10 น.

ณัฐชา ไม่ปล่อยผ่านปมศาลรธน. ยกคำร้องคดี ร้อยเอกธรรมนัส ตั้งข้อสังเกตหลังเปลี่ยนขั้วสนับสนุนหัวหน้าพรรคพปชร. คนใหม่ สามารถหลุดคดีทันที

ก้าวไกลายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล แถลงข่าวหลังจากที่เมื่อวานนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้อง กรณีวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส. ของ“ธรรมนัส พรหมเผ่า” ปมภรรยาถือหุ้นตลาดคลองเตย ซึ่งทําสัญญาเช่าพื้นที่กับการท่าเรือ ชี้ ไม่มีลักษณะทําสัญญาอันเป็นการผูกขาดตัดตอน

โดยนายณัฐชา ระบุว่าประเด็นนี้เป็นการบ่งชี้ว่ากระบวนการยุติธรรม อาจไม่ใช่ตาชั่งของความถูกต้องอีกต่อไป เพราะรายละเอียดชัดเจนว่า การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นคู่สัญญากับรัฐนั้น ไม่สามารถทำได้ และการที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล เข้าชื่อยื่นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น โดยการพิจารณาในชั้นตรวจคำร้องตาม พรป.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 49 ในทางวิชาการแล้ว ศาลจะตรวจสอบ 2 ประเด็นเท่านั้น คือ

ประเด็นที่ 1 เขตอำนาจศาล กล่าวคือ ตรวจสอบว่า มูลคดีตามคำร้องเป็นกรณีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่

ประเด็นที่ 2 การเสนอคำร้องถูกต้องหรือไม่ กล่าวคือ กระบวนการขั้นตอนเสนอคำร้องได้ดำเนินการถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

หากเป็นคดีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ และกระบวนการเสนอคำร้องถูกต้องแล้ว ศาลจะต้องรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแต่ปรากฏว่า คดีของร้อยเอกธรรมนัสคดีนี้ ศาลได้ตรวจสอบว่า สัญญาพิพาทตามคำร้องนี้ มีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอนหรือไม่ ในการเช่าที่ติดจากหน่วยงานของรัฐผูกขาด 10 ปี จะเป็นสัญญาที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอนหรือไม่นั้น เป็นเรื่องในทางเนื้อหาของคดี ซึ่งปกติศาลจะต้องรับคำร้องและเปิดโอกาสให้คู่ความในคดีเสนอพยานหลักฐานเสียก่อน จึงจะพิจารณาเนื้อหาของคดีได้ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นการตอกย้ำกระเเสสังคมว่า ร้อยเอกธรรมนัสเป็นรัฐมนตรีเทวดา

อีกทั้งตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากที่ร้อยเอกธรรมนัส เปลี่ยนไปให้การสนับสนุนพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐคนใหม่ ซึ่งเดิมเป็นที่รู้กันว่าร้อยเอกธรรมนัสเป็นก๊กเดียวกับหัวหน้าพรรคคนเก่าที่เพิ่งหลุดเก้าอี้ไป นี่หรือไม่คือเงื่อนไขเพื่อแลกเปลี่ยน เส้นทางการเมืองของร้อยเอกธรรมนัสต่อไป

จึงขอให้ประชาชนร่วมจับตาแม้ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องไปแล้ว แต่รัฐบาลจะตัดสินใจให้รัฐมนตรีที่มีความด่างพร้อยเช่นนี้ได้ดำรงตำแหน่งต่อไป ส่งผลลบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลไทยหรือไม่ประชาชนรอคำตอบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด