ร้องสื่อ สาววัย 33 ถูกครอบครัวบุญธรรมทุบตีตั้งแต่เล็ก ใช้งานโขกสับ ไร้เอกสารติดตัว

25 มิ.ย. 2563 เวลา 7:21 น.

สาววัย 33 ร้องสื่อขอให้ช่วยเหลือถูกครอบครัวบุญธรรมรับเลี้ยงตั้งแต่ 3 ขวบทุกวันนี้อายุ 33 ปี ไร้บัตรประชาชน ไม่รู้ที่มาของตัวเอง ถูกใช้งานโขกสับดุด่า ซ้ำรายถูกหลอกพาไปทิ้ง

25 มิ.ย. 2563 เปรียว หรือ นางสาววรรณพรพร้อมกับนายอิอิยิ มูราคามิได้เดินทางมาที่สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี เขตราชเทวี กทม.เพื่อขอพักพิงและยื่นความจำนงค์ขอสืบประวัติทำบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อยืนยันสิทธิความเป็นคนไทย เนื่องจากถูกครอบครัวบุญธรรมที่รับมาเลี้ยงดูตั้งแต่อายุ 3 ขวบใช้งานและทำร้ายทุบตี ซ้ำยังไม่เคยพาไปยื่เรื่องขอเอกสารทางราชการใดๆเลย

เปรียวเปิดใจเล่าว่า ตลอดเวลา 30 ปีที่อาศัยอยู่กับครอบครัวดังกล่าวไม่เคยมีใครพูดถึงเรื่องราวของครอบครัวเธอเลย เพียงแค่บอกว่ารับมาเลี้ยงจากสถานเลี้ยงเด็กแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ที่ผ่านมาเปรียวจะต้องรับผิดชอบงานบ้านทุกอย่างและคอยทำตามคำสั่่งอย่างเคร่งครัด ซึ่งเวลาที่เธอถูกใช้งานมักจะโดนต่อว่าร่วมด้วยเสมออีกทั้งหากทำไม่ถูกใจคนในบ้านจะต้องถูกทุบตี

เปรียวเล่าต่อว่าเวลาที่เธอถูกทุบตี เธอมักจะหนีออกจากบ้านแต่เพราะไม่มีทรัพย์สินใดๆจึงไปได้ไม่ไกลและต้องกลับทมาที่บ้านตามเดิม ในคืนหนึ่งระหว่างที่กำลังเข้าบ้านเปรียวได้ยินคนในบ้านสนทนากันเรื่องของเธอในทำนองว่า "ไปเอามาทำไมพ่อแม่เขาไม่ให้เอามา"ก่อนอีกคนจะพูดว่า "อย่าพูด"

ที่ผ่านมาครอบครัวดังกล่าวส่งเสียให้เปรียวได้เรียนหนังสือแต่ใช้เวลาอยู่แต่ละโรงเรียยนไม่เกิน2ปีเพราะไม่มีเอกสารหลักฐานยืนยัน เมื่อเปรียวกำลังจะขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 อายุประมาณ15ปี เธอตัดสินใจขอคนในครอบครัวให้พาไปทำบัตรประชาชนซึ่งตอนนั้น เปรียวได้รับคำตอบเพียงว่าหากเป็นเด็กดีจะพาไปทำ แต่สุดท้ายก็ไม่เคยได้ไปทำจนอายุ 33 ปี(ปัจจุบัน)

ส่วนเรื่องที่เปรียวถูกนำไปทิ้งไว้ที่บางแสน เธอยอมรับว่าเกิดขึ้นจริง วันดังกล่าวเธอได้ติดตามญาติคนหนึ่งไปที่บางแสนเมื่อไปถึงร้านอาหารแห่งหนึ่งขณะที่รออยู่ข้างนอกร้านเพราะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปร่วมทานอาหารด้วย ญาติคนดังกล่าวมาแจ้งว่ามีคนที่บ้านลื่นล้มเกิดอุบัติเหตุต้องรีบพาไปโรงพยาบาลให้เปรียวรอที่ร้านอาหาร เธอจึงตัดสินใจรอจนเวลาผ่านไปได้สักระยะนานผิดสังเกตุจึงขอให้ร้านอาหารดังกล่าวพาไปที่สถาานีตำรวจเพื่อส่งกลับบ้าน

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนายอิอิยิ มูราคามิเพื่อนที่โตมาในละแวกใกล้เคียงกันจึงตัดสินใจพาเปรียวเข้ามาขอรับความช่วยเหลือที่สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี เพื่อขอที่พักอาศัยชั่วคราวและขอให้ได้โอกาสในการฝึกอาชีเพื่อหางานเลี้ยงชีพในอนาคต

"จากนี้ไม่ขอกลับไปอยู่ด้วย ถ้าได้บัตรประชาชนก็ขอไปตามทางมีอนาคตข้างหน้า แต่ถ้าถามว่ายังรักครอบครัวนั้นไหมทุกวันนี้ก็ยังรัก"เปรียวกล่าว

ด้านนางสาวราตรี แฉล้มวารี หัวหน้าบ้านพักบ้านราชวิถี กล่าวว่า กรณีนับเป็นกรณีแรกที่เกิดขึ้นแล้วมาขอรับความช่วยเหลือซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะต้องทำการสอบถามข้อมูลทั้งหมดเพื่อเป็นการคัดกรองจากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ทั้งในส่วนสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และนิติกรเข้ามาช่วยเหลือหในแต่ละส่วน ซึ่งรวมไปถึงสถานรับเลี้ยงเด็กกรุงเทพดังกล่าวที่เป็นที่เริ่มต้น เพราะอาจจะมีข้อมูลพื้นฐานของเปรียวเอง

"บัตรประชาชนเป็นสิทธิพื้นฐานเรื่องพลเมือง ที่จะทำให้คนคนหนึ่งได้รับการช่วยเหลือหรือเข้าถึงการบริการพื้นฐานของรัฐได้ "นางสาวราตรีกล่าว

นางสาวราตรีกล่าวต่อว่าในเบื้องต้นเปรียวจะได้รับการดูแลในเรื่องของปัจจัย4ก่อนพร้อมทั้งจะได้พักที่บ้านพักราชวิถีชั่วคราว หล้งจากนี้จะมีการดูแลหรือย้ายไปที่ไหนต้องดูความเหมาะสมต่อไปซึ่งจะมีนักจิตวิทยาเข้ามาตรวจสอบสภาพจิตใจพื้นฐานด้วย หากที่ผ่านมาการโดนทำร้ายทางคำพูดหรือร่างกายส่งผลมาถึงสภาพจิตใจอาจจะต้องมีการพาไปรักษาก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด