เจรจาล่ม ! ชาวบ้านเกือบครึ่งพัน ค้านทำเหมืองแร่

10 ก.ย. 2563 เวลา 10:08 น.

ชาวบ้านกว่า 400 คน จำนวน 10 หมู่บ้าน ร่วมเจรจาคัดค้านการทำเหมืองแร่ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เหตุกระทบวิถีชีวิต ทำลายพื้นที่ป่าสมบูรณ์

จากกรณี ชาวบ้านหมู่ 3 ต.มหาโพธิ อ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี ยื่นหนังสือร้องเรียนคัดค้านโครงการทำเหมืองแร่ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.มหาโพธิ ความคืบหน้าล่าสุด ที่องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)มหาโพธิ อ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 63 นายอภิชัย ศรีเมือง นายอำเภอสระโบสถ์ ได้ออกหนังสือเรียกชาวบ้านร่วมประชุม เพื่อชี้แจงและเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านและผู้ประกอบการบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ขอสัมปทานบัตร พ.ศ.2561 ลงวันที่ 18 เม.ย.61 โดยมี นายนิรันด์  คำล้าน ปลัดอำเภอสระโบสถ์ รักษาราชการแทนนายอำเภอสระโบสถ์ เป็นประธาน พร้อมด้วย น.ส.อภิญญา ชุ่มฤทธื์ ปลัด อบต.มหาโพธิ, นายสุทัศนัย สุวรรณศิลป์ ทนายความที่ปรึกษากฎหมายบริษัทเหมืองแร่ ในฐานะตัวแทนบริษัทเหมืองแร่ และชาวบ้าน 10 หมู่บ้าน จำนวนกว่า 400 คน

เข้าร่วมรับฟังคำขี้แจงจากผู้ประกอบการเหมืองแร่ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งได้ดำเนินการขออนุญาต เข้าทำประโยชน์ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรม ชนิดหินเพอร์ไลต์ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ต.มหาโพธิ์ อ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี  ซึ่งบรรยากาศในที่ประชุม ชาวบ้านที่มาร่วมฟังต่างชูป้ายเขียนข้อความว่า “เราไม่เอาเหมืองแร่” พร้อมตะโกนส่งเสียงคัดค้านตลอดเวลา สุดท้ายทำให้ผลการเจราจาต้องยุติลง ด้วยเหตุที่ชาวบ้านไม่พอใจและไม่ต้องการเหมืองแร

 

ด้าน นางสมบูรณ์ ฉิมพลี  ชาวบ้านหมู่ 3 กล่าวว่า พวกเราชาวบ้านในพื้นที่ไม่เห็นด้วยกับการขออนุญาตทำเหมืองแร่ในพื้นที่ดังกล่าว เพราะจะกระทบกับวิถีชีวิต เนื่องจากพื้นที่ในการขออนุญาตนั้น ห่างจากหมู่บ้านแค่ 2-3 กิโลเมตรเท่านั้น ถ้าเกิดมีการทำเหมืองแร่ เวลามีการขนถ่ายสินค้า ก็จะมีรถขนาดใหญ่ทั้งรถ 10 ล้อ รถพ่วงวิ่งผ่านหมู่บ้าน

จะทำให้เกิดปัญหาเรื่องความปลอดภัย ปัญหาฝุ่นละออง การคมนาคมจะไม่สะดวก เพราะว่าชาวบ้านที่อาศัยอยู่เป็นพื้นที่ป่าสมบูรณ์ หากมีการเปิดเหมืองแร่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อวิถีชุมชน วอนนายกรัฐมนตรี นายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ช่วยให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากการเปิดเหมืองแร่ดังกล่าว

นายสุทัศนัย สุวรรณศิลป์ ทนายความที่ปรึกษากฎหมายบริษัทเหมืองแร่ ในฐานะตัวแทนบริษัทเหมืองแร่  กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น ตรวจพบว่ามีชาวบ้านหมู่ 3 ที่ยื่นหนังสือร้องเรียนนั้น มีการปลอมแปลงลายเซ็นต์ จำนวนกว่า 100 ราย แต่การชี้แจงเพื่อหาข้อยุติ ชาวบ้านไม่รับฟังเหตุผล ผมต้องขอโทษด้วย จะต้องดำเนินการตามขั้นตอน และจะส่งหมายเรียกชาวบ้านมาเป็นรายบุคคลต่อไป

ขณะที่ นายวรายุทธ์  รักษาทรัพย์  อดีตผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า หมู่บ้านของเรามีป่าไม้ ภูเขา แม่น้ำ ลำคลอง ซึ่งชุมชนในพื้นที่ ต.มหาโพธิ พวกเราต้องปกป้องรักษา ส่วนเรื่องที่ว่ามีการปลอมแปลงลายเซ็นนั้น อาจจะมีลูกหลานผู้ป่วยติดเตียงเซ็นชื่อเองไม่ได้ เลยให้ลูกหลานเซ็นแทน มันมีปัญหาตรงข้อนี้แหละ จริงๆวันนี้จะพูดอยู่แล้วว่า ขอมติในที่ประชุมเลยให้มันจบๆไป เพราะชาวบ้านเขาต้องทำมาหากินไม่ต้องเสียเวลาในเรื่องนี้อีก เพราะมันยืดเยื้อมานานพอสมควรแล้ว

ที่ผ่านมาชาวบ้านหมู่ 3 ต้องขอขอบคุณชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ซึ่งพวกเราที่เดือดร้อนได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อท่าน  ด้วยความห่วงใยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ท่านจึงได้ประสานงานทีมทนายความ และสื่อมวลชน เดินทางเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ในการประชุม เพื่อหาข้อยุติการทำเหมืองแร่ดังกล่าวด้วย