รายงานพิเศษ

“รถฉุกเฉิน” ไม่เหนือกฎหมาย แต่ต้องหลบทาง ลดสูญเสีย

เกิดความสูญเสียติดต่อกันถึง 2 ครั้ง จากเหตุการณ์ได้ยินเสียงสัญญาณไซเรนเปิดขอทางฉุกเฉิน แต่ยังมีการขับรถขวางทาง โดยไม่หลีกทางให้ วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกรอบกฎหมายของรถฉุกเฉิน ที่ทางตำรวจจราจรยืนยันรถติดไซเรนไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย แต่ตาม พ.ร.บ.จราจร ต้องการให้ลดความสูญเสีย หรือลดเหตุร้าย ติดตามรายละเอียดได้จากรายงานของ คุณรัชดาภรณ์ ม่วงทำ ผู้สื่อข่าวสปริงนิวส์

เสียงสัญญาณไซเลน…

ประเทศไทยของเรา ยังคงมีคนบางกลุ่มที่เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณไซเลนขอทางฉุกเฉินของรถพยาบาลแล้ว ยังคงขับรถยนต์โดยไม่หลบทาง จนนำมาสู่การสูญเสีย มีผู้ป่วยเสียชีวิตแล้วถึง 2 คน เนื่องจากไม่สามารถนำผู้ป่วยส่งรักษาได้อย่างทันท่วงที

รถติดไซเรน แม้จะมีหลายประเภท แต่ทุกคันต้องได้รับอนุญาติตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และรถพยาบาลฉุกเฉินต้องได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ปฏิบัติตามกฎหมาย แต่รถติดไซเรนไม่ได้มีอภิสิทธิ์เหนือกฎหมาย แต่การอนุญาติตาม พ.ร.บ.จราจร เนื่องจากต้องการลดความสูญเสียทุกกรณี

กรอบกฏหมายของรถฉุกเฉิน โดยตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ตามมาตรา 75 ที่ได้บัญญัติเกี่ยวกับการปฏิบัติของรถฉุกเฉิน ที่ผู้ขับขี่มีสิทธิหยุดหรือจอดรถในที่ห้ามจอด สามารถขับรถเร็วเกินกำหนดได้ สามารถขับผ่านสัญญาณไฟแดงหรือเครื่องหมายจราจรได้ แต่ต้องมีความระมัดระวัง

ส่วนผู้ขับขี่ หรือคนเดินเท้า ตามมาตรา 76 เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณไซเรนขอทางฉุกเฉิน ต้องหลบทางให้ ห้ามขัดขวางทุกกรณี ซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืน ตาม มาตรา 148 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

แต่ด้วยปัญหาการจราจรของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ในเมือง ที่มีการจราจรคับคั่ง ทำให้หลายคนนำมาเป็นข้ออ้างว่าไม่สามารถจอดหรือหลีกทางให้รถฉุกเฉินได้ เพราะถนนบางช่วงไม่มีไหล่ทางให้หลบหลีกได้

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

สำหรับไหล่ทางซึ่งอยู่ติดกับถนนจราจรทั้ง 2 ฝั่ง ห้ามรถวิ่งโดยเด็ดขาดไม่ว่าจะกรณีเร่งด่วนแค่ไหน ซึ่งมีความกว้างโดยทั่วไปอยู่ที่ 1 เมตร – 2.50 เมตร ขึ้นอยู่กับช่วงถนนนั้นๆ แต่หลายครั้งเรามักจะเห็นรถเปิดเลนใหม่ด้านซ้ายสุดหรือใช้ไหล่ทางเป็นช่องจราจร เพื่อให้สามารถเคลื่อนตัวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจว่าการกระทำดังกล่าวจะผิดกฎหมายหรือปลอดภัยหรือไม่