"หมอธีระ" หวั่นวัคซีนเอาไม่อยู่ หลังโควิดทั่วโลกยังระบาดรุนแรง วอนช่วยกันยับยั้งการระบาด

12 ม.ค. 2564 เวลา 6:11 น.

"หมอธีระ" ชี้โควิดทั่วโลกยังระบาดรุนแรงต่อเนื่อง ยอดล่าสุดมีผู้ติดเชื้อทะลุ 91 ล้านคน หวั่นวัคซีนเอาไม่อยู่ ขอทุกคนป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด และช่วยกันยับยั้งการแพร่กระจายของโรคให้เหลือน้อยที่สุด

 

 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก 

Thira Woratanarat ถึงสถานการณ์โควิดทั่วโลก 12 มกราคม 2564 โดยระบุว่า

ทะลุ 91 ล้านไปแล้ว ในขณะที่อเมริกาติดเชื้อเกิน 23 ล้านคน เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 606,406 คน รวมแล้วตอนนี้ 91,193,220 คน ตายเพิ่มอีก 9,393 คน ยอดตายรวม 1,950,662 คน 

อเมริกา เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 194,228 คน รวม 23,059,577 คน ตายเพิ่มอีก 1,692 คน ยอดตายรวม 384,419 คน , อินเดีย ติดเพิ่ม 12,448 คน รวม 10,479,879 คน , บราซิล สถานการณ์ระบาดรุนแรงขึ้นมาก ติดเพิ่มถึง 25,822 คน รวม 8,131,612 คน , รัสเซีย ติดเพิ่ม 23,315 คน รวม 3,425,269 คน , สหราชอาณาจักร ติดเพิ่มอีกถึง 46,169 คน รวม 3,118,518 คน หยุดสถิติติดเชื้อต่อวันเกินห้าหมื่นอย่างต่อเนื่องไว้ที่ 13 วัน

 

อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักหมื่นต่อวัน

ฝั่งอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ อิสราเอล อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น แถบสแกนดิเนเวีย รอบทะเลบอลติก และแถบยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

 

 เมียนมา เกาหลีใต้ จีน และไทย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนฮ่องกง สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่เวียดนาม นิวซีแลนด์ และกัมพูชามีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ สถานการณ์ในเมียนมาเมื่อวานติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 582 คน ตายเพิ่มอีก 12 คน ตอนนี้ยอดรวม 131,186 คน ตายไป 2,858 คน อัตราตายตอนนี้ 2.2%

ภาพรวมทั่วโลกยังระบาดรุนแรงต่อเนื่อง ล่าสุด Chief scientist ขององค์การอนามัยโลกก็ออกมาเตือนให้ทั่วโลกทราบว่า แม้จะมีวัคซีนทยอยออกมาฉีดให้แก่หลายประเทศ ก็ยังไม่สามารถทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่เพื่อควบคุมการระบาดของโรคได้อย่างเพียงพอในปี 2021 นี้ บางประเทศอาจฉีดครอบคลุมประชากรในประเทศได้ แต่ไม่พอที่จะยับยั้งการระบาดระดับโลกได้

ลองแอบมาดูสถานการณ์ในประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นประเทศที่อยู่อันดับต้นๆ ของโลกที่มีการระดมฉีดวัคซีนให้แก่คนของเค้าจำนวนมาก และจัดเป็นประเทศที่มีสัดส่วนของประชากรที่ได้รับวัคซีนสูงที่สุดในโลกคือ 21.38 คนต่อประชากร 100 คน

 อิสราเอลมีประชากรราว 8.89 ล้านคน ติดเชื้อไปแล้ว 501,073 คน ตอนนี้ฉีดวัคซีนไป 1.85 ล้านคน หากหวังจะให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่เพียงพอที่จะคุมการระบาด เค้าจะต้องทำให้ประชากรราว 5.6 ล้านคนมีภูมิคุ้มกัน เท่าที่ดูอาจต้องใช้เวลาในการฉีดอีกราว 2.5-3 เดือน แต่ไม่แน่ใจว่าเค้าจะจัดหาวัคซีนได้เพียงพอแก่ความต้องการหรือไม่ จำนวนติดเชื้อใหม่ต่อวันตอนนี้เกือบหมื่นคน

สำหรับไทยเราก็เช่นกัน หากดูจำนวนวัคซีนที่มีแผน ยังไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ที่เพียงพอต่อการควบคุมการระบาดได้ในปีนี้ครับ ดังนั้นจึงสำคัญมากที่ประชาชนทุกคนจำเป็นจะต้องป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด สม่ำเสมอ

มาตรการที่ดำเนินอยู่นั้นคงไม่สามารถที่จะกำจัดเชื้อให้หมดไปจากประเทศได้ และมีโอกาสที่เราจะต้องอยู่กับสถานการณ์การติดเชื้อรายวันไปอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่จะน้อยหรือมาก หลักหน่วย หลักสิบ หรือหลักร้อย ตอนนี้ขึ้นอยู่มือของเราทุกคนที่จะช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของโรคให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้ตระหนักไว้ว่าการระบาดปะทุขึ้นมาแต่ละที่ แต่ละครั้ง จะสร้างความเสียหายให้แก่ทั้งสุขภาพของเราและคนรอบข้าง ทั้งในครอบครัว ที่ทำงาน หรือในชุมชน

หมอธีระ คาดปลายสัปดาห์ยอดติดเชื้อจะมากขึ้น มาจากช่วงเทศกาลปีใหม่

 

 ดังนั้นสิ่งที่เราทุกคนควรทำกันไปตั้งแต่ตอนนี้ไปในระยะยาว คือ "ชุมชน" คงต้องช่วยกันสร้างเครือข่ายคนของเราให้เข้มแข็ง ช่วยเป็นหูเป็นตา สอดส่องว่ามีใครแปลกปลอมแปลกหน้าเข้ามาบ้าง และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจตราสอดส่องเพื่อนำไปตรวจคัดกรองโรค นอกจากนี้ยังควรประสานงานกับหน่วยงานปกครองระดับพื้นที่ เพื่อจัดบริการสำรวจและเฝ้าระวังการติดเชื้อในชุมชน ทั้งในเรื่องคัดกรองคนเข้าออก ดูประวัติ วัดไข้ และอาจสุ่มสำรวจเก็บน้ำเสียจากชุมชนเพื่อนำไปตรวจคัดกรองเชื้อโควิดเป็นระยะ ใครในชุมชนที่ไม่สบายหรือมีประวัติเสี่ยง ก็ควรมีจุดบริการในชุมชนที่จะสามารถให้บริการทั้งตรวจคัดกรองโรคและประสานส่งต่อเพื่อรับการดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงที เข้าถึงได้ง่าย

"ที่ทำงาน" ธุรกิจห้างร้านเล็กกลางใหญ่ควรตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันโรคโควิดนี้ เพราะติดเชื้อมาคนเดียวก็แพร่ให้คนอื่นหลายคน จนอาจต้องปิดกิจการยาวหลายวัน การปฏิบัติตามมาตรฐานการตรวจคัดกรองคนเข้าออกพื่้นที่ วัดไข้ ตลอดจนจัดหาแอลกอฮอล์กระจายไว้ทั่วบริเวณให้เข้าถึงได้ง่าย ทำความสะอาดสถานที่อย่างสม่ำเสมอและถี่เพียงพอ และจัดระบบงานใหม่เพื่อลดความแออัด สลับทีมทำงานระหว่างที่บ้าน และที่ทำงาน หากมีประชุมก็ปรับเป็นออนไลน์จะปลอดภัยกว่า

ธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายสินค้าหรือบริการนั้น คงต้องยอมรับว่าในช่วงปีที่แล้ว หลังจากระลอกแรกสงบลง ปลดล็อคให้มีการใช้ชีวิตตามปกตินั้น มีการประกอบการธุรกิจต่างๆ มากมายที่กลับมาดำเนินการคล้ายอดีต และเราก็พบว่าการค้าขายสินค้าบริการหลายต่อหลายแห่งก็เจอปัญหาการติดเชื้อระบาดซ้ำครั้งนี้ที่รุนแรง จึงถึงเวลาที่ท่านจะต้องช่วยกันปรับรูปแบบการค้าขายและการบริการ ให้เจอคนห่างกันมากขึ้น ป้องกันทั้งเราทั้งเขา ลดจำนวนการสัมผัสและเวลาในการสัมผัสหรือติดต่อ จะทำอย่างไรก็อาจต้องลองคิดพิจารณาอย่างละเอียด ไม่น่าจะเกินความสามารถ

นอกจากนี้ ตอนนี้มีการระบาดที่รุนแรง ท่านควรมีมาตรการจัดการเพิ่มอีก 2 ข้อคือ การทำการตรวจคัดกรองโรคในบุคลากรที่ทำงานเป็นระยะ โดยอาจใช้วิธีที่ง่าย ราคาไม่แพง เช่น การตรวจคัดกรองแบบรวมน้ำลาย (pooled saliva) ทั้งนี้สามารถประสานกับทางสถานพยาบาลใกล้ท่าน ไม่ว่าจะเป็นรัฐหรือเอกชน ก็แล้วแต่สะดวก

อีกข้อที่น่าพิจารณาคือ การส่งตรวจโควิดก่อนรับเข้าทำงาน ไม่ว่าจะเป็นคนต่างประเทศหรือคนไทยเราก็ตาม สำหรับคนต่างประเทศ จำเป็นต้องนำไปขึ้นทะเบียนกับทางการให้เรียบร้อย 

 ส่วนระดับ "ครอบครัว" นั้น หนีไม่พ้นการวางแผนใช้ชีวิต เตรียมอุปกรณ์ป้องกันให้เพียงพอ ทำงานที่บ้านได้ก็ควรทำ แต่หากต้องออกไปตะลอนก็ใส่หน้ากากอนามัย 100% แม้จะอยู่ในที่ทำงานก็ตาม ยกเว้นตอนกินข้าวดื่มน้ำ เลี่ยงการกินในร้านหรือในโรงอาหาร ไปไหนมาไหนก็ควรเช็คอินแอปฯต่างๆที่จำเป็น หรือถ่ายรูปบันทึกไว้ในมือถือด้วย ตอนอยู่บ้านแต่ละวันก็คอยสังเกตสังกาอาการต่างๆของตัวเองและสมาชิกในครอบครัว ถามไถ่กันบ้าง จะได้ทราบ ใครไม่สบายก็ควรรีบไปตรวจรักษาหรือปรึกษาแพทย์

"หมอธีระ" เผยโควิด-19 ทั่วโลกน่าเป็นห่วง หวั่นไทยระบาดซ้ำ

หากเราช่วยกันทุกระดับ น่าจะช่วยบรรเทาการระบาดระลอกนี้ลงได้ และจะส่งผลดีระยะยาวต่อตัวเรา และประเทศ

Cr.Thira Woratanarat

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด