"สนธิรัตน์" เดินหน้าพลิกโฉมปาล์มน้ำมัน มั่นใจ "B10" ดันราคายั่งยืน

24 พ.ย. 2562 เวลา 10:50 น.

"สนธิรัตน์" รมว.พลังงาน ประกาศ เผาน้ำมันปาล์มในสต็อก เดินหน้าวางแผนลดสต็อค-สกัดลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน รองรับให้บริการบี10 วันที่ 1 ม.ค.63 เชื่อ2563 เห็นราคาขยับ ขอความร่วมมือเกษตรกร ห้ามเพิ่มพื้นที่ปลูกเน้นเพิ่มผลผลิตต่อไร่

วันนี้ (24 พ.ย.62) ที่โรงแรมบรรจงบุรี จ.สุราษฎร์ธานี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานปาฐกถาพิเศษ “ บี 10 น้ำมันบนดิน เพื่อเศรษฐกิจฐานราก” งานสัมมนา “ บี 10 พลิกโฉมปาล์มน้ำมัน”

จัดโดยกระทรวงพลังงานร่วมกับหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ, ฐานเศรษฐกิจและคมชัดลึก กล่าวว่า วันนี้ผมคิดว่าสิ่งที่พวกเราฝันมายาวนานในเรื่องของบี 10 ไม่ว่าอินโดนีเซียจะไปถึง บี 20 บี 30 ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่กังวลใจ แต่เรื่องที่เราจะต้องทำให้ได้คือประเทศไทยจะต้องเป็นประเทศที่แก้ปัญหาปาล์มน้ำมันที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับ 2 ประเทศ ที่จะต้องทำให้ได้

“วันนี้บี 100 มีผู้ผลิตประมาณ 13 โรง มีโรงใหม่เพิ่มอีก 1 โรง ตอนนี้ บี 100 ทั้งประเทศ ก่อนที่ บี 10 จะมาในวันที่ 1 ม.ค.63 บี 100 ทั้งประเทศ ถูกกระทรวงพลังงานโดยกรมธุรกิจพลังงานประกาศแล้วครับ เหลือมาตรฐานบี 100 เกรดเดียวไมมีสองเกรดอีกต่อไป เพื่อยกมาตรฐานของบี 100”

เมื่อบี 100 เหลือมาตรฐานเกรดเดียว ไม่สับสน และกำลังจะเดินหน้าไปสู่ บี 10 เต็มรูปแบบ ตอนนี้ค่ายน้ำมันทุกค่ายเขาประกาศเข้าร่วมกับ บี 10 ทั้งหมด ปตท.อันเดียวท่านรับปากแล้วว่า ม.ค.63 เร็วกว่าแผนจะมีสถานีบริการ (ปั้ม) น้ำมัน 600-700 ปั้มทุกจังหวัด และเปลี่ยนให้บริการบี 10 ทั้งหมดไม่เกินเดือนม.ค.63

ฉะนั้น อยากจะฝากพี่น้องประชาชนอย่าใจร้อน เวลาเราเปลี่ยน บี 10 ทั้งประเทศ มันไม่ง่าย เพราะเขามีสต็อก บี 7 อยู่เยอะ บี 7 ใช้กันอยู่ประมาณวันละเกือบ 60 ล้านลิตร การสต็อกน้ำมันเขาไม่ทำเดือนเดียว เขาต้องทำเผือไป 6 เดือน เพราะน้ำมันขาดไม่ได้ พอเปลี่ยนเป็น บี 10

เขาก็ต้องไปเปลี่ยน ตั้งแต่สต็อกโรงกลั่น สต็อกโรงกลั่นก็ต้องเคลียร์ของเก่าออกไป แล้วเริ่มผลิตของใหม่ ความจริงแผนเดิมของเรื่องนี้ 1 ปี นี้ผมลดเหลือแค่ 3 เดือน ท่านปลัดกระทรวงพลังงานท่านก็บ่นผมเยอะแล้ว เพราะไปลดท่านเหลือ 3 เดือน เปลี่ยนตั้งแต่โรงกลั่น เปลี่ยนสต็อก แล้วก็มาถึงปั้ม

ก็ต้องล้างถังกันใหม่หมด ถังเดิมต้องล้างออกใหม่หมด เพราะตอนนี้ถังบี 7 จะเหลือนิดเดียวแล้ว ไม่ต้องเยอะ เพราะบี 7 จะใช้น้อย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นบี 10 หมด ก็ต้องล้างถังของทุกปั้ม เพราะเราคุมคุณภาพน้ำมันทุกหยด เพราะมาตรฐานน้ำมันของเราต้องเป็นมาตรฐานสากล

“คุมตั้งแต่กระบวนการทั้งหมด ยันหัวจ่ายทั้งหมดทั่วประเทศ มันไม่ได้ง่ายที่จะเปลี่ยน แต่ 1 ม.ค.63 เราเริ่มและผมเชื่อว่าภายใน 2-3 เดือน เราจะครอบคลุมทุกพื้นที่ และผมมั่นใจว่าประมาณไตรมาสสอง ประมาณ มี.ค.-เม.ย.63 เราขึ้นไปอย่างน้อย 40 ล้านลิตร ที่เราจะไปแตะให้ถึงแล้วมันก็จะถีบตัวขึ้นไป”

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็คือการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญที่สุดของวงการดีเซลและไบโอดีเซล ของประเทศไทย ที่จะนำไปสู่มาตรฐานใหม่ของประเทศไทยและมาตรฐานนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งที่พวกเราต้องร่วมมือกัน เพราะมาตรฐานนี้คือการจุดเปลี่ยนชีวิตของพี่น้องเกษตรกรทั้งหมด

ผมอยากเรียนอย่างนี้ว่าวันนี้ตั้งใจจะมาพูดสั้นๆ วันนี้ตั้งใจมาเอง และต้องขอขอบคุณเครือเนชั่น ที่เห็นความสำคัญ เพราะเรื่องนี้คือจุดเปลี่ยนประเทศไทย เรื่องนี้คือเรื่องที่จะเกิดประโยชน์กับประเทศไทยอย่างมหาศาล โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ปาล์มน้ำมันเป็นทองคำของพี่น้องเกษตรกรได้เลย

แต่มาครั้งนี้ ผมจะประสานกับกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์เราต้องขึ้นทะเบียน ใครขึ้นทะเบียนเราจะซื้อจากคนขึ้นทะเบียน ใครจะปลูกเพิ่มต้องมาคุยกับเราก่อนว่าจะมีคนซื้อมั๊ย ถ้าใครปลูกเพิ่มแล้วไม่ขึ้นทะเบียนต่อไปลำบาก นี่คือปัญหาของเรา พี่น้องเกษตรกรเราอะไรดีก็ล้มยางพารา ปลูกปาล์มน้ำมัน หรือล้มทุเรียนปลูกปาล์ม วนเวียนอยู่อย่างนี้

“วันนี้ผมมาขอร้องว่ายังไม่เพิ่มเอาเท่าที่มีอยู่มาขึ้นทะเบียน ความจริงเรื่องนี้ผมเคยคุยกับอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกเษตรและสหกรณ์ท่านกฤษฎา บุญราช ผมบอกว่ากระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงเกษตรกรฯจับมือกันเรามาขึ้นทะเบียนพี่น้องเกษตกร จะอยู่ในพื้นที่บุกรุกหรือไม่บุกรุกผมไม่ว่าเอามาขึ้นทะเบียนให้หมด”

เพื่อจะได้รู้ว่าพี่น้องอยู่ตรงไหน มีผลผลิตกี่ไร่จริงๆ แล้วเวลาซื้อขายเราจะได้รู้ว่าซื้อจากที่ไหนมา เราจะไปกันได้ถูก ส่วนหากว่าไม่ขึ้นทะเบียนเราถือว่าเป็นเกษตกรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับรัฐเอาไว้ทีหลัง เพราะเราบอกว่าจะปลูกไม่ปลูกเราจะส่งสัญญาณให้ ถ้าทำได้อย่างนี้เราจะเริ่มมั่นคงขึ้น

เพราะเราต้องทะเบียนไว้ เราจะได้รู้ปริมาณของการปลูกทั้งประเทศจริงๆ ทุกวันนี้บางทีเราต้องไปสำรวจ ไปอะไรต่างๆหากันไม่เจอ แล้วเวลาพี่น้องจะปลูกพี่น้องก็ไม่บอกใคร ล้มแล้วปลูกเลย อย่างนี้มันก็ช่วยกันไม่ได้ งั้นต้องกลับมาช่วยคุมพื้นที่ปลูก มาช่วยกันเพิ่มผลผลิตโดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่

“การเพิ่มผลผลิตต่อไร่คือหัวใจของความมั่งคั่ง ไม่ใช่แค่ราคาปาล์ม แต่ต้นทุนต่อไรต่ำผลผลิตเพิ่มพี่น้องก็จะรวยขึ้น แล้วราคาที่มีเสถียรภาพบนการนำไปใช้ของพลังงานก็จะเป็นตัวที่รักษา และที่สำคัญที่สุดต้องช่วยกันครับ เราจะไม่ปล่อยให้น้ำมันลักลอบเข้ามา”

ถ้าน้ำมันลักลอบเข้ามาไม่ได้มันถึงจะได้ผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วยถึงจะตกสู่ปากท้องพี่น้องเกษตรกร สิ่งที่ผมกังวลใจที่สุดคือเรื่องนี้ และผมต้องทำให้มันไม่เกิด ก็คือว่า พอมันดีปรากฎว่าผลประโยชน์ไม่ตกไปสู่พี่น้องเกษตรกร พอมันดีใช้น้ำมันมาเอามาทำบี 10 เยอะ ปรากฎว่าน้ำมันลักลอบเยอะตามอันนี้พวกเราต้องช่วยกัน

“เรายอมไม่ได้ ไม่อย่างงั้น ทำเท่าไหร่กลายเป็นประเทศเพื่อนบ้านดี ตัวพี่น้องเกษตรกรยากจนเหมือนเดิม”

และวันนี้ผมขอร้องจริงๆ ว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ปัญหาปาล์มน้ำมัน มีทางออก เรารอมานานเท่าไหร่แล้วครับที่จะมีทางออก การแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรกรของประเทศไทยยากจริงๆ เพราะเราไม่เคยรักษาสมดุลย์ของคนผลิตกับความต้องการใช้ได้อย่างแท้จริง มันน่าเจ็บปวดหัวใจ

สินค้าภาคเกษตรหลายตัวมันไม่ควรจะมีราคาต่ำ แต่เพราะกลไกภาคเกษตรบ้านเรามันไม่เคยไปพร้อมๆกันสักที การรอคอยของปาล์มน้ำมัน ที่ผ่านมาแก้ยังไงก็ไม่ได้ เพราะซัลพลายมันมากว่าความต้องการใช้งานปีหนึ่ง 400,000-500,000 ตันทุกปี มาครั้งนี้ปัญหานี้จะหมดไป

“ผมรับปากกลับไปจะเอาไปเผาให้หมดส่วนสต็อคที่เหลือ ไปบอกว่าอย่าส่งผมไม่ได้ก็แล้วกัน ช่วยกันเอาสต็อกให้ลง ตอนนี้ กฟผ.จะไปเผาประมาณ 100,000 กว่าตัน เซ็นต์สัญญาไปแล้ว ไม่ว่าจะราคาเท่าไหร่ เผา เพื่อลดสต็อก เพื่อตั้งต้นชีวิตใหม่ เผาเพื่อรอรับการเกิดใหม่ของ บี 10 ก็แล้วกัน”

หลังจากนั้นก็ลดสต็อกให้ต่ำที่สุด กระทรวงพาณิชย์ช่วยผมหน่อย มีคนตั้งข้อสังเกตุเบยอะ เขากำลังจะติดระบบมิเตอร์แทงค์ เราก็จะรู้ปริมาณสต็อก ลานเทไม่ต้องกลุ้มใจเยอะ ว่าทำไมสต็อกมันบวม เริ่มที่สต็อคก ถ้าเราคุมสต็อกให้มันต่ำที่สุด พอกระทรวงพลังงานเริ่มใช้ม.ค.63 ขอเวลาไม่เกิน 2-3 เดือน ผมทำเต็มที่ให้

พอตัวเลขมันวิ่งมาที่ 50 ล้านลิตร ต่อวันเมื่อไหร่ มันควรจะเป็นจุดสมดุลย์ของพวกเราแล้ว วางแผนสต็อคไปด้วยกันอย่าให้ขาด ผมห่วงจริงๆนะครับ วางแผนให้ดีฝากทุกท่านช่วยผมนิด อย่าให้ขาด พอมาใช้พลังงานมันใช้ได้วันละ 57 ล้านลิตรเมื่อไหร่ของบี 10 เมื่อไหร่ มันกินทุกวันไม่หยุดกิน มันเหมือนคนกิน ทำสต็อกให้ดี คุมกันให้ดีตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เพื่อไม่ให้ส่วนอื่นที่ไม่ใช่พี่น้องเกษตรกรเข้ามาปน

“ปีหน้าผมเชื่อว่าเราจะได้เห็นราคาที่ดีของปาล์มน้ำมัน ปีหน้าเราเห็นเสถียรภาพของราคา ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน มาวันนี้ผมว่ายืนยีนในฐานะกระทรวงพลังงานว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย บี 10 เราจะยืนหยัดนโยบาย บี 10 เอาบี 10 ให้อยู่ก่อน ต่อไปจะเป็น บี 12 บี 15 ตามที่ท่านขอเรื่องเล็ก บี 10 เอาอยู่แล้วที่เหลือทำได้หมด”

ทำให้ค่ายรถยนต์เขาเชื่อมั่น ตอนนี้ค่ายรถยนต์เขาเชื่อมั่นหมดแล้ว ทุกคนเอาด้วย จะมีรถยนต์ทั้งหมด 50 กว่าเปอร์เซ็นต์ ของรถยนต์ดีเซลทั้งหมด ใช้ บี 10 ได้สบายๆ แค่นี้ก็ดูดซับหมดแล้ว เรามาเริ่มช่วยกันตรงนี้ สำคัญที่สุดครับนโยบายที่ประกาศวันนี้ เป้าหมายไม่ใช่การใช้ไปเท่าไหร่ ราคายังไง

แต่เป้าหมายใหญ่ที่สุด คือเป็นจุดเริ่มที่เรามีการจัดการระบบปาล์มน้ำมันของประเทศไทย และการจัดการปาล์มน้ำมันถูกจัดการทั้งระบบอย่างแท้จริง โดยที่ไม่ต้องรอกฎหมาย และสำคัญที่สุด บี 10 เป็นเพียงปลายทาง แต่เป้าหมายที่แท้จริงของ บี 10 คือความกินดีอยู่ดีของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มทั้งประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด