หวั่นเพาะเสือขาย ดันแก้ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

10 ธ.ค. 2563 เวลา 9:10 น.

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก จี้นายกฯ แก้กฎหมาย พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ยกเลิกเพาะพันธุ์สัตว์ป่า หวั่นเกิดช่องให้ทำการค้า

วันนี้ นายปัญจเดช สิงห์โท ที่ปรึกษาด้านนโยบาย องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) เผยถึงกรณีที่ประชาชนเข้าชื่อ 10,400 รายชื่อ ยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอให้มีการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 เนื่องจากกังวลว่ากฏหมายฉบับนี้ มีช่องว่างที่อาจทำให้ตกเป็นเครื่องมือส่งเสริมกระบวนการค้าสัตว์ป่าอย่างถูกกฏหมาย โดยเฉพาะ มาตรา28 ที่ให้อำนาจอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีอำนาจในการออกใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครอง ถึงแม้จะมีการกำหนดไว้ชัดเจนว่า เพื่อการศึกษาวิจัยหรือขยายพันธุ์สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ก็ตาม 

อีกทั้งอนุสัญญาไซเตสมีการส่งจดหมายเตือนมายังรัฐบาลไทยให้ลดจำนวนเสือในกรงเลี้ยง ดังนั้นรัฐบาลควรแก้กฏหมายนี้เพื่อยกเลิกการออกใบอนุญาตเพาะพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อยุติวงจรเสือในกรงเลี้ยง และสนับสนุนให้มีการปรับเปลี่ยนแนวทางการให้บริการสวนสัตว์ ให้ไปตามกระแสการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสัตว์ป่า เพื่อตัดตอนกระบวนการเพาะพันธุ์เสือเพื่อการค้า

นายปัญจเดช กล่าวเสริมว่า ขอเรียกร้องต่อพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เห็นความสำคัญของเสียงประชาชนกว่า 1 หมื่นคนที่ลงชื่อให้แก้กฏหมาย เรากังวลว่าร่างกฏหมายจะถูกตีตก เพราะล่าสุด สภาฯ มองว่าเป็นร่างแก้กฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน คืออาจทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการยกเลิกการออกใบอนุญาตเพาะพันธุ์สัตว์ป่า จึงต้องส่งให้นายกฯ รับรอง 

ขณะเดียวกันกระแสโลกให้ความสำคัญเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ ดังนั้นไทยอาจต้องสูญเสียเม็ดเงินจากการถูกคว่ำบาตรด้านการท่องเที่ยว หากปล่อยให้มีการแสดงโชว์เสือหรือสัตว์ป่าเพื่อความบันเทิง รวมไปถึงกิจกรรมที่เกี่ยวกับสัตว์ เช่น กรณีลิงเก็บมะพร้าว ที่ส่งผลลบต่อเศรษฐกิจไทยมาแล้ว ดังนั้นกรณีของเสือในกรงเลี้ยงทั้งการลักลอบเพาะพันธุ์เพื่อการค้าและการนำสัตว์มาบังคับให้แสดง จึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่าจะมีผลกระทบตามมา จึงหวังว่านายกฯ จะพิจารณาให้ ร่าง พ.ร.บ ฉบับนี้ ได้เข้าสู่สภาเพื่อพิจารณาในลำดับต่อไปเพื่อแก้ปัญหาอย่างยืนต่อไป