พ่อแม่รังแกฉัน!! พ่อ แม่ เจ้าสาวแจ้งความจับ เจ้าบ่าว วัย 17 ข้อหาพรากผู้เยาว์ ด้านเจ้าสาวเก็บตัวเงียบ ฝ่ายเจ้าบ่าวไม่หนี ยืนยันรักจริง

01 ต.ค. 2560 เวลา 22:49 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

จากกรณี เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2560     ได้มีการจัดงานมงคลสมรสอย่างยิ่งใหญ่  มีการตั้งเต็นท์ โต๊ะเก้าอี้และจัดอาหารไว้ต้อนรับ เพื่อเตรียมต้อนรับแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน จำนวนเกือบ 100  ชุด  ณ บ้านเลขที่ 230 ม.7 ต.สินปุน อ.เขาพนม จ.กระบี่     แต่สุดท้าย รอจนกระทั่งถึงเที่ยงวัน ฝ่ายเจ้าบ่าว ไม่ได้เดินทางมา ร่วมพิธีแต่อย่างใด สร้างความผิดหวังแก่เจ้าสาวและญาติพี่น้อง เป็นอย่างมาก จึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ดังกล่าว

พบนายสมพงศ์   อินศิริ  อายุ 68 ปี  และนางสมหมาย  อินศิริ  อายุ 56 ปี   พ่อและแม่ของเจ้าสาว ทราบว่า  ก่อนที่จะมีการจัดเตรียมงานมงคลสมรส ในครั้งนี้ได้มีการเตรียมงานอยู่ประมาณ1เดือน  ภายหลังจากญาติผู้ใหญ่ฝ่าย เจ้าบ่าว ได้มาพูดคุยสู่ขอลูกสาว   คือ นางสาวเอ  นามสมมุติ อายุ 15 ปี   ตอนแรกได้มีการตั้งค่าสินสอด เป็นเงิน 3แสนบาท เพราะตนและภรรยามีลูกสาวเพียงคนเดียว และเพิ่งมีลูกตอนอายุมากแล้ว   แต่ฝ่ายเจ้าบ่าว ขอลดค่าสินสอดอีก จึงลดลงมา เหลือ  150,000 บาท

แต่ก่อนจะถึงวันงานทางฝ่ายเจ้าบ่าวก็ได้ขอลดลงมาอีก  แต่ตนไม่ยืนยันคำเดิม หลังจากนั้นได้มีการเตรียมจัดงานขึ้นที่บ้าน จนกระทั่ง ทางฝ่ายเจ้าบ่าวได้โทรศัพท์ มาบอกว่า  ไม่สามารถมาในพิธีงานมงคลสมรสได้  เนื่องจาก ไม่มีเงิน  ค่าสินสอด  แต่ตนและญาติๆปรึกษากันแล้วว่า จะต้องเดินหน้าจัดงานต่อ ไป ตามที่ได้แจกการ์ดเชิญไว้  และลงทุนไปหลายแสนบาท   โดยจะรอจนกระทั้งถึงตอนเที่ยง หากทางฝ่ายเจ้าบ่าวไม่มาก็ยุติการจัดงาน    และหลังจากนี้จะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับฝ่ายเจ้าบ่าวที่ เบี้ยวงานแต่งงานในครั้งนี้   เพื่อให้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น

และเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.วันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าของเฟส ชื่อ “P'Captain N'Jassmin” อ้างเป็นพี่สาวของหนุ่มวัย 17 ปี ได้โพสต์เปิดเผยลงในกลุ่มเฟสบุ๊คทนายอาสาให้คำปรึกษากฎหมายฟรี  ว่าน้องชายหนูไปทำลูกสาวเค้าท้อง น้องชายอายุ 17 ปี ส่วนฝ่ายหญิงอายุ 15 ปี และทางหนูได้ไปสู่ขอเป็นที่เรียบร้อย ทางเค้าเรียกค่าสินสอดมา 300,00 บาท ทางเราก้อบอก ถ้าพร้อมจะแจ้งไป

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มีเวลาให้เราหาเงิน2เดือน งานแต่งถูกเตรียมขึ้น โดยทางเราให้เงินไป 20,000 บาท เพราะเตรียมงานด้วย แต่พอใกล้ถึงวันงาน ทางเราหาเงินได้เพียง 100,000 บาท คุณพ่อหนูก็เข้าไปคุย ว่าทางเราหาได้แค่นี้ ทางเค้าไม่โอเค ยังคงยืนยันที่ 300,000 เหมือนเดิม และยังบอกอีกว่า ถ้าไม่ได้ไม่ต้องมา หลานคนเดียวเค้าเลี้ยงกันได้ งานแต่งยังคงจัดเหมือนเดิม แต่ไม่มีเจ้าบ่าวเค้าไม่เอาเจ้าบ่าว

หลังจากนั้น แม่ฝ่ายหญิงก็เข้ามาที่บ้านหนู มาถามว่าสรุปยังไง แม่หนูก้อยังยืนยันว่า หาได้เพียง 100,000 บาท แม่ฝ่ายหญิงก็กลับไป พอใกล้ๆถึงวันงาน ฝ่ายหญิง ก้อบอก ลดได้เพียง 150,000 บาท ซึ่งทางเราก็มีไม่พออยู่ดี

จากนั้นเรื่องก็เงียบไป และทางเค้าขู่มาว่าจะแจ้งความ ข้อหาทำให้เค้าเสื่อมเสียชื่อเสียง หลอกให้เค้าจัดงานแต่ง แล้วทีนี้ก่อนวันงาน ทางฝ่ายหญิงก็โทรมาถาม ว่าแม่หนูมีเงินเท่าไร แม่บอกมี 50,000 เพราะเงินที่ยืมมา คืนเค้าไปหมดแล้ว ทางฝ่ายหญิงพูดมาว่า เอามาทำอะไร 50,000 อย่าเอาเลย ทางเราเลยไม่ไปในวันแต่ง

เจ้าของเฟส ชื่อ “P'Captain N'Jassmin” ยังกล่าวต่ออีกว่า สุดท้ายพอถึงวันงาน ตอนเช้าประมาณ 9 โมง โทรมาบอกว่าให้เจ้าบ่าวไป เค้ายอมหมดแล้ว ขอแค่ให้มีเจ้าบ่าวไป ซึ่งตอนนั้นเจ้าบ่าวอยู่ที่ จ.ภูเก็ต งานแต่งอยู่ที่ จ.กระบี่ ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 3 ชั่วโมง หนูเลยตัดสินใจพาน้องไป ตอนกำลังเดินทาง ฝ่ายหญิงแจ้งมาว่า ไม่ทันแล้ว มาช้าไป ทางเค้ารอถึง 10 โมงเท่านั้น เค้าแจ้งมาตอน เกือบๆ 12.00น. ทางเราเลยไม่ไป เพราะทางเค้า ขู่มาว่าถึงไปเสร็จงานก้อจะแจ้งความอยู่ดี

ขณะที่ล่าสุด วันที่ 1 ตุลาคม 2560 ทางด้าน ร.ต.อ.บุญส่ง  ล่องวารี สารวัตรสอบสวน สภ.เขาพนม ได้ทำการสอบปากคำพ่อกับแม่เจ้าสาว เพื่อดำเนินคดีพรากผู้เยาว์เด็กอายุ 15 ปี ส่วนข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา ต้องเรียกทางฝ่ายเจ้าสาวสอบปากคำอีกครั้ง ขณะที่คดีทางแพ่ง ซึ่งทางฝ่ายเจ้าสาวเรียกร้องค่าเสียหายได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ขึ้นอยู่กับครอบครัวฝ่ายหญิงจะตัดสินใจ ว่าจะเรียกค่าเสียหายเท่าไหร่

 

ขณะที่ทางด้าน นายสมพงศ์  อินศิริ อายุ 68 ปี  พ่อฝ่ายเจ้าสาวเปิดเผยว่าแม้ว่าจะไม่มีลูกเขย ตนและครอบครัวก็พร้อมจะเลี้ยงหลานที่เกิดจากลูกสาวอย่างเต็มที่ ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง สำหรับการเรียกค่าเสียหายครั้งนี้ ก็เท่าที่คุยกับญาติ และทนายความเบื้องต้น น่าจะไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท

ขณะที่ฝ่ายเจ้าสาวนั้น ถึงเวลานี้ก็ยังเก็บตัวเงียบไม่ยอมพบกับใครทั้งนั้น ขณะที่ฝ่ายเจ้าบ่าว ก็แจ้งว่ารับทราบแล้วว่าทางฝ่ายพ่อ และ แม่เจ้าสาวได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว ก็ไม่ได้หลบหนีแต่อย่างใด พร้อมที่จะเข้าพบกับพนักงานสอบสวน และรับโทษตามกฎหมาย ก็ยังยืนยันว่ารักเจ้าสาวจริง แต่ไม่คิดว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ จะบานปลายใหญ่โตถึงขนาดเป็นข่าวดังไปทั่วทั้งประเทศ

 

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด