ซัดให้อ่วม! เดินหน้าเอาผิด "เรือประมงจับฉลามวาฬท้องแก่" โทษปรับ 5 เท่าของมูลค่าสัตว์น้ำ

19 พ.ค. 2561 เวลา 6:14 น.

กรมประมง เดินหน้าเอาผิดเรือจับฉลามวาฬหากพบจงใจจับ โทษปรับ 3 แสน- 3 ล้าน หรือ 5 เท่ามูลค่าสัตว์น้ำที่จับ ด้านผู้ว่าฯภูเก็ต เร่งสั่งสอบหากพบกระทำเป็นขบวนการต้องลงโทษขั้นเด็ดขาด

วันที่ 19 พ.ค.61 นายกฤษฏา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ให้นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง ดำเนินการจัดการตามอำนาจหน้าที่ในกรณีพบเรือประมงแสงสมุทร 2และ 3 ร่วมจับฉลามวาฬสัตว์ต้องห้ามตามประกาศกระทรวงเกษตรฯเรื่องกำหนดชนิดสัตว์น้ำที่เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์น้ำที่หายากหรือใกล้สูญพันธ์ที่ห้ามจับหรือนำขึ้นเรือประมง พ.ศ.2559 ข้อ 2 (4) ปลาฉลามวาฬ

ด้าน นายอดิศร กล่าวว่าได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ที่ท่าเทียบเรือประมงแพแสงอรุณภูเก็ตด้วยตนเองและรายงานจากเจ้าหน้าที่กรมประมงในพื้นที่ พบว่า 1.เรือประมงดังกล่าวทำการประมงประเภทอวนลาก ชื่อเรือแสงสมุทร 3 ทะเบียนเรือ 228304242 เลขที่ใบอนุญาตทำการประมง 618301010283 เจ้าของเรือ คือนายวัชรพล วรรณะ มีนายสมสมัย มีจอม เป็นผู้ควบคุมเรือ

2.เจ้าหน้าที่สหวิชาชีพได้ตรวจเรือที่แจ้งเข้าท่าเวลา 22.00 น ของวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา พบหลักฐานจากการชี้แจงของผู้ควบคุมเรือยอมรับว่าภาพทางสื่อออนไลน์เป็นเรือดังกล่าวจริง โดยได้ร่วมกับ เรือประมง แสงสมุทร 2 ที่มีนายรัตนา พรหมงาม เป็นผู้ควบคุมเรือทำการประมงลากคู่จับสัตว์น้ำในทะเลอันดามัน

เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าว จึงได้รวบหลักฐานแจ้งลงบันทึกประจำวัน และร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 66 พ.ร.ก.การประมง.พ.ศ.2558 ประกอบประกาศกระทรวงเกษตรฯ เรื่องกำหนดชนิดสัตว์น้ำที่เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์น้ำที่หายากหรือใกล้สูญพันธ์ที่ห้ามจับหรือนำขึ้นเรือประมง พ.ศ.2559 ข้อ 2 (4) ปลาฉลามวาฬ เพื่อดำเนินคดีกับนายสมสมัย มีจอม และนายรัตนา พรหมงาม และผู้กระทำผิด จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

3. ได้สั่งดำเนินการกักเรือ ยึดสัตว์น้ำและเครื่องมือ โดยกรมประมงได้ประสานไปยังกรมเจ้าท่าเพื่อดำเนินการล๊อคเรือ ตามคำสั่ง คสช.22/2560 ข้อ 22 ที่ระบุว่ากรณีมีหลักฐานอันเชื่อได้ว่าเรือประมงลำใดเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประมง ให้พนักเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายซึ่งพบการกระทำความผิดสั่งกักเรือไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด และแจ้งให้กรมเจ้าท่าทราบภายใน 24 ชั่วโมงนับจากออกคำสั่งกักเรือ และดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน ขณะเดียวกัน หากเรือลำดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายว่าด้วยการประมงให้ศาลสั่งริบเรือทันที

​​สำหรับบทลงโทษผู้กระทำผิดตาม พ.ร.ก.ประมง 2558 ตามมาตรา 66 คือ ปรับสามแสนถึงสามล้านบาท หรือปรับมูลค่า 5 เท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่จับหรือนำขึ้นเรือประมงแล้วแต่ว่าจำนวนใดจะสูงกว่ากัน ขณะเดียวกัน เรือดังกล่าวต้องถูกพิจารณาถอนใบอนุญาตการทำประมงตามมาตรา 39 และไม่สามารถขอใบอนุญาตการทำประมงได้อีก ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งรวบรวมข้อมูล หลักฐานเพื่อดำเนินการเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมายโดยเร็วต่อไป

 

ขณะที่ นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่มีเรือประมงประเภทอวนลากชื่อแสงอรุณ 3 นำปลาฉลามวาฬขนาดใหญ่ขึ้นบนเรือโดยมีผู้พบเห็นขณะลอยลำอยู่บริเวณเกาะราชากับเกาะเฮอำเภอเมืองจังหวัดภูเก็ตเมื่อบ่ายวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ ควบคุมการแจ้งเข้า ออก เรือประมง ประมงเขต 3 ภูเก็ต (PiPo)ได้แจ้งข้อกล่าวหากับเจ้าของเรือดังกล่าว โดยลงบันทึกประจำวัน ที่ สภ. เมืองภูเก็ตแล้ว ในข้อหากระทำการฝ่าฝืนมาตรา 66 ตาม พ.ร.ก.การประมง พศ. 2558 ประกอบกับประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่องกำหนดชนิดสัตว์น้ำที่เลี้ยงลูกด้วยนมสัตว์น้ำที่หายากหรือใกล้สูญพันธุ์ที่ห้ามจับหรือนำขึ้นบนเรือ พ. ศ. 2559 ข้อ 2 (4) ปลาฉลามวาฬ

นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะพิจารณาสั่งเรือยึด สัตว์น้ำ และเครื่องมือ โดยประสานกับเจ้าท่าภูมิภาคฯ ภูเก็ต ล็อกเรือลำดังกล่าวต่อไป อย่างไรก็ตามในส่วนของปลาฉลามวาฬตัวดังกล่าว ล่าสุดนายโกวิทย์ เก้าเอี๊ยน ประมงจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่า ปลาฉลามวาฬยังมีชีวิตอยู่เพราะยังไม่มีประชาชนหรือนักท่องเที่ยวหรือชาวประมงในละแวกใกล้เคียงพบเห็นซากปลาที่ลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ

นายนรภัทร กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้กำชับให้ทางประมงจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการเรือนักท่องเที่ยวระมัดระวังหากพบเห็นปลาฉลามวาฬขอให้อยู่ห่างๆอย่าเข้าไปสัมผัส เพราะมีประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เป็นข้อบังคับทางกฎหมายกำหนดความผิดชัดเจน การดำเนินคดีกับเจ้าของเรือดังกล่าว มีความผิดทางอาญา โดยขอให้ตรวจสอบเชิงลึกว่าเป็นการกระทำครั้งแรกด้วยความคึกคะนองหรือมีการกระทำเป็นกระบวนการ ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดต่อไป

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : "เลือดสาด! เรือประมงล่าโหด “ฉลามวาฬ” นักท่องเที่ยวร้องลั่นกดดันให้ปล่อย"

" “ดร.ธรณ์” ใช้กฎหมายซัด! เรือประมงล่า “ฉลามวาฬท้องแก่” โทษหนัก หวังให้เป็นตัวสุดท้าย"