"นครบาล" แถลง ดำเนินคดีกลุ่มผู้ชุมนุม 140 คดี ทั่วประเทศ

05 พ.ย. 2563 เวลา 4:39 น.

รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำแถลงภาพรวมการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดในการชุมนุมทั่วประเทศ ขณะนี้ดำเนินคดีไปแล้ว 140 คดี ใน 26 จังหวัด ส่วนประเด็นการตามหาตัว "วันเฉลิม" ที่หายตัวในประเทศกัมพูชา ยังไม่มีความคืบหน้า

รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำแถลงภาพรวมการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดในการชุมนุมทั่วประเทศ ขณะนี้ดำเนินคดีไปแล้ว 140 คดี ใน 26 จังหวัด ส่วนประเด็นการตามหาตัว

วันนี้ ( 5 พ.ย.63) ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พลตำรวจตรี ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเห็นต่างทางการเมือง 

 

พลตำรวจตรี ปิยะ กล่าวว่า ภาพรวมในการดำเนินคดีของกองบัญชาการตำรวจนครบาลในห้วงที่ผ่านมา โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้จับกุมผู้ต้องหาในคดีเกี่ยวกับความมั่นคงและความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไปแล้วจำนวน 85 ราย เป็นผู้ต้องหาจำนวน 79 คน ข้อหาสำคัญคือข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง, การกระทำผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จำนวน 68 ราย, ความผิดประทุษร้ายตามมาตรา 110 จำนวน 3 ราย, กระทำผิดตามมาตรา 116 จำนวน 13 ราย, และความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.เปรียบเทียบปรับ เช่น พ.ร.บ.ความสะอาด หรือพ.ร.บ.อื่นๆ จำนวน 2 ราย

 

พันตำรวจเอก กฤษณะ กล่าวว่า นับตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีการรวมตัวชุมนุมกันของกลุ่มต่างๆ ซึ่งมีการกระทำผิดกฎหมายในภาพรวมทั่วประเทศจำนวน 140 คดี ใน 26 จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งนี้เรื่องของการชุมนุมอยากให้เคารพกฎหมายเป็นหลัก โดยเฉพาะการแจ้งการชุมนุมกับตำรวจที่รับผิดชอบตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ  โดยการแจ้งตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะนั้นจะเป็นการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ได้รับทราบ และเจ้าหน้าที่จะได้จัดกำลังไปอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และรักษาความสงบเรียบร้อยซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ในหลายๆ ส่วนที่ผ่านมามีทั้งการแจ้งและไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่รับทราบ นอกจากนี้แล้วแม้ว่าจะมีการแจ้งการชุมนุมให้เจ้าหน้าที่รับทราบก็ยังมีการฝ่าฝืนกฎหมายในหลายส่วน 

พันตำรวจเอก กฤษณะ กล่าวต่อว่า ผู้ที่จะออกมาชุมนุมอะไรก็ตามสามารถใช้สิทธิได้ตามกฎหมายได้ แต่กฎหมายก็บอกไว้ชัดเจนว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร หลังจากที่มีการออกมาชุมนุมโดยไม่มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรืออาจจะมีการแจ้งแล้วมีการกระทำความผิดกฎหมายในส่วนอื่นนั้น สุดท้ายแล้วพนักงานสอบสวนก็จะดำเนินการตามกรอบกฎหมายที่ให้อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยที่ไม่ได้มี 2 มาตรฐาน ซึ่งทางพล.ต.ต.ปิยะได้ชี้แจงประเด็นที่ตั้งข้อสงสัย แล้วการที่แต่ละกลุ่มออกมาแฟลชม็อบต่างๆ จะมีการกับผู้ที่ออกมาอย่างไร ผมอยากให้มองถึงเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องผู้ใช้รถใช้ถนนและผู้ที่ต้องดำรงชีวิตตามปกติสุข

และเมื่อถามถึงกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีหนังสือเรื่องข้อห่วงใยต่อการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการควบคุมตัวและดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของบุคคลและควรชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจับกุมและดำเนินคดีให้สาธารณชนทราบโดยเร็ว ทาง พันตำรวจเอก กฤษณะ กล่าวว่า ผมขอแยกเป็น 2 ประเด็น คือประเด็นที่ทราบทางกสม.ได้ออกสื่อ ซึ่งผมทราบผ่านสื่อว่าจะมีการส่งหนังสือไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อที่จะให้ชี้แจงในประเด็นการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้อำนาจในการจับกุม และการใช้อำนาจในการปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมในการใช้น้ำฉีดหรืออะไรก็ตาม ทั้งนี้ยังไม่ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการ ในส่วนการชี้แจงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายกฎหมายคงต้องไปดูเป็นขั้นตอนการชี้แจงตามปกติอยู่แล้ว ประการที่สองในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่ต้องไปชี้แจง ทั้งผู้ที่ได้รับมอบหมายโดยตรงในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาลหรือส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้มีความกังวลอะไรในเรื่องที่ต้องเข้าไปชี้แจง พร้อมยืนยันว่าในการปฏิบัตืหน้าที่ในทุกส่วนนั้นเราปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักกฎหมาย ยึดหลักรัฐศาสตร์ ไม่ได้มุ่งที่จะบังคับใช้กฎหมายจับกุมเป็นหลัก เรามีการเจรจาต่อรอง มีขั้นตอน มีพัฒนาการจนไปถึงในจุดที่จะต้องมีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ขอยืนยันว่าเรามีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย และยึดถือกฎหมายเป็นที่ตั้ง

ส่วนประเด็นคดีของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ หรือ ต้าร์ ผู้หลี้ภัยทางการเมือง ที่หายตัวไปในประเทศกัมพูชา ทาง พันตำรวจเอก กฤษณะ กล่าวว่า ตำรวจได้มีผู้ช่วยทูตตำรวจประจำกัมพูชาที่ประสานงานและข้อมูลกับตำรวจกัมพูชาอยู่ตลอด ยืนยันดำเนินการไปตามหน้าที่ ซึ่งในประเทศก็มีการสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้การดำเนินการผ่านมา 5 เดือน ยังไม่ได้รับรายละเอียดหรือข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์มากนัก ล่าสุดทราบว่าญาติของนายวันเฉลิมจะมีการไปยื่นเรื่องที่ประเทศกัมพูชา  

นอกจากนี้ทาง พลตำรวจตรี ปิยะ ยังกล่าวถึงกรณีแกนนำผู้ชุมนุมเข้าแจ้งความที่ สน.ลาดกระบัง ว่า ทางพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

พลตำรวจตรี ปิยะ กล่าวอีกว่า ส่วนของการเตรียมความพร้อมการดูแลพื้นที่การชุมนุมที่ผ่านมา กลุ่มคณะราษฎรได้มีการแถลงการณ์ที่จะชุมนุมต่อโดยกำหนดแนวทาง พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เรียกประชุมหารือเตรียมกำลังไว้เพื่อรองรับไว้ทั้งหมด 12 กองร้อยไว้ดูแลโดยรอบพื้นที่ที่มีการชุมนุม เช่น โดยรอบพื้นที่สนามหลวง และที่เหลืออีก จำนวน 24 กองร้อย ได้มีการจัดกำลัง เพื่อเฝ้าจุดตามสถานที่ราชการ ส่วนขณะนี้มีการปรับลดกำลังแล้วหรือไม่นั้น ขณะนี้ได้มีการปรับลดกำลังบางส่วนตามความเหมาะสม 

ส่วนการดำเนินคดีกับแกนนำเพิ่มเติมนั้น พลตำรวจตรี ปิยะ กล่าวว่า วันนี้มีแกนนำและผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ชุมนุมหลัก 2 จุดคือ กรณี น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ อายุ 25 ปี แกนนำกลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย และ สมาชิกคณะประชาชนปลดแอก รับทราบข้อกล่าวหาความผิดตามม.116 ที่สน.ทุ่งมหาเมฆ ทาง พลตำรวจโท ภัคพงศ์ ได้ลงไปติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเอง อีกส่วนหนึ่งเป็นกรณีที่นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อดีตพระพุทธะ อิสระ แจ้งความเอาผิด นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และน.ส.พรรณิการ์ วานิช กลุ่มคณะก้าวหน้า โดยผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 รายจะเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนสน.พญาไท ตามหมายเรียกคดีดังกล่าวในช่วงเช้าและช่วงบ่ายวันนี้ หากการดำเนินการมีความคืบหน้าอย่างไรนั้น ทางบช.น. จะแจ้งให้ทราบต่อไป