ไม่รอด ! รวบ 9 ชาวจีนปล่อยเงินกู้ ยอดเงินหมุนเวียนกว่าสิบล้าน

19 มิ.ย. 2561 เวลา 8:49 น.

รอง ผบ.ตร.แถลงผลกวาดล้างแก๊งค์คนจีนปล่อยเงินกู้ข้ามประเทศ พบบัญชีลูกค้านับหมื่นราย ยอดเงินหมุนเวียนหลายสิบล้านบาท

(19 มิ.ย.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวราขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 2 จังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการกวาดล้างจับกุมกลุ่มแก๊งค์ชาวจีนจำนวน 9 ราย พร้อมของกลางเป็นอุปกรณ์จำพวกคอมพิวเตอร์จำนวน 15 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือและไร้สาย 38 เครื่อง, เอกสารรายละเอียดกลุ่มลูกค้าชาวจีนจำนวน 250 ชุด, อุปกรณ์กระจายสัญญาณไวไฟ ,เครื่องโอนเงินอัตโนมัติ และเอกสารอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก หลังสืบทราบว่าทั้งหมดมีพฤติการณ์ใช้พื้นที่เมืองพัทยาเปิดสำนักงานที่เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายหนี้นอกระบบ

รอง ผบ.ตร.แถลงผลกวาดล้างแก๊งค์คนจีนปล่อยเงินกู้ข้ามประเทศ พบบัญชีลูกค้านับหมื่นราย ยอดเงินหมุนเวียนหลายสิบล้านบาท

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญในการจัดการปัญหาหนี้นอกระบบและกลุ่มนายทุนเงินกู้ จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ซึ่งในส่วนของเมืองพัทยาทางเจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีกลุ่มชาวต่างชาติสัญชาติจีนได้มาเช่าบ้านอยู่ และลักลอบปล่อยเงินกู้ให้กับลูกค้าที่อยู่ประเทศจีน ผ่านทางโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จึงได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นที่บ้านพัก 3 แห่ง ก่อนจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนได้ทั้งหมดจำนวน 9 ราย พร้อมของกลางเป็นจำนวนมาก

รอง ผบ.ตร.แถลงผลกวาดล้างแก๊งค์คนจีนปล่อยเงินกู้ข้ามประเทศ พบบัญชีลูกค้านับหมื่นราย ยอดเงินหมุนเวียนหลายสิบล้านบาท

จากการสอบสวนทราบว่า ทั้งหมดจะร่วมกับพวกที่อยู่ในประเทศจีน ร่วมกันปล่อยเงินกู้ โดยผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมจะมีหน้าที่หาลูกค้าด้วยการส่งข้อความผ่านทางโทรศัพท์มือถือแอพพลิเคชั่น What App ให้ลูกค้าที่ประเทศจีน เมื่อมีผู้สนใจและติดต่อกลับมากระทั่งบรรลุข้อตกลงจึงให้ตัวแทนที่ประเทศจีน โอนเงินให้กับลูกค้าโดยตรง ซึ่งจะคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 30 บาท ต่อเดือน

รอง ผบ.ตร.แถลงผลกวาดล้างแก๊งค์คนจีนปล่อยเงินกู้ข้ามประเทศ พบบัญชีลูกค้านับหมื่นราย ยอดเงินหมุนเวียนหลายสิบล้านบาท

ทั้งนี้ลูกค้าส่วนใหญ่จะกู้ยืมเงินรายละ 4,000-20,000 บาท โดยพบว่าแก๊งค์คนจีนดังกล่าวเข้ามากบดานในฐานะนักท่องเที่ยวและประกอบธุรกิจเหล่านี้ที่เมืองพัทยานานกว่า 2 ปีแล้ว และมีลูกค้านับหมื่นคน ซึ่งมียอดเงินหมุนเวียนในระบบหลายสิบล้านบาท กระทั่งมาถูกจับกุม เบื้องต้น