ข่าว ทั่วไทย

ดูยังไง!! ว่าเป็น “ระเบิดแสวงเครื่อง” กลางภาวะกรุงป่วน

ผู้ใช้นาม “สิงห์นอกระบบ” ได้โพสต์ไว้ในบล็อก โอเคเนชั่น ระบุถึง วิธีสังเกตและระวังระเบิดแสวงเครื่อง (Improised Explosive Device : IED)

ไปรู้จักระเบิดแสวงเครื่อง หรือที่เรียกเต็มๆว่า Improised Explosive Device เป็นระเบิดที่ถูกใช้กันมากในกลุ่มผู้ก่อการร้าย (โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง) โดยเป้าหมายหลักในการทำลาย คือ กลุ่มกองกำลังทหาร และ ยานพาหนะ รวมถึง รถถังขนาดใหญ่ สถานที่ชุมนุมชน กลุ่มก่อการร้าย สามารถทำการวางกับระเบิดชนิดนี้ไว้ได้ในหลายพื้นที่ เช่น ข้างทาง บนถนน ในพุ่มไม้ หรือในที่ๆ กองกำลังศัตรู ใช้เป็นทางผ่านอยู่เป็นประจำ เมื่อศัตรูเข้าใกล้เป้าหมาย กลุ่มก่อการร้ายก็จะทำการจุดชนวนระเบิดทันที ความเสียหายที่ได้รับมีมากมาย ถ้าเป็นกองทหารก็คงเหลือแค่เศษเล็กเศษน้อยหากเป็นยานพาหนะก็อาจทำให้เสียหายทั้งคัน รวมถึงรถถังก็ไม่สามารถต้านทานได้ เพราะจุดอ่อนของรถถัง ก็คือบริเวณใต้ท้องเมื่อเกิดการระเบิดก็ทำให้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก


ระเบิดแสวงเครื่องคืออะไร?

ระเบิดแสวงเครื่อง (Improvised Explosive Devices–IED) จัดเป็น รูปแบบหนึ่งของกับระเบิด (Body Traps) เป็นการนำเอาวัสดุที่มีอยู่หรือวัสดุที่สามารถหาได้ง่าย เช่น ปุ๋ยยูเรีย ดินระเบิด นำมาประดิษฐ์เป็นระเบิดเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีทันสมัยมากขึ้น ทำให้การทำระเบิดแสวงเครื่องมีความซับซ้อนมากขึ้น และสามารถควบคุมการทำงานได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องรอเวลาแบบเดิม สามารถกำหนดการระเบิดได้ตามต้องการผ่านวิธีการควบคุมระยะไกล (Remote control) โดยการใช้โทรศัพท์จุดชนวน

การที่ระเบิดแสวงเครื่อง สามารถประดิษฐ์จากวัสดุที่มีอยู่โดยทั่วไป ทำให้รูปแบบของระเบิดแสวงเครื่องมีหลายรูปแบบ และไม่มีลักษณะที่แน่นอน บางทีมาในรูปแบบของมือถือ กระถางต้นไม้ ถังขยะ รถมอเตอร์ไซค์ ทำให้ง่ายสำหรับผู้ก่อการร้ายในการจัดหาวัตถุดิบ การซุกซ่อนพกพา การประดิษฐ์ และการนำมาใช้ แต่จะเป็นการยากสำหรับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ในการตรวจค้นและเก็บกู้วัตถุระเบิด

 

ระเบิดแสวงเครื่องสามารถแบ่งประเภทตามลักษณะของระบบการทำงาน ได้ 3 ระบบ คือ

1. ระบบสารเคมี เป็นการใช้สารเคมีซึ่งเป็นส่วนผสมของระเบิดผสมกัน ทำให้เกิดปฏิกิริยากันแล้วเกิดการระเบิดขึ้น ระบบนี้ไม่เป็นที่นิยมมากนัก เพราะขั้นตอนการประดิษฐ์ยุ่งยาก ไม่สามารถควบคุมเวลาที่จะทำให้เกิดการระเบิด ได้แน่นอน และที่สำคัญคือเป็นอันตรายต่อผู้ประดิษฐ์

2. ระบบกลไก เป็นการใช้อุปกรณ์ทางกลต่างๆ เป็นตัวทำให้เกิดการทำงานของระเบิดแสวงเครื่อง ระบบนี้ส่วนใหญ่ จะต้องอาศัยสิ่งอื่นๆ มากระทำต่ออุปกรณ์ระเบิด ระเบิดจึงจะเริ่มทำงาน เช่น การใช้ระบบนาฬิกาเป็นกลไก ระเบิดวิธีนี้นิยมใช้ข่มขู่ หรือการประสงค์ให้ตายเฉพาะบุคคล

3. ระบบไฟฟ้า เป็นการใช้อุปกรณ์ทางไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ทางอิเล็คทรอนิคส์มาควบคุมการจุดระเบิด เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือ เพจเจอร์ โทรศัพท์ไร้สาย รีโมตคอนโทรล รถยนต์ รถหรือเครื่องบินวิทยุบังคับนำมาประกอบเชื้อปะทุไฟฟ้าและวัตถุระเบิด ระเบิดแสวงเครื่องแบบนี้เป็นที่นิยมกันมาก เนื่องจากประดิษฐ์ได้ง่าย สามารถกำหนดเวลา, ควบคุมจังหวะการทำงานได้แน่นอน, ควบคุมการทำงานได้ในระยะไกล และสามารถสร้างความซับซ้อนตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ของผู้ประดิษฐ์ได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถของผู้ประดิษฐ์


ระเบิดแสวงเครื่องทำงานอย่างไร

1. ทำงานจากการกระทำ ของเหยื่อ เป็นระเบิดแสวงเครื่องที่ต้องอาศัยบุคคลหรือ สิ่งอื่น ๆ มากระทำเพื่อให้ เกิดการระเบิด เช่น ยกระเบิด เปิดระเบิด หรือเอียงระเบิด

2. การทำงานแบบบังคับชุด เป็นระเบิดแสวงเครื่องที่สามารถควบคุมการทำงานได้จากระยะไกล (Remote Control) เช่น วิทยุรับ-ส่ง, โทรศัพท์มือถือ ผู้ที่ประดิษฐ์ระเบิดแบบนี้จะต้องมีความรู้ พื้นฐานทางด้านไฟฟ้าและอิเล็ก ทรอนิกส์เป็นอย่างดี ทั้งนี้โทรศัพท์ที่ใช้ในการทำระเบิดคือมือถือยี่ห้อโนเกีย รุ่น 3310 เนื่องจากแผงวงจรสามารถทำระเบิดได้ง่ายไม่ต้องใช้อุปกรณ์อย่างอื่นมาพ่วง แต่มือถือรุ่นอื่น ก็ใช้ในการทำระเบิดได้ เพียงแต่ต้องหาอุปกรณ์พ่วงหรือบางรุ่นกำลังไฟมีไม่พอ นอกจากนี้ในการเปิดให้ประชาชนสามารถซื้อมือถือใช้ได้โดยไม่ต้องมีการลงทะเบียนทำให้เกิดความยากในการติดตามจับกุม ซึ่งหากมีการลงทะเบียนการเปิดใช้มือถือ ทั้งหมดจะสามารถช่วยติดตามจับกุมคนร้ายที่ใช้มือถือได้ทันที แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการควบคุม ดังนั้นเมื่อคนร้ายใช้มือถือเสร็จ ก็สามารถไปซื้อมือถือเครื่องใหม่ มาใช้ได้อีก

3. การทำงานแบบถ่วงเวลา ใช้อุปกรณ์ตั้งเวลาการทำงาน เช่น ใช้นาฬิกา หรือวงจรนับแบบอิเล็กทรอนิกส์

4. การทำงานแบบอาศัย สภาพแวดล้อม เช่น เมื่อโดนแสงสว่าง หรือมีเสียงดัง

วิธีสังเกตระเบิดแสวงเครื่อง เนื่องจากระเบิดแสวงเครื่องมีลักษณะภายนอกเหมือน กับวัสดุ หรือของใช้ทั่วไป ทำให้การสังเกตหรือการพิสูจน์ทราบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องนั้นค่อนข้างทำได้ยาก แต่จะมีข้อพิจารณาในเบื้องต้นได้ดังนี้

1. เป็นวัตถุที่ไม่มีเจ้าของหรือหาเจ้าของไม่พบ เช่นมีของแปลกปลอมมาวางอยู่ และสอบถามไม่พบเจ้าของ เช่น มีกระเป๋าเดินทางที่สนามบิน แต่สอบถามไม่พบว่ามีเจ้าของ หรือมีกล่องไปวางตามตลาด แต่ไม่มีเจ้าของคอยดู เป็นต้น

2. เป็น วัตถุมีลักษณะภายนอกผิดปกติหรือผิดจากรูปเดิม ไป เช่น กล่อง มีร่องรอยเปรอะเปื้อน กล่องปิดผนึกไม่เรียบร้อย หรือมีรอยผนึกใหม่ มีรอยยับต่าง ๆ หรือมีสี ที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น

3. เป็นวัตถุที่ควรจะอยู่ในที่อื่นมากกว่าจะอยู่ตรงนั้น เช่น กล่องข้าวไปวางในห้างสรรพสินค้า หรือถังขยะไปวางตรง สี่แยกไฟแดง หรือมีกระถางต้นไม้ไปวางใน ดงต้นไม้ที่ไม่มีกระถาง

4. เป็นวัตถุที่ไม่เคยพบเห็น ณ ที่ตรงนั้นมาก่อนเลย เช่น มีถังขยะไปวางตรงทางเดินที่ไม่เคยมีถังขยะมาก่อน หรือมีกระเป๋า กล่องกระดาษ กล่องพลาสติก กล่องโฟม หรือ สิ่งแปลกปลอมไปวางในสถานที่ ที่ไม่เคยมีของไปวาง จากที่กล่าวมาข้างต้น เป็นแค่เหตุผลในการพิจารณาเบื้องต้นเท่านั้น ดังนั้นทุกคนควรจะหมั่นสังเกตว่ามีสิ่งแปลกปลอมอะไรเข้ามาวางในบริเวณที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงาน และควรจะทำและจัดข้าวของให้เป็นระเบียบ จะได้สังเกตเห็นสิ่งแปลกปลอมได้ง่าย พื้นที่สาธารณะหากอะไรที่เก็บเข้าตู้ล็อกได้ควรทำให้เรียบร้อย พื้นที่ไหนอันตรายห้ามเข้าควรจะมีป้ายบอกและตรวจตราพื้นที่ดูสิ่งแปลกปลอมตลอดเวลา ถ้ามีข้อผิดสังเกตให้นึก ไว้เสมอว่า วัตถุต้องสงสัยนั้นอาจจะเป็นระเบิดแสวงเครื่อง

เมื่อพบระเบิดแสวงเครื่องหรือวัตถุต้องสงสัยจะทำอย่างไร

1. ห้ามจับต้อง หยิบยกเคลื่อนย้าย ทำให้สั่นสะเทือน หรือเคลื่อนไหวโดยเด็ดขาด

2. สอบถามหาเจ้าของวัตถุต้องสงสัย หากไม่มีผู้ใดแสดงตนเป็นเจ้าของให้สันนิษ ฐานไว้ก่อนว่าวัตถุต้องสงสัยอาจ จะเป็นวัตถุระเบิด

3. จดจำลักษณะทั่วไปของวัตถุต้องสงสัยและบริเวณพื้นที่ที่พบเห็น เพื่อเป็นข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด ดังนี้

– ขนาด, รูปร่างของวัตถุต้องสงสัย

– ลักษณะบ่งบอกอื่น ๆ เช่น มีเสียงการทำงาน, มีสาย ไฟฟ้า เป็นต้น

4. รายงานให้ผู้รับผิดชอบสถานที่นั้นทราบ โดยรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองดำเนิน การต่อไป

5. อพยพผู้คนออกจากอาคารสถานที่นั้นโดยด่วนด้วยวิธีนุ่มนวล เพื่อไม่ให้เกิดการตื่นกลัว

6. กำหนดเขตอันตรายและป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ให้เข้าไปในเขตอันตราย โดย ใช้การประมาณการจากขนาดของ วัตถุต้องสงสัย

– ระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็กปิดกั้นระยะ 100 เมตร

– ระเบิดแสวงเครื่องขนาดใหญ่, รถยนต์ระเบิดปิดกั้นระยะ 400 เมตร

7. ผู้พบเห็นวัตถุต้องสงสัยให้รอให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ เก็บกู้วัตถุระเบิด

ทั้งนี้ ผลของการระเบิดก่อให้เกิดอันตรายจาก

1. แรงดันจำนวนมหาศาล สาดกระจายออกทุกทิศทาง

2. ความร้อนและเปลวไฟ จำนวนมาก

3. สะเก็ดระเบิด ที่เกิดจากภาชนะบรรจุ

4. เศษวัสดุที่เพิ่มเติมเข้าไปในตัวระเบิด

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน