ข่าว โซเชียล

น้องเทียน เสียชีวิตในญี่ปุ่นคาดพลัดตกอาคารดับ

ความคืบหน้ากรณี ด.ช. เธียรช์ สุขานนท์สวัสดิ์ หรือ น้องเทียน เด็กชายชาวไทยหายตัวไประหว่างท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นกับครอบครัว โดยเดินทางถึงญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย. และหายไปในคืนนั้น กระทั่งล่าสุดมีการแจ้งจากญาติ โดยระบุว่าพบตัวแล้วและเสียชีวิตแล้วนั้น

ล่าสุดยังไม่มีรายงานที่ยืนยันได้ว่าสาเหตุของการเสียชีวิตของน้องเทียนเกิดจากอุบัติเหตุอะไร หรือเกิดขึ้นอย่างไร มีเพียงการคาดการณ์จากบุคคลหลายฝ่ายทั้งที่ได้ร่วมออกค้นหาเมื่อนคืนที่ผ่านมา และรายงานจากญาติของน้องเทียนเองเช่น ผู้ใช้ทวีตเตอร์รายหนึ่งที่ระบุว่าเป็นอาของน้องเทียน ได้สื่อสารข้อความผ่านทวีตเตอร์ ว่า “ขอบคุณทุกคนมากที่ช่วยแชร์ ตามหาน้องเทียน ตอนนี้เจอน้องเทียนแล้ว น้องอยู่ที่โรงพยาบาล รอการชันสูตรอยู่ ขอบคุณทุกคนมากๆค่ะ”

หลังการทวีตข้อความดังกล่าว มีผู้แสดงความห่วงใยเข้าไปโต้ตอบด้วยเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมา อาของน้องเทียนได้เข้ามาตอบเพิ่มเติมโดยระบุว่า “มีตำรวจญี่ปุ่นแจ้งว่าน้องอยู่ที่โรงพยาบาลเมื่อคืนค่ะ ทางคุณพ่อกับคุณแม่น้องไประบุตัวที่ รพ.แล้ว ส่วนรายละเอียดการเสียชีวิต อยู่ระหว่างรอการชันสูตรค่ะ”

 

อย่างไรก็ตาม สาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ และรายละเอียดของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้น ยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด ยังคงต้องรอการชี้แจงจากผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงอีกครั้ง ซึ่งทั้งหมดเป็นการประมวลข้อความการสื่อสารจากผู้ร่วมติดตามค้นหา และญาติ ที่แจ้งผ่านสื่อโซเชี่ยลเท่านั้น

อย่างไรก็ตามมีรายงานการแจ้งความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวจากสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงโตเกียว ระบุลำดับขั้นการเกิดเหตุดังกล่าว โดยมีรายละเอียดคือ

กรณีเด็กชายเธียรช์ สุขานนท์สวัสดิ์ หายไปจากห้องพักย่านกินซ่า

  • เมื่อวันที่ 16 เม.ย.62 สอท.(สถานเอกอัครราชทูต)ได้รับแจ้งจากนายสุธี สุขานนท์สวัสดิ์ นักท่องเที่ยวชาวไทยว่า เมื่อคืนวันที่ 15 เม.ย. 62 ด.ช.เธียรช์ สุขานนท์สวัสดิ์ อายุ 14 ปี บุตรชายได้หายไปจากห้องพักของโรงแรมย่านกินซ่า โดยนายสุธีรได้แจ้งโรงแรมและแจ้ง ตร.ญี่ปุ่น และเมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 16 เม.ย.62 ตร.ญี่ปุ่นได้มาถึงที่เกิดเหตุ
  • สอท.ได้ประสานงานกับ ตร.ญี่ปุ่นและทราบว่า ตร.ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพบว่าเมื่อเวลา 23.30 น.ของวันที่ 15 เม.ย.62 ด.ช.เธียรช์ ได้ออกจากห้องพักโดยสวมชุดนอนและรองเท้าแตะ slipper ของโรงแรม ไม่ได้นำกระเป๋าถือหรือหนังสือเดินทางติดตัวไป แต่ไม่สามารถตรวจสอบจากกล้องได้ว่า ด.ช.เธียรช์ ออกจากตึกโรงแรมไปหรือไม่ เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ตลอดทั้งวัน ตร.ญี่ปุ่นได้ค้นทุกห้องพักในโรงแรมและบริเวณใกล้เคียงและใช้สุนัขดมกลิ่น โดยมีกำหนดจะรับแจ้งความคนหายเมื่อครบ 24 ชม.
  • เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 62 เวลา 01.19 น. สอท.ได้รับแจ้งจาก ตร.ญี่ปุ่นว่าพบร่างของ ด.ช.เธียรช์ แล้ว
  • ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการของ ตร.ญี่ปุ่นในการชันสูตรศพเพื่อหาเสาเหตุของการเสียชีวิต
  • สอท.จะดำเนินการตามกระบวนการทางกงสุลซึ่งรวมทั้งการออกมรณะบัตร และดำเนินการในส่วนของร่างผู้เสียชีวิตตามความประสงค์ของครอบครัว
  • สอท.ขอแสดงความเสียใจและเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวรวมทั้งจะให้การดูแลสนับสนุนครอบครัวอย่างเต็มที่ต่อไป

อย่างไรก็ตาม มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ รายหนึ่ง โพสต์ข้อความโดยอ้างถึงรายละเอียดของการเสียชีวิตในลักษณะว่า ด.ช.เธียรช์ พลัดหลงในตึกโรงแรม โดยอ้างว่า ด.ช.เธียรช์ พลัดหลงออกไปที่บริเวณดาดฟ้าของโรงแรม จากนั้นไม่สามารถกลับเข้ามาได้เนื่องจากประตูล็อกจากด้านใน และเนื่องจากอากาศกลางดึกที่โตเกียวอุณหภูมิต่ำมากถึง 0 องศา จากการพยายามหาทางกลับเข้าด้านในตัวตึกจึงเกิดพลาดพลัดตกและมีผู้นำส่ง ร.พ.ตั้งแต่คืนนั้นแต่เนื่องจาก ด.ช.เธียรช์ ไม่ได้พกเอกสารติดตัวใดๆ ญาติจึงไม่ทราบเรื่อง กระทั่งเกิดการประสานงานและติดตามหาตัวจึงไปพบและยืนยันตัวที่โรงพยาบาลในที่สุด โดยไม่นานนัก แม่ของผู้เสียชีิวตก็ได้โพสต์ข้อความด้วยว่า เรื่องดังกล่าวไม่ตรงกับความเป็นจริง และไม่ได้ออกจากปากคุณแม่ ขอให้หยุดการเผยแพร่ส่งต่อข้อความดังกล่าว

ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า หากมีการนำส่งตัวไปที่โรงพยาบาลตามที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนดังกล่าวอ้าง โดยสาเหตุมาจากการเกิดอุบัติเหตุลักษณะนี้ ทางโรงพยาบาลน่าจะมีการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากผู้นำส่งด้วยว่าเกิดอุบัติเหตุมาจากที่ใด ซึ่งไม่น่าจะเกิดรอยต่อของเวลาระหว่างหายตัวไปข้ามวันเช่นนี้ เนื่องจากทางโรงแรมควรทราบว่าเกิดเหตุภายในอาคาร และเป็นเด็ก จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นญาติของผู้เข้าพัก อีกทั้งรายงานจาก สอท.ยังระบุด้วยว่าวันที่ 16 เม.ย. ตร.ญี่ปุ่นได้เข้าค้นห้องพักทุกห้องในโรงแรมและบริเวณใกล้เคียง ทางโรงแรมจึงน่าจะแจ้งเพิ่มเติมว่ามีเหตุเด็กพลัดตกต่อ ตร. แต่ ตร.ญี่ปุ่นกลับรายงานการพบร่าง ด.ช.เธียรช์ เมื่อวันที่ 17 เม.ย.62 ซึ่งกินเวลา 2 วัน ซึ่งรายละเอียดดังกล่าวยังไม่เป็นทางการและไม่มีผู้ยืนยันเรื่องราวดังกล่าวแต่อย่างใด

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ขณะที่สปริงนิวส์ ออนไลน์ ก็ได้พยายามติดต่อไปยังสถานทูตไทย ที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อสอบถามรายละเอียดอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้เช่นกัน