เชือดปารีณา! ตำรวจฟ้อง 4 ข้อหาโทษหนัก พ่อ ก็ไม่รอด

02 พ.ย. 2563 เวลา 9:58 น.

ตำรวจสั่งฟ้องคดี เอ๋ ปารีณา ไกรคุปต์ รุกป่าจ่อโทษหนักอาจโดนจำคุก 20 ปี ลามถึง ทวี ไกรคุปต์ โดนด้วย ล่าสุดเตรียมรับทราบข้อหา

ตำรวจสั่งฟ้องคดี เอ๋ ปารีณา ไกรคุปต์ รุกป่าจ่อโทษหนักอาจโดนจำคุก 20 ปี ลามถึง ทวี ไกรคุปต์ โดนด้วย ล่าสุดเตรียมรับทราบข้อหา

วันนี้ ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผบก.ปทส. พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รองผบก.ปทส. พ.ต.อ.ธีระพงษ์ วงศ์มุนีวร ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ปทส. พ.ต.ท.คำนวณ จันทร์อนันต์ รองผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ปทส. และคณะพนักงานสอบสวน ประชุมสรุปสำนวนคดีของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีครอบครองที่ดิน ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี

พล.ต.ต.พิทักษ์ กล่าวว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนตรวจสอบรายละเอียดของสำนวนการสอบสวนจนเรียบร้อย หลังจากต้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมาทางป.ป.ช.ส่งคดีกลับคืนมาให้บก.ปทส.รับไปดำเนินการ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้อง และเตรียมส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ จ.ราชบุรี สั่งฟ้อง ซึ่งตัวของ น.ส.ปารีณาเองนัดหมายกับพนักงานสอบสวนแล้วว่า จะมาพบอัยการด้วยตัวเองวันที่ 5 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น.

พล.ต.ต.พิทักษ์ กล่าวต่อว่า สำนวนที่พนักงานสอบสวนสรุปให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้อง มีด้วยกันทั้งหมด 6 แฟ้ม หนากว่า 2,408 หน้า และสอบปากคำพยานเพิ่มเติมตามที่น.ส.ปารีณา ร้องขอมาอีก 3 ปาก เป็นพยานที่ดินข้างเคียง

อย่างไรก็ตาม จากการรวบรวมพยานหลักฐาน พบความผิด 4 ข้อหา ประกอบด้วย

1.ความผิดตามพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.14 และม.31 ร่วมกันยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเบ็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนชาติ โดยได้กระทำเป็นเนื้อที่เกินยี่สิบห้าไร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

2.ความผิดตามพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถางหรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยได้กระทำเป็นเนื้อที่เกินยี่สิบห้าไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

3.ความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน ร่วมกันเข้าไปยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถึงการก่อสร้างหรือเผาป่า กระทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทราย ในบริเวณที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้ามในราชกิจานุเบกษา หรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน โดยได้กระทำเป็นเนื้อที่เกินกว่าห้าสิบไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาต

และ 4.ความผิดตามพ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ.2520 ร่วมกันประกอบกิจการน้ำบาดาล ในเขตน้ำบาดาลใดๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้มีสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดิน ในเขตน้ำบาดาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีคดีบุกรุกป่าฯ ที่มีอัตราโทษสูงสุดคือจำคุก 4-20 ปี ปรับ 200,000-2,000,000บาท นอกจากนี้ น.ส.ปารีณา ยังจะถูกดำเนินคดีในฐานะบุคคลและนิติบุคคลผู้มีอำนาจเต็มอีกด้วย

ทั้งนี้ คดีนี้มีผู้กล่าวหาร้องเรียน 5 ราย ประกอบด้วย นายวีระ สมความคิด, นายพัฒนะ ศิริมัย นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ สำนักป่าไม้จังหวัดราชบุรี, นายสุรเชษฐ์ ศรีแดงรักษา นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ผู้อำนวยการป่าไม้จังหวัดราชบุรี, นายวัชระ ละอออ่อน นักวิชาการป่าไม้ปฎิบัติการ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 และนายสมชาย เลขาวิวัฒน์ ผอ.สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดราชบุรี ที่เคยร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับบริษัท ปารีณา ไกรคุปต์ จำกัด

โดยมีน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ในฐานะนิติบุคคลและส่วนตัว หลังพบว่ามีการบุกรุกที่ป่าไม้ ของเขาสนฟาร์ม หมู่ที่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี จำนวน 711 ไร่ 2 งาน 93 ตารางวา

และนอกจากจะดำเนินคดีกับน.ส.ปารีณาแล้ว พนักงานสอบสวน บก.ปทส.ยังเรียก นายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณา เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 23 พ.ย. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้อหาเดียวกันกับน.ส.ปารีณา กรณีถูกร้องเรียนว่าบุกรุกที่ดินรัฐ กว่า 1 พันไร่ บริเวณหมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี อีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด