ชาวบ้านไม่ไว้ใจ เร่งขนของหนีมวลน้ำจาก "เขื่อนลำพระเพลิง-ลำตะคอง"

17 ต.ค. 2563 เวลา 11:14 น.

ชาวโคราชขนของหนีน้ำ หลังมวลน้ำจากเขื่อนลำพระเพลิง-ลำตะคอง เอ่อล้นตลิ่งอย่างรวดเร็ว ท่วมบ้านเรือน พื้นที่เกษตรหลายจุด ขณะที่ปริมาณน้ำในพื้นที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เพราะอำเภอพิมายเป็นพื้นที่สุดท้ายรองรับน้ำจากเขื่อนต่าง ๆ ของจังหวัด

ชาวโคราชขนของหนีน้ำ หลังมวลน้ำจากเขื่อนลำพระเพลิง-ลำตะคอง เอ่อล้นตลิ่งอย่างรวดเร็ว ท่วมบ้านเรือน พื้นที่เกษตรหลายจุด ขณะที่ปริมาณน้ำในพื้นที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เพราะอำเภอพิมายเป็นพื้นที่สุดท้ายรองรับน้ำจากเขื่อนต่าง ๆ ของจังหวัด

วันนี้ (17ตุลาคม2563) นายคำรณ เตียตระกูล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ได้ออกประกาศเป็นหนังสือแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่อำเภอพิมาย ให้เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งในแม่น้ำมูล หลังจากลุ่มน้ำลำพระเพลิงและลำตะคองมีปริมาณน้ำสะสมจำนวนมาก ซึ่งมวลน้ำดังกล่าวได้ไหลลงสู่ลำน้ำมูล ทำให้ระดับน้ำในลำน้ำมูล ตั้งแต่ช่วงอำเภอโนนสูง อำเภอเฉลิมพระเกรียติ อำเภอจักราช และอำเภอพิมาย มีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

โดยล่าสุด พบว่า ปริมาณน้ำในลำน้ำมูลที่ไหลผ่านพื้นที่ตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นกว่า 20 เซนติเมตร และได้ไหลเอ่อท่วมบ้านเรือนที่อยู่ติดกับลำน้ำ สูงกว่า 1 เมตร บ้านเรือนราว 10 หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อน ต้องเร่งขนย้ายสิ่งของมีค่าออกจากบ้าน แล้วไปอาศัยอยู่บ้านญาติแทน ซึ่งปริมาณน้ำมูลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ ได้หลากท่วมนาข้าวและไร่อ้อยของเกษตรกรได้รับความเสียหายกว่า 200 ไร่ และปริมาณน้ำในพื้นที่ ยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากอำเภอพิมาย เป็นพื้นที่สุดท้ายที่รองรับปริมาณน้ำจากเขื่อนต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา จึงขอแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านในพื้นที่สองฝั่งลำน้ำมูล โดยเฉพาะที่ลุ่มต่ำ ได้เฝ้าระวัง เร่งเก็บของขึ้นที่สูง และเตรียมความพร้อมรับมือกับมวลน้ำที่จะไหลหลากเข้าพื้นที่ในช่วงนี้ด้วย