มทภ.4 สั่งขยายผลกรณียึดระเบิดแสวงเครื่อง 41 ลูกนราธิวาส

22 มิ.ย. 2561 เวลา 5:43 น.

แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งขยายผลและเร่งจับกุมคนร้ายหลังเมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ตรวจยึดวัตถุระเบิดแสวงเครื่องได้จำนวนมาก บนถนนสุไหงโก-ลก –ตากใบ จังหวัดนราธิวาส

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยกรณีตรวจยึดวัตถุระเบิดในพื้นที่ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวานนี้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ลาดตระเวนบนทางหลวง หมายเลข 4057 ระหว่างอำเภอสุไหงโก-ลก – อำเภอตากใบ ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัย มีพิรุธและขับรถหลบหนี จึงไล่ติดตามจนสามารถควบคุมรถคันดังกล่าวได้ พบบุคคลภายในรถควบคุมตัวไว้ได้ คือ นายซานูซี ยาแต อายุ 36 ปี ชาวบ้าน หมู่ 10 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จังหวัดนราธิวาส ส่วนอีก 1 คน หลบหนีไปได้ คือ นายอับดุลอาซิ สามะ อายุ 21 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลบางขุนทอง อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ตรวจค้นภายในรถพบวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง ชุดวงจรตั้งเวลา และอุปกรณ์ประกอบระเบิดจำนวนมาก

โดยแม่ทัพภาคที่ 4 , ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งให้รวบรวมวัตถุพยาน เพื่อขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องและติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษ

แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งขยายผลและเร่งจับกุมคนร้ายหลังเมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ตรวจยึดวัตถุระเบิดแสวงเครื่องได้จำนวนมาก บนถนนสุไหงโก-ลก –ตากใบ จังหวัดนราธิวาส

จากการตรวจสอบพฤติกรรมคนร้ายในเบื้องต้น นายซานูซี ยาแต มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุสำคัญในพื้นที่มาแล้วหลายครั้ง เช่น เข้าร่วมโจมตีฐาน ปฏิบัติการกองร้อยทหารราบที่ 15121 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 38 หรือ ฐานพระองค์ดำเมื่อ 19 มกราคม 2554, เข้ายึดโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เมื่อ 13 มกราคม 2559 และถูกจำขังที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาส เป็นเวลา 4 ปี พ้นโทษออกมา

แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งขยายผลและเร่งจับกุมคนร้ายหลังเมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ตรวจยึดวัตถุระเบิดแสวงเครื่องได้จำนวนมาก บนถนนสุไหงโก-ลก –ตากใบ จังหวัดนราธิวาส

ส่วนนายอับดุลอาซิ สามะ ที่หลบหนีไป เจ้าหน้าที่กำลังติดตามจับกุม ล่าสุดได้ขยายผลตรวจค้นที่บ้านพักของนายซานูซี พบวัตถุต้องสงสัย ใช้ประกอบระเบิด 7 รายการ และตรวจค้นบ้านพักของ นายอับดุลอาซิ แต่ยังไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย สำหรับรถยนต์ที่ใช้ขนระเบิดเป็นรถของน้องชายนายซานูซี ซึ่งถูกควบคุมตัวกรณีมีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารราบที่ 15121 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 38 เมื่อปี 2554 และศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต