"คัดกรองโควิดเข้ม" ทหารไทยผลัดที่ 2 เตรียมเดินทางรักษาสันติภาพที่เซาท์ซูดาน

02 ก.ย. 2563 เวลา 10:13 น.

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทำพิธีส่งกำลัง ของกองทัพไทย ผลัดที่ 2 ที่จะไปปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในสาธารณรัฐเซาท์ซูดาน โดยก่อนเดินทาง 21 กันยายนนี้ จะมีการตรวจคัดกรองโควิด-19 และกักตัว 14 วัน ตามมาตรฐานสาธารณสุข

พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีส่งกำลังของกองทัพไทยที่จะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ (UN) ในสาธารณรัฐเซาท์ซูดาน (United Nations Mission in South Sudan) ผลัดที่ 2 ณ กรมการทหารช่าง จังหวัดราชบุรี

การส่งกำลังพลฯ ในครั้งนี้ เป็นการผลัดเปลี่ยนกำลังกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจ ไทย/เซาท์ซูดาน กับผลัดที่ 1 ซึ่งปฏิบัติภารกิจมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 จนถึงปัจจุบัน โดยกำลังพลกองร้อยทหารช่างฯ ผลัดที่ 2 จำนวน 273 นาย มีกำหนดเดินทางออกจากประเทศไทยไปปฏิบัติภารกิจ ณ สาธารณรัฐเซาท์ซูดาน ในวันที่ 21 กันยายนนี้ ซึ่งกำลังพลทุกนายจะได้รับการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขที่เข้มข้นก่อนเดินทางออกจากประเทศไทย

โดยจะเข้ารับการคัดกรองและกักกันเพื่อสังเกตอาการ ที่โรงแรมนนทบุรีพาเลซ จังหวัดนนทบุรี เป็นเวลา 14 วัน พร้อมตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ และออกหนังสือรับรองให้กับกำลังพล ที่มีผลการตรวจระบุว่าปลอดการติดเชื้อ หลังจากนั้นจะออกเดินทางโดยอากาศยานเช่าเหมาลำของสหประชาชาติ จากสนามบินดอนเมือง

ซึ่งมีการเตรียมพื้นที่ปิดเป็นสัดส่วนเฉพาะ เพื่อพักคอยและดำเนินกรรมวิธี ตามขั้นตอนการออกนอกราชอาณาจักรในห้วงการเดินทาง ซึ่งเป็นไปตามมาตรการขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และเมื่อถึงปลายทาง จะได้รับการคัดกรองตามมาตรการของสาธารณรัฐเซาท์ซูดาน และเข้ารับการกักตัว 14 วัน ณ สถานกักกันของสหประชาชาติต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในห้วงที่ผ่านมา กองกำลังของไทย ได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติและองค์การต่างๆ ในความเป็นมืออาชีพ โดยเฉพาะคุณสมบัติพิเศษที่ไม่สามารถหาได้จากชาติใดๆ ได้แก่ การสนับสนุนด้าน การพัฒนาเพื่อความมั่นคงอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการปฏิบัติภารกิจทางยุทธวิธี กองกำลังของไทย จึงได้รับ การพิจารณาจากสหประชาชาติตามพันธกรณีให้เข้าร่วมภารกิจรักษาสันติภาพมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นบทบาท เกียรติภูมิ และความภาคภูมิใจของประเทศไทยในเวทีโลก รวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความรู้และประสบการณ์ให้กับกองทัพไทยเพื่อพัฒนาศักยภาพของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ไปสู่ความเป็นเลิศตามมาตรฐานสากลต่อไป