'จตุพร' เตือน นศ.ชุมนุมได้แต่ต้องไม่ก้าวล่วงสถาบันฯ

20 ก.ค. 2563 เวลา 1:58 น.

“จตุพร พรหมพันธุ์” เตือนทั้งฝ่ายรัฐและนักศึกษา ใช้ความอดทนกันให้ถึงที่สุด พร้อมย้ำนักศึกษาต้องยึดกุมข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ และต้องขีดเส้นใต้ให้ชัดต้องไม่ไปก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ชี้ นักศึกษาคือพลังบริสุทธิ์ ฝ่ายการเมืองไม่ควรเข้าไปยุ่ง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอกที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ว่า การชุมนุมนั้นสิ่งที่จำเป็นจะต้องทำทั้ง 2 ฝ่าย คือ การแข่งความอดทนซึ่งกันและกันซึ่งตนผ่านเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 มา  โดยในขณะนั้นก็เป็นคนหนุ่มสาวเหมือนกับคนเหล่านี้ จึงรู้ว่าคนหนุ่มสาวเป็นพลังบริสุทธิ์ มีความฝันมีความหวัง ดังนั้นการต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมืองนั้นเป็นหน้าที่ และประเทศใดคนหนุ่มสาวไม่กล้าที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้นั้น ประเทศนั้นจะหามีอนาคตไม่

โดยการต่อสู้การแสดงออกของคนหนุ่มสาวของประเทศที่มีอนาคตผู้มีอำนาจต้องมองด้วยภาวะการณ์ปกติ เพราะหากมองว่าเป็นภัยคุกคามที่จะต้องกำจัด สุดท้ายแล้วเหตุการณ์จะลุกลามบานปลายประชาชนซึ่งเป็นพ่อแม่ของนักศึกษาทนไม่ได้ก็จะออกมา ขณะเดียวกันการชุมนุมก็ต้องเตรียมความพร้อมให้ครบถ้วนทั้งอุปกรณ์เครื่องเสียง และระบบการจัดการ์ดรักษาความปลอดภัยในการปกป้องและลดความสูญเสียในการชุมนุม เพราะปรากฏการณ์ที่เกิดการกรูเข้าไป สามารถทำให้เกิดเหตุการรณ์ได้ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตามฝ่ายผู้ปกครองจะต้องใจกว้าง จะต้องมีความอดทนให้ถึงที่สุด ขณะเดียวกันข้อเรียกร้องของบรรดาคนหนุ่มสาว3 ข้อนั้นก็ต้องยึดกุมให้แข็งแรง และที่สำคัญต้องไม่ไปก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะจะทำให้เป็นจุดอ่อนโดยฉับพลันซึ่งทั้ง 3 ข้อเรียกร้อง เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญทั้งการเรียกร้องให้ยุบสภา การเรียกร้องไม่ให้มีการคุกคามบุคคลที่มีความเห็นต่างและเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากขีดเส้นใต้ไว้ 3 ข้อนี้ เชื่อว่าสถานการณ์จะสามารถเดินได้ตามปกติ บทเรียนการชุมนุมแต่ละครั้งซึ่งไม่ได้บอกว่าคนรุ่นไหนจะเก่งกว่าคุณรุ่นไหน ดังนั้นปรากฏการณ์เมื่อวานนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นอีกครั้ง

ทั้งนี้ นายจตุพร กล่าวด้วยว่า ในภาวะการของประเทศที่คนไร้ทางออกนั้นรัฐต้องยอมรับความเป็นจริงว่าคนไทยอยู่ท่ามกลางความยากลำบากการเยียวยาไม่ครบถ้วน อีกทั้งการเยียวยาเท่านั้นไม่สามารถดำรงชีพได้ตลอดไป เหล่านี้ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าความเดือดร้อน คนจะไหลไปรวมกับนักศึกษาโดยอัตโนมัติ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดและใจกว้าง ต้องไม่คิดในการที่จะล้อมปราบ เพราะจะทำให้สถานการณ์ของประเทศยุ่งยากมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ส่วนตัวเห็นด้วยกับการยุติการชุมนุมตอนเที่ยงคืน เพราะการชุมนุมข้ามคืนหากไม่พร้อมก็อย่าทำ ให้รักษาระดับความสำเร็จเอาไว้และหากไม่พร้อมก็ต้องปรับให้เข้ากับสถานการณ์นี่จึงเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดเพราะคนที่มาร่วมชุมนุมไม่ได้เตรียมตัว คนจัดก็ไม่ได้เตรียมตัวและสถานที่ทุกอย่างก็ขาดความพร้อมทั้งหมดในการชุมนุมยืดเยื้อได้ในทางปฏิบัติ รวมถึงจุดดูแลการรักษาความปลอดภัยก็ไม่ได้มีการเตรียมการดังนั้นในสถานการณ์ที่มีความเปราะบางทุกฝ่ายจะต้องใช้ความอดทนกันอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตามหากมองด้วยมุมปรากฏการณ์ว่าความแข็งแรงของกระบวนการนักศึกษานั้นคือความเป็นอิสระซึ่งตนห้ามแกนนำนปช. อย่าเข้าไปใกล้ เพราะเราเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องทางการเมือง ดังนั้น หากเข้าไปใกล้เมื่อไหร่จะเป็นเหตุให้ การต่อสู้ของนิสิตนักศึกษามีสภาพที่ไม่แข็งแรง เพราะพลังบริสุทธิ์จะเป็นภูมิต้านทานที่ดีที่สุด

ดังนั้นบรรดานักการเมืองพรรคการเมืองจะต้องเว้นระยะห่างจากพลังบริสุทธิ์เหล่านี้ พร้อมย้ำว่าการต่อสู้ทางการเมืองต่อไปนี้ไม่ควรจะมีการบาดเจ็บล้มตายหรือต้องสูญสิ้นอิสรภาพและเห็นว่าการต่อสู้ของประชาชนนิสิตนักศึกษานั้นเป็นหน้าที่ปกติของคนที่เกิดภายในประเทศนี้

“จตุพร พรหมพันธุ์” เตือนทั้งฝ่ายรัฐและนักศึกษา ใช้ความอดทนกันให้ถึงที่สุด พร้อมย้ำนักศึกษาต้องยึดกุมข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ และต้องขีดเส้นใต้ให้ชัดต้องไม่ไปก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ชี้ นักศึกษาคือพลังบริสุทธิ์ ฝ่ายการเมืองไม่ควรเข้าไปยุ่ง