ข่าว

จากใจ “หมอธีระวัฒน์” เราเหลือเวลาน้อยมาก! แจงเหตุต้องปิดประเทศ ปิดบ้าน

ผอ.ศูนย์ฯโรคอุบัติใหม่ จุฬาฯ ย้ำจากใจ “เราเหลือเวลาน้อยมาก” พร้อมแจง 3 สาเหตุควรปิดบ้าน ปิดประเทศ

วันนี้ (19 มี.ค. 63) ศ.นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ย้ำให้รัฐบาลตัดสินใจปิดประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เรียกร้องให้ปิดประเทศ 21 วัน โดยระบุว่า

สาเหตุสำคัญที่ต้องปิดประเทศและต้องปิดบ้าน
1- ไม่มียา
ยาที่คิดว่าจะใช้ได้ มีการรายงานมาหลายคราว และล่าสุดในวารสาร นิวอิงแลนด์ 18 มีนาคม ว่า ยา lopinavir/ritonavir ไม่ได้ผล มีแต่ยาchloroquine ที่รักษามาลาเรีย ที่เราพอหาได้ กับ favipiravir (ผลิตที่ญี่ปุ่นและจีน) ที่เรามีจำนวนจำกัดมากสำหรับคน 600 ถึง 700 คนเท่านั้น และภาวนาให้มีพอเป็นหมื่นๆคน (1คนใช้ 70 เม็ด)

2- ระบบสาธารณสุข กายภาพ อุปกรณ์ กำลังคน
เตียง แยกอาการหนัก ที่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิตและก่อให้เกิดละอองที่จะให้เกิดการติดต่อทางการหายใจ ควรต้องเป็นห้องความดันลบจริงๆ ที่ทั้งประเทศ มี 100 กว่าห้อง (ใช่หรือไม่) และกระจัดกระจายอยู่ตามโรงพยาบาลต่างๆแห่งละไม่มาก
ห้องที่ดัดแปลง รวมทั้งห้องแยกอื่นๆ รวมทั้งไอซียู มีพอจริงหรือไม่ รวมทั้งเครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์ช่วยชีวิต
นอกจากนี้ ห้องเหล่านี้ในโรงพยาบาลหลายแห่งใช้เครื่องปรับอากาศรวม ถ้ามีการใช้อุปกรณ์ ที่ก่อให้เกิดการติดต่อทางการหายใจจะสามารถแพร่กระจายไปกว้างขวาง
บุคลากรมีหมอทั่วประเทศไม่ถึง 30,000 คนและเป็นหมอติดเชื้อ ทางปอด และภาวะวิกฤตมีอาจจะเป็นจำนวน 1000 หรือน้อยกว่า
และถ้าเกิดเหตุวิกฤตเอาหมอทั่วไปที่ไม่ชำนาญในการดูคนไข้และการใส่ชุดปกป้องตัวเอง แทนที่จะช่วย กลับติดโรคและกลายเป็นภาระให้ต้องรักษาต่อ
ทางพยาบาล นักวิทยาศาสตร์ เทคนิคการแพทย์จะยิ่งแล้วใหญ่ โดยที่ขณะนี้งานหนักมหาศาลอยู่แล้ว และคนไข้แออัด เต็ม วอร์ด เต็มไอซียู และครองเตียง ครองเครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์ช่วยชีวิตไปหมดแล้ว

3- ถึงวันนี้เป็นวาระสุดท้ายที่ต้องก้าวนำเชื้อโรคไม่ใช่เกิดวิกฤติรุกล้ำเข้าไปในระบบสาธารณสุขมากกว่านี้ด้งที่มีข้อจำกัดมาก ดังข้อ 1-2
ถ้ายังคงก้าวตามหลัง ดูตามตัวเลขผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิต โดยไม่ได้ตระหนักว่าโรคนี้การติดต่อ จากบุคคลสู่บุคคลเป็นลูกโซ่ และยากที่จะจำกัดผู้ติดเชื้อและผู้ใกล้ชิด ที่แพร่เชื้อได้
ทั้งนี้เนื่องจากผู้ติดเชื้อที่เป็นหนุ่มสาวแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัวจะเป็นคนแพร่เชื้อที่มีประสิทธิภาพสูงสุดไม่ว่าในที่ทำงาน ในระหว่างการเดินทางด้วยรถสาธารณะ หลังเวลาทำงาน ไปแพร่ระหว่างกลุ่มคนอีกมากมาย
และเมื่อเชื้อแพร่เข้าไปในกลุ่มคนเปราะบางสูงอายุและมีโรคประจำตัว
และเมื่อเชื้อเข้าไปในโรงพยาบาลจากญาติผู้ป่วยที่เข้าไปเยี่ยมโดยมีการติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือน้อยมากจนตรวจจับไม่พบ เมื่อนั้นก็จะเป็นการแพร่อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะใน รพ ที่แออัด ตั้งแต่ ที่จอดรถ หอ ผู้ป่วยนอก
และแน่นอน แพร่ไปทุกพื้นที่
การปิดบ้าน ปิดเมืองเดี่ยว ยากที่จะทำให้ประเทศสะอาด
เรียนจากประเทศจีน เรียนจาก
ประเทศอื่นๆที่ไม่ยอมรับบทเรียนและวิธีแก้ไขจากประเทศจีน
เราฟื้นความมั่นใจความเขื่อมั่นรวมทั้งเศรษฐกิจได้ค่าเราทำจริง

เราเหลือเวลาน้อยมาก
จากใจ
หมอธีระวัฒน์

ปล. น้องๆ fb update favi มีอีก 80,000 จะเข้ามาอีก 120,000 =รักษาได้เพิ่มอีก 2857 คน