ข่าว

มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา สนับสนุน 45 ล้านบาท ให้ความช่วยเหลือภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขในวิกฤตไวรัส COVID-19

มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา เล็งเห็นความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการให้ความช่วยเหลือภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข ในสถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยมอบเงิน 45 ล้านบาท ให้ 3 หน่วยงานทางการแพทย์ เพื่อใช้ในการจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ การตรวจรักษา สร้างกำลังใจบุคลากรการแพทย์ และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

นับเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของ วิชัย ศรีวัฒนประภา อดีตประธานกรรมการมูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา ที่ก่อตั้งมูลนิธิฯ ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนงานชุมชน สังคมในด้านการศึกษา และด้านสาธารณสุขของประเทศไทย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19  ในสังคมโลกรวมถึงประเทศไทยขณะนี้ ทางมูลนิธิฯ จึงเห็นความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการให้ความร่วมมือ และสนับสนุนหน่วยงานทางการแพทย์ เพื่อใช้ในการดำเนินงานให้ทันกับสถานการณ์

โดยมอบเงินสนับสนุนรวม 45 ล้านบาท ให้หน่วยงานทางการแพทย์ 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 5 ล้านบาท, สถาบันบำราศนราดูร 20 ล้านบาท และโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ 20 ล้านบาท

การส่งมอบเงินบริจาค มูลนิธิฯ ได้ทำการส่งมอบผ่านผู้บริหารหน่วยงานทางการแพทย์ทั้ง 3 หน่วยงาน เพื่อใช้ในการดำเนินงานแก้ปัญหาในวิกฤตการณ์ไวรัส COVID-19

สำหรับการร่วมสนับสนุนผ่านกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ทางมูลนิธิฯ เป็นหนึ่งในภาคีร่วมบริจาคจำนวน 5 ล้านบาท เพื่อนำไปสมทบโครงการ ‘ร่วมใจสู้ภัยโควิด-19’ ที่ดำเนินการด้านกรมธรรม์ประกันไวรัสโคโรนา(โควิด 19) จำนวน 50,000 กรมธรรม์ เพื่อมอบให้แพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ ทั่วประเทศ ในกรณีที่แพทย์ พยาบาล ติดเชื้อระหว่างการดูแลผู้ป่วย เพื่อเป็นกำลังใจสำหรับการเผชิญวิกฤตไวรัส COVID-19

นอกเหนือจากการสร้างกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศผ่านการดำเนินงานของกรมควบคุมโรค ทางมูลนิธิฯ ยังให้การสนับสนุนเงินจำนวน 20 ล้านบาท ในการดำเนินงานทางการแพทย์ของสถาบันบำราศนราดูร องค์กรชั้นนำทางวิชาการด้านโรคติดต่อ

นายแพทย์อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร ได้กล่าวว่า ทางสถาบันฯ มีความยินดีเป็นอย่างมาก ที่ทาง มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา เล็งเห็นความสำคัญ และความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการร่วมมือกับสถาบันฯ ในการเตรียมพร้อมรับมือกับการระบาดของไวรัส COVID-19 ซึ่งเงินบริจาคที่ได้รับ ทางสถาบันฯ จะนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อไวรัสนี้โดยเฉพาะ ไม่ใช้อุปกรณ์ร่วมกับผู้ป่วยอื่นๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ ตลอดจนเพื่อจัดเตรียมห้องแยกโรค รวมถึงสวัสดิการของบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องทำงานอย่างหนัก

นอกจากสถาบันบำราศนราดูร ที่มีบทบาทสำคัญรับมือกับโรคระบาดติดเชื้อโดยเฉพาะ โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ เป็นอีกหนึ่งสถาบันทางการแพทย์ที่มีผู้ป่วยไวรัส COVID-19 เข้ารับการรักษา และรองรับการตรวจคัดกรองจำนวนมาก ทางมูลนิธิฯ จึงร่วมมอบเงินสนับสนุนเป็นจำนวน 20 ล้านบาท เพื่อให้โรงพยาบาลใช้ในการตรวจรักษาผู้ป่วย และเตรียมความพร้อมหากมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ กล่าวว่า ในนามของโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ ขอขอบคุณ มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา ที่ร่วมสมทบทุนทรัพย์จำนวน 20 ล้านบาท เพื่อการรักษาผู้ป่วย COVID-19 ในสถานการณ์ที่วิกฤต ทางโรงพยาบาลจะนำไปใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วย และจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นสำหรับรองรับการรักษาผู้ป่วย ในสถานการณ์ที่มีการติดเชื้อสูงขึ้น

โดยในปัจจุบัน มีผู้ป่วยที่ติดเชื้ออยู่ในการดูแลของโรงพยาบาลจำนวน 19 คน (ณ วันที่ 19 มีนาคม) และหากมีจำนวนเพิ่มขึ้น มีแผนใช้โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ในการรองรับผู้ป่วย และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการหลายส่วน  ซึ่งเงินที่ได้รับบริจาคจาก มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา จะสามารถช่วยสนับสนุนการดำเนินงานเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 แพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากทั้ง 2 สถาบันการแพทย์ มีความมั่นใจในการรับมือกับสถานการณ์ ในกรณีที่มีการแพร่กระจายของเชื้อเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันทั้ง 2 สถาบันการแพทย์ได้เตรียมแผนรองรับ โดยเงินบริจาคที่ได้รับจากทางมูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา จะเป็นกำลังเสริมสนับสนุนให้แผนงานที่วางไว้สามารถดำเนินได้อย่างรวดเร็วและทันกับการรับมือของสถานการณ์

จึงฝากถึงประชาชนให้ร่วมมือกัน ‘ตระหนักรู้’ อย่างไม่ ‘ตื่นตระหนก’ ในการป้องกันการติดเชื้ออย่างมีความเข้าใจ ด้วยการรับข้อมูลที่ถูกต้องในการดูแลตนเองจากสถาบันการแพทย์ โดยข้อสำคัญขณะนี้ คือ การหมั่นล้างมือ และหลีกเลี่ยงเดินทางไปในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก รวมถึงการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์