รายงานพิเศษ

คดีนี้จับไม่ได้ เราจะยังไม่ลืม

เมื่อเสี่ยอ้วน บางลา และ โก้ มือทุบหัวไฮเซอร์รี่ จนมุม คิวต่อไป..ภูมิพรรดิ์ มือยิงแสกหน้า จ.ระนอง ระวังตัวให้ดี

ระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมาช่วงเดือนกรกฎาคม ถึง เดือนสิงหาคม  มีคดีอาชญากรรมสำคัญทีเกิดขึ้นในประเทศไทย  และคดีใหญ่ทั้งหมดผู้ต้องหาหลบหนีคดีออกไปยังต่างประเทศ ทำให้เป็นบทพิสูจน์ความสามารถของตำรวจไทย ว่าจะมีวิธีนำตัวผู้ต้องหารายสำคัญกลับมาดำเนินคดีได้อย่างไร  และที่ผ่านมาประชาชนและสังคมไทย ได้เห็นความทุ่มเทของตำรวจไทย ที่สามารถล่าตัวคนร้ายกลับมาได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อคืนนี้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ได้รับการประสานจากทางการกัมพูชา ว่าสามารถตามจับตัว นายอัศยา หรือ โก้ ชัยภา อายุ 33 ปีผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม น.ส.ธิติมา ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ หรือ ไฮโซเชอรี่ ด้วยการใช้ไม้เบสบอลตีที่ศรีษะของ น.ส.ธิติมา จนเสียชีวิตเหตุเกิดในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง ในเขตลาดพร้าว เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 27 ก.ค.2561 ที่ผ่านมา

โดยหลังเกิดเหตุนายอัศยา พร้อมกับน้องชายได้ขับรถยนต์เบ็นซ์ของ น.ส.ธิติมา หลบหนีออกไปยังด่านชายแดนไทยกัมพูชา ด้านจังหวัดจันทบุรี ก่อนจะหลบหนีไปอาศัยอยู่ในบ่อนพนันในประเทศกัมพูชา โดยขณะนั้นยังไม่มีใครทราบว่านายอัศยา คือคนร้ายที่ตำรวจไทยต้องการตัว จนกระทั้งผ่านไป 3 วัน มีคนไปพบศพ น.ส.ธิติมา เรื่องทั้งหมดจึงถูกเปิดเผย และการไล่ล่าตัวนายอัศยา จึงเกิดขึ้นทันที แต่สุดท้ายเมื่อพบว่าผู้ต้องหารายนี้หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน การประสานงานขอความช่วยเหลือในการติดตามตัวจึงเป็นหนทางเดียวที่จะได้ตัวนายอัศยา มาดำเนินคดีในไทย

ขณะที่การไล่ล่าตัวนายอัศยา ปรากฎว่าเกิดคดีใหญ่สะเทือนขวัญขึ้นอีกคดี เมื่อนายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน บางลา นักธุรกิจสถานบันเทิงชื่อดังในป่าตอง จ.ภูเก็ต พร้อมทีมมือปืน ก่อเหตุยิง น.ส.ปวีณา หรือสปาย นาเมืองรักษ์ อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย หรือฟอส จริตรัมย์ อายุ 21 ปี เสียชีวิตทั้งคู่ เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถถนนฝั่งตรงข้ามหน้าพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ หมู่ 6 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเวลา 16.20 น. ของวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้คดีนี้กลายเป็นคดีใหญ่ ที่มากลบกระแสข่าวของนายอัศยา เพราะสังคมและสื่อมวลชน ต่างให้ความสำคัญกับคดีของเสี่ยอ้วน เกาะติดรายงานความคืบหน้ากันอย่างต่อเนื่อง

จนทำให้พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ต้องสั่งการให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ลงมาควบคุมการสืบสวนคดีร่วมกับ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และทีมสืบสวนฝีมือดี ร่วมผนึกกำลัง นรต.รุ่น 36 ออกไล่ล่าเสี่ยอ้วน ไปจนถึงจังหวัดสุรินทร์ ก่อนจะพบว่า เสี่ยอ้วน ได้หลบหนีออกทางช่องทางธรรมชาติ เข้าไปยังประเทศกัมพูชา การหนีของเสี่ยอ้วน เป็นการหลบหนีที่แตกต่างจากนายอัศยา เพราะเสี่ยอ้วน พกเงินสดหลายล้านบาทติดตัว เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการหลบหนี ประกอบกับเสี่ยอ้วนสามารถพูดและสื่อสารภาษากัมพูชา ได้เป็นอย่างดี การไล่ล่าตัวผู้ต้องหารายนี้ถึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ตำรวจไทยจะได้ตัวเสี่ยอ้วน กลับมาดำเนินคดีในไทย

แต่ด้วยการลงพื้นที่ประสานงานกับทางการกัมพูชา ด้วยตัวเองของพล.ต.อ.สุชาติ และการประสานขอนำทีมสืบสวนคดีพิเศษ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นตำรวจฝีมือดีที่เคยร่วมลุยงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าไปไล่ล่าเสี่ยอ้วนในแผ่นดินกัมพูชา จนสุดท้ายก็สามารถได้ตัวเสี่ยอ้วน กลับมาดำเนินคดีในไทยปิดคดีได้อย่างสวยงาม ส่วนสุดท้ายเสี่ยอ้วนมีจุดจบอย่างไร ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลยุติธรรมที่จะเป็นผู้ตัดสินคดี

เมื่อเสี่ยอ้วนถูกจับนายอัศยา ก็ยิ่งถูกกดดันอย่างหนัก จนในที่สุดการประสานงานขอความช่วยเหลือของทางการไทยและกัมพูชา ก็ประสบความสำเร็จอีกครั้ง เมื่อตำรวจและทหารของกัมพูชา สามารถตามจับตัวนายอัศยา ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งริมทะเลสาบโตนเลสาบ ของกัมพูชา ก่อนที่ พล.ต.ต.สุรเชษฐ หักพาล รองผบช.ทท.และทีมสืบสวนจะประสานขอเฮลิคอปเตอร์กองบินตำรวจ บินไปรับตัวนายอัศยา ที่บริเวณด่านชายแดนด้านจังหวัดสระแก้ว เพื่อนำตัวกลับมาให้ตำรวจ สน.โชคชัย ซึ่่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ ทำการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

แต่คดีที่สังคมไทยยังคงติดตามความคืบหน้าคือคดีที่นายภูมิพรรดิ์ ชาติประนอมไชย อายุ 49 ปี และนายเกรียงศักดิ์ ถิรไชย สองมือปืนที่ยิงแสกหน้านายเทพฤทธิ์ แซ่อ๋อง หนุ่มระนองพลเมืองดี อายุ 35 ปี เสียชีวิตที่หน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ในอำเภอเมือง จ.ระนอง เมื่อกลางดึกวันที่ 22 ก.ตค.2561 ที่ผ่านมา จากการสอบสวนสาเหตุของตำรวจ พบว่ากลุ่มคนร้ายซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักมวยและเทรนเนอร์ จากค่ายมวยชื่อดังในพัทยา จ.ชลบุรี ไม่พอใจที่นายเทพฤทธิ์เข้ามาห้าม ไม่ให้ใช้ปืนยิงที่หน้าสถานบันเทิง แต่ขณะที่เกิดเหตุการณ์ชุลมุนอยู่นั้่นปรากฎว่านายภูมิพรรดิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มนักมวยที่ก่อเหตุ ใช้ปืนยิงแสกหน้านายเทพฤทธิ์ เสียชีวิต และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพพฤติกรรมอันโหดเหี้ยมของกลุ่มมือปืนได้อย่างชัดเจน คลิปวีดีโอนี้ถูกเผยแพร่กันอย่างกว้างขวาง พร้อมคำถามจากสังคมที่พูดถึงพฤติกรรมของคนร้ายกลุ่มนี้ที่โหดเหี้ยมและไม่เกรงกลัวกฎหมาย

หลังเกิดเหตุแม้ตำรวจภูธร จ.ระนอง จะออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องไปหลายคน แต่การจะติดตาม 2 มือปืนที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนายภูมิพรรคิ์ และนายเกรียงศักดิ์ มีประวัติก่อเหตุอาชญากรรมมามากมายหลายคดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวกับทำร้ายร่างกายและพยายามฆ่า การที่จะให้ 2 มือปืนที่มีประวัติเข้าออกคุกเป็นว่าเล่น เข้ามอบตัวจึงเป็นไปได้ยาก คดีนี้ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ภูมินทร์พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5.บก.ป.ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ จ.ระนอง จัดทีมสืบสวนกองปราบปราม ออกไล่ล่าตัวนายภูมิพรรดิ์ และนายเกรียงศักดิ์ มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด พร้อมกำชับให้ทีมสืบสวนใช้ความระมัดระวัง เพราะพฤติกรรมของคนร้ายทั้งสองคนมีอาวุธปืนและพฤติกรรมใช้ความรุนแรง หากคนร้ายขัดขืนหรือยิงต่อสู้ ก็ให้ตำรวจใช้ดุลพินิจในการดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

การไล่ล่า 2 มือปืน ทำมาอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่เป็นข่าวปรากฎต่อสื่อมวลชน ซึ่งล่าสุดทีมข่าวสปริงนิวส์ ได้สอบถามความคืบหน้า จาก พล.ต.ท.ฐิติราช ทราบว่าหลังทัง 2 คน ทราบว่าถูกตำรวจไล่ล่าก็หลบหนี ไปอาศัยตามบ้านคนสนิท ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ก่อนที่ชุดสืบสวนจะติดตามไปยังภาคเหนือและภาคอีสาน และพบข้อมูลว่าทั้งคู่ หลบหนีเข้าไปยังประเทศกัมพูชา ตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ทางการไทยอยู่ระหว่างการประสานทางการกัมพูชา ให้ช่วยติดตามตัวทั้งคู่มาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว โดย พล.ต.ท.ฐิติราช คาดหวังว่าจะสามารถปิดคดีนี้ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนที่จะถึงนี้ด้วย