แต่งชุดผีร้อง “ผบ.ตร.” คุมเข้ม “ฮาโลวีน” สกัด ผับ-บาร์ กระหน่ำโปรฯ เมาสะบัด

30 ต.ค. 2562 เวลา 5:33 น.

เด็กและเยาวชนแต่งชุดผี ร้อง “ผบ.ตร.” คุมเข้ม “ฮาโลวีน” หลังผับ-บาร์ กระหน่ำโปรโมชั่น ลดแลก แจก แถม เกลื่อนสื่อออนไลน์ หวั่นเด็กสาวตกเป็นเหยื่อ แถมปัญหาเมาแล้วขับ ยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเจ็บตายบนท้องถนน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) - เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ต.ค.2562 นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ พร้อมด้วยเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต เครือข่ายมหาวิทยาลัยสร้างสุข นักเรียน นักศึกษา จากหลายสถานบัน กว่า 30 คน ได้เดินทางเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

เด็กและเยาวชนแต่งชุดผี ร้อง “ผบ.ตร.” คุมเข้ม “ฮาโลวีน” หลังผับ-บาร์ กระหน่ำโปรโมชั่น ลดแลก แจก แถม เกลื่อนสื่อออนไลน์ หวั่นเด็กสาวตกเป็นเหยื่อ แถมปัญหาเมาแล้วขับ ยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเจ็บตายบนท้องถนน

เพื่อขอให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มข้น และกฎหมายจราจรในช่วงเทศกาลวันฮาโลวีน (31 ต.ค.2562) อย่างจริงจัง ทั้งนี้กลุ่มเยาวชนได้แต่งกายชุดผี สะท้อนปัญหาที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งอุบัติเหตุเมาแล้วขับ ทะเลาะวิวาท ฯลฯ

เด็กและเยาวชนแต่งชุดผี ร้อง “ผบ.ตร.” คุมเข้ม “ฮาโลวีน” หลังผับ-บาร์ กระหน่ำโปรโมชั่น ลดแลก แจก แถม เกลื่อนสื่อออนไลน์ หวั่นเด็กสาวตกเป็นเหยื่อ แถมปัญหาเมาแล้วขับ ยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเจ็บตายบนท้องถนน

นายธีรภัทร์ กล่าวว่า วันนี้ทางเครือข่ายได้เดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อต้องการให้มีการคุมเข้มรับมือปัญหาต่างๆ ในวันฮาโลวีน หลังพบว่า สถานบันเทิง ร้านเหล้า ผับ บาร์ จำนวนมากได้โฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ ขึ้นป้ายโฆษณา จัดกิจกรรมพิเศษส่งเสริมการขาย โหมโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม เพื่อดึงดูดลูกค้า ซึ่งในส่วนนี้เกรงว่า กลุ่มเด็กและเยาวชนจะตกเป็นเหยื่อ ด้วยค่านิยมที่ชื่นชอบบรรยากาศงานฮาโลวีน ซึ่งผู้ประกอบการต่างสร้างสรรค์รูปแบบสีสันที่จูงใจ เสี่ยงที่จะเพิ่มปัญหาเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว อันตราย ทำให้บาดเจ็บ เสียชีวิตบนท้องถนน

เด็กและเยาวชนแต่งชุดผี ร้อง “ผบ.ตร.” คุมเข้ม “ฮาโลวีน” หลังผับ-บาร์ กระหน่ำโปรโมชั่น ลดแลก แจก แถม เกลื่อนสื่อออนไลน์ หวั่นเด็กสาวตกเป็นเหยื่อ แถมปัญหาเมาแล้วขับ ยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเจ็บตายบนท้องถนน

“ไทยมีสถิติอุบัติเหตุบนถนนเป็นอันดับต้นๆของโลกอยู่แล้ว สาเหตุหลักก็มาจากเมาแล้วขับ ในขณะที่ข้อมูลจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา พบว่าไทยมีผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงถึง15.9 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 28.4จากจำนวนประชากรอายุ15 ปีขึ้นไป ในจำนวนนี้เป็นนักดื่มที่เป็นกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุ15–24 ปี มากถึง47.1% เรามีมีนักดื่มหน้าใหม่เพิ่มขึ้น 250,000 คนต่อปี ปัจจัยสำคัญของการเกิดนักดื่มหน้าใหม่คือการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ง่ายเกินไป แม้จะมีกฎหมายควบคุม แต่ร้านเหล้าผับบาร์เลือกที่จะฝ่าฝืนกฎหมายเพียงเพื่อหวังผลกำไรในช่วงวันดังกล่าว เช่น ขายให้คนเมาครองสติไม่ได้ ขายให้เด็กอายุต่ำกว่า20ปี จัดกิจกรรมโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเพื่อจูงใจลูกค้า ขายนอกเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งทั้งหมดนี้ย่อมส่งผลต่อการเกิดปัญหาเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว เสี่ยงอันตรายบนท้องถนน เพิ่มขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้” นายธีรภัทร์ กล่าว

เด็กและเยาวชนแต่งชุดผี ร้อง “ผบ.ตร.” คุมเข้ม “ฮาโลวีน” หลังผับ-บาร์ กระหน่ำโปรโมชั่น ลดแลก แจก แถม เกลื่อนสื่อออนไลน์ หวั่นเด็กสาวตกเป็นเหยื่อ แถมปัญหาเมาแล้วขับ ยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเจ็บตายบนท้องถนน

ทั้งนี้ เครือข่ายฯมีข้อเสนอต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำไปพิจารณา

1.ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งการ กำชับ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกพื้นที่ ดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย กับร้านเหล้าผับบาร์ ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างจริงจัง โดยเฉพาะประเด็นการห้ามจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย ลด แลก แจก แถม (มาตรา 30) การขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และขายให้คนเมาครองสติไม่ได้ (มาตรา 29) และการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ขาย คือ 11.00-14.00 น. และ 17.00-24.00 น. เป็นต้น

2.ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพิ่มความเข้มงวดในการตั้งด่านตรวจวัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดปัญหาการเมาแล้วขับ ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเฉพาะในเส้นทางที่มีสถานบันเทิงร้านเหล้า ผับ บาร์ อยู่เป็นจำนวนมาก

3.ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รณรงค์ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนและผู้ประกอบการ ได้รับทราบถึงข้อกฎหมาย และบทลงโทษ ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการป้องปราม การกระทำผิดกฎหมาย ลดผลกระทบที่จะเกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเครือข่ายที่มีอยู่ทั่วประเทศ จะร่วมกันเฝ้าระวังและแจ้งเหตุ เพื่อหนุนเสริมการทำงานของตำรวจในทุกพื้นที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด