ศบค. ชุดเล็กนัดถกผ่อนปรนเฟส 6 ต่อ พรก.ฉุกเฉิน ยืนยันความปลอดภัยสำคัญที่สุด

20 ก.ค. 2563 เวลา 4:22 น.

นพ.ทวีศิลป์ ยืนยันไม่มีการนำเข้าเชื้อเพิ่มเพื่อหวังผลทางการเมือง มั่นใจทุกมาตรการปลอดภัยทำเพื่อประชาชนเป็นอันดับแรก

วานนี้ นพ. ทวีศิลป์ วิษุโยธิน โฆษก ศบค. ได้กล่าวถึงการวางแผนผ่อนปรนระยะที่ 6 โดยคณะกรรมการเฉพาะกิจที่มี พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธาน ได้ดำเนินการพิจารณากรณีต่างๆ เช่น

1.การรับแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานที่มีความจำเป็น

2.การแสดงสินค้า

3.กองถ่ายภาพยนตร์

4.นักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุ อาทิ ผู้ถือบัตรอีลิทการ์ด กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง

ทั้งนี้ได้มีการหารือนทุกมุมมอง และพร้อมนำเข้าสู่ที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ภายในกลางสัปดาห์นี้ หรือคาดว่าไม่เกิน 24 กรกฎาคมนี้

ต่อข้อถาม ศบค. มีการพิจารณาต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่นั้น นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า จะมีการพิจารณาในวันที่ 20-21 ก.ค. นี้โดยจะเป็นการหารือของ ศบค. ชุดเล็กก่อน แล้วจะส่งเรื่องต่อให้ ศบค. ชุดใหญ่เป็นผู้ตัดสินใจพิจารณา

ทั้งนี้กรณีโรงแรมที่เป็นสถานกักกันโรคทางเลือก (Alternative State Quarantine : ASQ) ทั้ง 22 แห่งเต็มแล้วนั้น หากมีผู้เดินทางข้ามาจากต่างประเทศ ต้องไปพักที่ใด นพ.ทวีศิลป์ ตอบว่า ต้องขอขอบคุณประชาชนที่อยากลดภาระของภาครัฐ ที่จัดโรงแรม 3 ดาวในการเป็นสถานที่กักกันโรค แต่สำหรับผู้ที่มีศักยภาพในการจ่ายได้ และต้องการโรงแรมที่ดีกว่า ในขณะนี้นั้นเต็มหมดแล้ว

โดยที่ประชุม ศบค. ชุดเล็กได้มีการหารือถึงกรณีดังกล่าวว่า ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทย รวมถึงคณะทูต เจ้าหน้าที่ๆ มีความเดี่ยวข้องที่เดินทางเข้ามาในประเทศหลายร้อยคนต่อวัน ทำให้เกิดความต้องการห้องพักสูงขึ้น เบื้องต้นต้องใช้สถานกักกันโรคของรัฐ (State Quarantine) ไปก่อน ซึ่งปัจจุบันยังคงมีห้องว่างสำหรับกักตัวได้กว่า 100 ห้องซึ่งจะให้บุคคนกลุ่มดังกล่าวได้เข้าพัก และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง

นอกจากนี้ นพ.ทวีศิลป์ ยังกล่าวด้วยว่า “เป็นหน้าที่ที่จะต้องหาห้องพักแบบทางเลือก หรือ ASQ เพิ่มอีกกว่าพันห้อง ตอนนี้มีโรงแรมระดับสูง รวมถึงโรงพยาบาลเอกชน ต้องเข้ามาร่วมมือกัน โดยความแตกต่างของ SQ กับ ASQ คือ ASQ จะเป็นโรงแรมระดับสูงขึ้น มีเจ้าหน้าที่ของ รพ.เอกชน เข้ามาร่วมมือกัน แต่ SQ เป็นโรงแรมที่ดีระดับหนึ่ง และมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของภาครัฐเข้าไปดูแล โดยจะต้องเพิ่มทั้ง 2 แบบโรงแรมใดที่พร้อมนจะเข้ามาเป็น ASQ และ SQ สามารถติดต่อมายัง ศบค. ได้หรือที่เว็บไซต์ hsscovid.com หรือที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) จะได้แบ่งเบาภาระงบประมาณของรัฐ”

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่ออีกว่า กรณีที่มีข้อสังเกตุเรื่องการนำเข้าผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศเข้ามาเพื่อสกัดการคลื่อนไหวทางการเมือง ต้องชี้แจงว่า ที่นำเข้ามาเป็นคนไทย และผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงชาวต่างชาติที่เข้ามาปฏิบัติภารกิจที่ประเทศไทย เพื่อให้กิจกรรม และกิจการทั้งหลายสามารถกลับมาเป็นปกติได้อย่างที่ประชาชนอยากให้เป็น ไม่ได้มีการเจตนานำเชื้อเข้ามาเติม

“การนำคนเข้ามาจะมีโอกาสเกิดการนำพาหะที่เป็นคน ก็จะมีโรคติดตัวเข้ามา เรานำคนเข้ามาเพื่อให้มีการประกอบกิจการเพื่อเศรษฐกิจ และเราต้องใส่ระบบของการกักโรค เพื่อป้องกัน แลทุกอย่างที่เข้ามาตอนนี้อยู่ในระบบที่เราควบคุมได้ ข้อต่อที่หลวมไม่มีอีกแล้ว ทุกข้อต่อจะต้องเข้ามาในสถานกักกันของรัฐทุกคน” นพ.ทวีศิลป์กล่าวเสริม

เมื่อถามถึงการชั่งน้ำหนักความสำคัญระหว่างความปลอดภัยของประชาชนกับเศรษฐกิจ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ประเทศไทยยึดความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลักมาตลอด กิจกรรมที่เข้ามาจะต้องปราศจากโรค มาตรการแต่ละระยะที่ออกมาจะต้องมีช่วงเวลา เรียนรู้ และพิจารณาจากความปลอดภัยเป็นอันดับแรกเสมอ ส่วนเศรษฐกิจจะให้ความสำคัญเป็นลำดับถัดมาเพราะมีความสำคัญต่อปากท้องของประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด