สมุนไพรวังพรม ปั้นแบรนด์ยาหม่องไทยขายดีอันดับ 1 ในลาว เร่งทำตลาดใน พม่า-กัมพูชา

16 ก.ย. 2020 เวลา 6:52 น.

สมุนไพรวังพรมขึ้นแท่นยาหม่องสมุนไพรไทยขายดีอันดับ 1 ในประเทศลาว หลังฝ่าวิกฤตโควิด-19 ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 60% แซงหน้าโลคัลแบรนด์เจ้าถิ่น พร้อมเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จ เร่งทำตลาดในประเทศ “พม่า” และ “กัมพูชา” ด้วยกลยุทธ์ปั้นแบรนด์สมุนไพรไทย ขยายฐานลูกค้ากลุ่มประเทศ CLMV ขณะที่ยอดขายในประเทศไทยไตรมาส 3 เริ่มกลับมามีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง หลังยอดสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้นกว่า 50% จากช่วง 2 ไตรมาสแรก

นางสาววัชรีภรณ์ วังพรม กรรมการบริหาร บริษัท สมุนไพรวังพรม จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลัง สมุนไพรวังพรมเดินหน้าขยายตลาดส่งออก โดยมุ่งเป้าขยายฐานลูกค้าในกลุ่มประเทศ CLMV มาตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา ขณะนี้ถือว่าได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคประเทศเพื่อนบ้านเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศลาวที่มีความชื่นชอบในผลิตภัณฑ์สมุนไพรเป็นทุนเดิม และมีไลฟ์สไตล์การใช้ผลิตภัณฑ์ทาถูบรรเทาอาการและนวดผ่อนคลายคล้ายกับคนไทย ทำให้ผลิตภัณฑ์ “ยาหม่องสมุนไพรเสลดพังพอน” และยาหม่องสมุนไพรไทยสูตรอื่นๆ ของแบรนด์สมุนไพรวังพรมเป็นที่ชื่นชอบและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ภายหลังเข้าไปทำตลาดในประเทศลาว 

ล่าสุดในปี 2562 ที่ผ่านมาสามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากปี 2561 อีกทั้งยังครองส่วนแบ่งอันดับ 1 โดยทำยอดจำหน่ายรวมถึง 60% กลุ่มตลาดยาหม่องในประเทศลาว ซึ่งถือเป็นอีกก้าวของความสำเร็จที่ผลิตภัณฑ์ยาหม่องสมุนไพรไทยสามารถทำยอดขายแซงหน้าผลิตภัณฑ์ยาหม่องโลคัลแบรนด์ของลาวได้เป็นครั้งแรก

กรรมการบริหาร บริษัท สมุนไพรวังพรม จำกัด กล่าวว่า เพื่อขยายตลาดและฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น
ในระยะที่สองของการมุ่งเป้าสู่ตลาดกลุ่มประเทศ CLMV สมุนไพรวังพรมจะเร่งผลักดันการทำตลาดและส่งออกไปยังประเทศพม่าและกัมพูชา เนื่องจากผลิตภัณฑ์สมุนไพรโดยเฉพาะยาหม่องยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก ซึ่งจากการคาดการณ์แนวโน้มในสองประเทศคาดว่าจะสามารถผลักดันยอดขายให้เติบโตได้ 8-10% ภายในปี 2565 รวมถึงกระตุ้นยอดขายในประเทศผ่านกลยุทธ์ปั้นแบรนด์สมุนไพรไทย ที่เชื่อมโยงกับภูมิปัญญาและการนวดไทยอันเป็นเอกลักษณ์ และได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ได้แก่

(1) เพิ่มกลุ่มผู้บริโภค โดยเน้นขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนเมืองและคนรุ่นใหม่ที่หันมาให้ความสนใจผลิตภัณฑ์สมุนไพรมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ โดยเน้นทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์และการจัดโปรโมชัน ควบคู่ไปกับช่องทางจัดจำหน่ายหน้าร้านสมุนไพรวังพรมและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศไทย

(2) ยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์สมุนไพรวังพรมไม่เพียงได้รับการยอมรับในกลุ่มประเทศ CLMV เท่านั้น แต่ยังไปไกลถึงกลุ่มประเทศในแถบยุโรปด้วย ซึ่งสอดคล้องกับศาสตร์นวดไทยที่ได้รับยกย่องเป็นมรดกโลก การเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์เข้ากับเรื่องราวและคุณค่าที่ได้รับการยอมรับในต่างประเทศอย่างแพร่หลายจะช่วยเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ก้าวสู่ระดับสากล ผ่านการเปิดตัวคลิปวิดีโอ “เชิดชูนวดไทย จากสมุนไพรวังพรม” ซึ่งไม่เพียงช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ความเป็นไทย แต่ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มคุณค่าและเรื่องราวให้กับผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยอีกด้วย

(3) เตรียมความพร้อมด้านกำลังการผลิต โดยดำเนินการก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ภายใต้มาตรฐาน GMP PIC/S อันเป็นมาตรฐานการผลิตยาของประเทศในสหภาพยุโรป มาตรฐานเดียวกับโรงงานผลิตยาสามัญ เช่น พาราเซตามอล ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่มีเป้าหมายปรับปรุงมาตรฐานการผลิตของผู้ผลิตยาแผนโบราณขนาดกลางและขนาดเล็ก รวมถึงผู้ผลิตที่ผลิตยาในรูปแบบที่มีความเสี่ยงต่ำในประเทศ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการภายในปี
2564

 

ด้าน นายวุฒิชัย วังพรม กรรมการบริหาร บริษัท สมุนไพรวังพรม จำกัด กล่าวถึงยอดจำหน่ายในช่วง 2 ไตรมาสแรกที่ผ่านมาของปี 2563 ระบุว่า ต้องยอมรับว่าสมุนไพรวังพรมก็เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 โดยตรง โดยไม่เพียงต้องหยุดไลน์การผลิตและปิดโรงงานชั่วคราว เนื่องจากผู้บริโภคชะลอการซื้อกะทันหัน จนส่งผลต่อยอดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ในขณะเดียวกันธุรกิจนวดไทยซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้ากลุ่มใหญ่ จำเป็นต้องหยุดให้บริการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงทำให้ยอดจำหน่ายโดยรวมในช่วงนั้นค่อนข้างชะงักตัว

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ในช่วงเดือนกรกฎาคม และสิงหาคมที่ผ่านมา ตลาดต่างๆ ของผลิตภัณฑ์สมุนไพรวังพรมเริ่มกลับมามีคำสั่งซื้อและมีแนวโน้มปรับขยายตัวต่อเนื่อง คิดเป็นประมาณ 50% จากช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก

ขณะนี้โรงงานต้องเดินสายพานการผลิตอย่างเต็มกำลัง และเพิ่มโอทีพนักงาน 100% ซึ่งหากยอดคำสั่งซื้อเป็นเช่นนี้ต่อไป คาดว่าภายในสิ้นปี 2563 สมุนไพรวังพรมจะประคองสถานการณ์ผ่านพ้นช่วงวิกฤตโควิด-19 ไปได้ โดยมียอดขายตามเป้าหมายที่วางไว้

ทั้งนี้ ในปี 2563 สมุนไพรวังพรมเปิดดำเนินกิจการครบ 25 ปี โดยมีผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 6 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มยาดม กลุ่มยาสมุนไพร กลุ่มยาแคปซูล กลุ่มของใช้ส่วนตัว กลุ่มของชำร่วย และกลุ่มยาสำหรับนวด ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะ “ยาหม่องสูตรเสลดพังพอน” ที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยสีของผลิตภัณฑ์และกระปุกสีเขียว มีสรรพคุณช่วยแก้คันจากพิษแมลงสัตว์กัดต่อย มีกลิ่นหอมนวล-ละมุน และ “ยาหม่องสูตรไพล” กระปุกสีเหลือง ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ดี

ปัจจุบันยาหม่องแบรนด์สมุนไพรวังพรมถือเป็น 1 ใน 5 ผู้นำตลาดยาหม่องในประเทศไทยที่มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 3 พันล้านบาท โอกาสการเพิ่มยอดขายในสินค้ากลุ่มนี้จึงยังมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง ในขณะที่ตลาดผู้บริโภคต่างชาตินั้นส่วนใหญ่ชื่นชอบและติดใจจากประสบการณ์ตรง หลังเข้ารับบริการร้านนวดแผนไทย หรือมีโอกาสได้ทดลองทาถูระหว่างเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจนเกิดเป็นกระแสแนะนำปากต่อปาก