ข่าว

กสศ. ชวนเอกชนสมทบทุนช่วยนร.ยากจน ลดจดหมายลาครู

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) แถลงข่าวปฏิบัติการระดมความร่วมมือลดจดหมายลาครู ช่วยเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษา และเปิดมิติใหม่ของการช่วยเหลือสังคม ตอบโจทย์  CSR  ภาคธุรกิจ  ชี้เป้าช่วยเหลือถูกคน พร้อมรายงานผลรายคน มั่นใจช่วยเด็กได้จริง

​นายสนิท  แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า ตามที่พบความเดือดร้อนของเด็กและเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากนโยบายการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนของสพฐ.และการคัดกรองนักเรียนยากจนพิเศษ ให้ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขของกสศ. เรามุ่งเป้าลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเพื่อช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มยากจนที่สุดทันท่วงที หากประมวลปัญหาของนักเรียนยากจนพิเศษซึ่งควรได้รับการช่วยเหลือเร่งด่วน พบว่ามีทั้งเรื่องสภาพครัวเรือนที่มีภาระพึ่งพิง มีผู้พิการ เจ็บป่วยเรื้อรัง หรือพ่อแม่แยกทางกัน บ้านที่อยู่อาศัยมีสภาพทรุดโทรมหนัก

ล่าสุด สพฐ.และกสศ.จะบูรณาการฐานข้อมูลศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน สพฐ.กับระบบปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน หรือ CCT เพื่อดูแลนักเรียนรายบุคคลในทุกมิติพร้อมส่งต่อความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญจะช่วยลดภาระงานให้ครูในการบันทึกข้อมูลต่างๆ ด้วย  โดยจะมีการประชุมเรื่องนี้ในวันที่ 23-24 กรกฎาคมนี้ การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เป็นปัญหาขนาดใหญ่และซับซ้อน ตลอดกรกฎาคมนี้ สพฐ.กำชับให้เขตพื้นที่การศึกษาดูแลสนับสนุนครูลงพื้นที่เยี่ยมบ้านให้ครบ 100 เพื่อไม่ให้มีเด็กยากจนตกหล่นแม้แต่คนเดียว

นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า  ภายในเดือนกรกฎาคม กสศ.จะจัดสรรเงินอุดหนุนในนักเรียนยากจนพิเศษกลุ่มเดิมที่ยืนยันการมีตัวตนในสถานศึกษาแล้ว ราว 320,000 คน เพื่อเป็นค่าครองชีพ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ให้แก่นักเรียนและจัดสรรไปยังสถานศึกษาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในกิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพของนักเรียน คนละ 1,000 บาทในภาคเรียนที่ 1 รวมแล้วกว่า 300 ล้านบาท

ทั้งนี้ตลอดเดือนกรกฎาคม ครูจากสังกัด สพฐ. ตชด.และอปท.กว่า 400,000 คน ยังคงเดินหน้าคัดกรองนักเรียนเข้าใหม่ได้แก่ชั้น ป.1 ป.4 และม.1 เพื่อรับการจัดสรรอีกครั้งในเดือนสิงหาคมอีกราว3 แสนคน เพื่อไม่ให้มีเด็กคนไหนตกหล่นจากการช่วยเหลือ   ทั้งนี้ปีการศึกษา 2562  กสศ.จะช่วยสนับสนุนค่าเดินทางในการเยี่ยมบ้านเพื่อเติมให้กับโรงเรียนด้วย โดยในส่วนของอัตราการอุดหนุนในเทอมที่ 2 ทางคณะรัฐมนตรีอนุมัติปรับเพิ่มให้แล้วเป็นเทอมละ 1,500 บาท (หรือปีละ 3,000 บาท) ในงบประมาณปี 2563 แต่ยังอยู่ในขั้นตอนรอการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรอยู่

ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจทำให้เด็กกลุ่มนี้ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษามากกว่าครอบครัวร่ำรวยถึง 4 เท่า ซึ่งกสศ.มุ่งบรรเทาความเดือดร้อนขั้นต้น ล่าสุดจึงมีโครงการระดมความร่วมมือจากภาคธุรกิจเพื่อช่วยเด็กกลุ่มนี้เพิ่มเติมจากที่กสศ.จัดสรร โดยใช้ระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหรือ iSEE เป็นเครื่องมือชี้เป้าตอบโจทย์ CSR ของภาคธุรกิจ เบื้องต้นมี 2 แนวทาง คือ ชี้เป้าโรงเรียนที่มีนักเรียนยากจนพิเศษมากที่สุดในรัศมีชุมชนโดยรอบกิจการของภาคเอกชน เพื่อร่วมบริจาค เติมความช่วยเหลือ และ ชี้เป้านักเรียนยากจนพิเศษจาก 100 โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร  ซึ่งการสนับสนุนสามารถเลือกได้เป็น ค่าครองชีพ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง กิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพ หรือสมทบทุนการศึกษา ธุรกิจเอกชนใดสนใจร่วมบริจาคสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02 0795475 ” นพ.สุภกร กล่าว

ดร.ทวีศักดิ์ บรรลือสินธุ์ กรรมการและผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท เอสโซ่(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เอสโซ่ใช้ระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหรือ ISEE ของกสศ. ช่วยชี้เป้าโรงเรียนที่มีนักเรียนยากจนพิเศษมากที่สุดซึ่งอยู่บริเวณรอบสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่สาขาวังมะนาว จังหวัดเพชรบุรี ประมาณ 18 โรงเรียน ครอบคลุมนักเรียนทุนมากกว่า 300 ทุน และจะขยายต่อไปในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อเป็นทุนการศึกษาและบรรเทาอุปสรรคในการมาเรียน การลดความเหลื่อมล้ำด้วยการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับกลุ่มเป้าหมายยากจนที่สุด และยังมีระบบติดตามที่สามารถรายงานผลลัพธ์การช่วยเหลือรายคน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกความช่วยเหลือสามารถแก้ปัญหาได้จริง ไม่มีเด็กในชุมชนหลุดจากระบบ โดยจะมีการประเมินผลการเปลี่ยนแปลงเมื่อครบ 1 ปีการศึกษา

นางสาวพัชรินทร์ เนื่องอัน  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเนินรัก  จ.เพชรบุรี  กล่าวว่า โรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนจากทางกสศ. นำไปต่อยอดให้นักเรียนฝึกทักษะอาชีพ สำหรับนักเรียน เงินทุกบาทจากการทำกิจกรรมจะถูกนำไปฝากเก็บไว้ในบัญชีเงินฝากธนาคาร เพื่อเป็นทุนสำหรับเด็กหลังจบการศึกษา ทางโรงเรียนมีนโยบายชัดเจนว่าเงินทุนที่ได้รับมาจะต้องบริหารให้ดี ไม่ใช่ใช้หายไปอย่างไร้ประโยชน์ สำหรับเงินสนับสนุนจากภาคเอกชนเข้ามาเพิ่มเติม จะช่วยขยายผลเสริมสร้างการพัฒนาทักษะอาชีพได้มากขึ้นอีก

นายสมคะเน ดาษดา ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนวัดเสด็จ จ.ปทุมธานี กล่าวว่า การสนับสนุนที่กสศ.ให้แก่ทางโรงเรียนถือว่ามีประโยชน์มาก มีทั้งทุนที่จำเป็นต่อพื้นฐานการดำรงชีวิต และยังมีทุนสำหรับต่อยอดให้เด็กนักเรียนฝึกอาชีพ สามารถสร้างรายได้ขึ้นมาใหม่ได้ ถึงเงินที่ได้รับจะไม่มากแต่เป็นกิจกรรมที่สร้างคุณค่าให้แก่ตัวนักเรียน สามารถพัฒนาต่อยอดไปเป็นแสนเป็นล้านได้ หลังจากมีงบประมาณสนับสนุนตรงนี้ เด็กๆจะใช้เวลาว่างร่วมกิจกรรมกับโรงเรียนมากขึ้น ทักษะที่เด็กได้จะเป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพของเด็กนักเรียนอย่างยั่งยืน

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

นายปกรณ์   ศศิวัจน์ไพสิฐ  ประธานชมรมนักจัดการศึกษาในพื้นที่สูงและถิ่นทุรกันดาร  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสว้า จ.น่าน  กล่าวว่า โรงเรียนในพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดารส่วนใหญ่อยู่ในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 500 เมตรขึ้นไป ต้องเดินทางข้ามเขาไปหลายลูกตามสภาพ แต่ละแห่งมีบริบทสภาพปัญหาไม่เหมือนกัน จึงทำให้นักเรียนมีความต้องการต่างกันออกไป ทั้งเรื่องปัจจัยพื้นฐาน อุปกรณ์การเรียน รองเท้า ถุงเท้า อาหาร ทั้งหมดขาดแคลนอย่างมาก การเดินทางไปโรงเรียนในพื้นที่สูง ถิ่นทุรกันดารสร้างความลำบากกับนักเรียน บางครั้งกระทบไปถึงการไปโรงเรียน อาจเหนื่อยล้ากับการเดินทางจนหมดแรงจูงใจ ยิ่งช่วงฤดูแล้งครอบครัวเด็กนักเรียนหลายคนประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร ไม่มีข้าวเช้ากินก่อนมาโรงเรียน