ตร. เตรียมชี้แจงสารเคมีผสมน้ำฉีดม็อบ ยันไม่ปิดกั้นหากมีการฟ้องร้อง

22 พ.ย. 2563 เวลา 7:50 น.

ตำรวจ เผย สัปดาห์หน้า ผู้จัดซื้อจัดหา-ผู้เชี่ยวชาญ ชี้แจงสารเคมีน้ำฉีดใส่ผู้ชุมนุม รับสารเคมีอาจมีผลกระทบ-ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หากจะฟ้องร้องไม่ตัดสิทธิ์ ส่วนการแจ้งข้อหาผิด ม.112 อยู่ระหว่างพิสูจน์ตัวบุคคล

ตำรวจ เผย สัปดาห์หน้า ผู้จัดซื้อจัดหา-ผู้เชี่ยวชาญ ชี้แจงสารเคมีน้ำฉีดใส่ผู้ชุมนุม รับสารเคมีอาจมีผลกระทบ-ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หากจะฟ้องร้องไม่ตัดสิทธิ์ ส่วนการแจ้งข้อหาผิด ม.112 อยู่ระหว่างพิสูจน์ตัวบุคคล

วันนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.พร้อม พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น.และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยภายหลังการแถลงการดูแลด้านจราจร กลุ่มผู้ชุมนุมนัดรวมตัวทำกิจกรรม โดย พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรที่แยกวังแดง สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ ได้ประชุมเตรียมการเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดได้ ทั้งนี้ตำรวจยังไม่ขอศาลเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวต่อแกนนำผู้ชุมนุมบางส่วน 

มาแล้ว ผลตรวจน้ำฉีดม็อบราษฎรเกียกกาย อาจทำให้ผิวไหม้ และตาบอดได้

ลูกเกด ราษฎร63 เปิดภาพแผลโดนน้ำสีม่วง ถามกลับ แก๊สน้ำตาไม่อันตราย?

อ.อ๊อด โพสต์เหล็กรถฉีดน้ำยังผุขนาดนี้ เจอเนื้อมนุษย์ไม่ต้องนึกภาพเลย

 

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวถึงการแจ้งการชุมนุมแล้วแต่หากมีการกระทำใดเข้าข่ายความผิดอื่นๆ ตำรวจยังคงต้องพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายเช่นทุกครั้ง จึงขอให้ผู้ชุมนุมปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณีมีแกนนำผู้ชุมนุมแจ้งว่าถูกเจ้าหน้าที่ติดเครื่องจีพีเอสไว้ใต้ท้องรถนั้นยังไม่ได้รับรายงาน เพราะรถส่วนใหญ่ก็ติดอยู่แล้ว ตำรวจไม่จำเป็นต้องตามขนาดนั้น เรามีวิธีการอยู่แล้ว

สำหรับสารเคมีในการฉีดน้ำนั้น สัปดาห์หน้าจะมีการชี้แจงจากผู้จัดซื้อจัดหาและผู้เชี่ยวชาญ ยืนยันว่าขั้นตอนทั้งหมดมีวัตถุประสงค์เพื่อระงับยับยั้งไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าเขตแนวที่ห้ามไว้ แต่ยอมรับว่าสารเคมีนั้นมีผลกระทบแน่นอน แต่จะเป็นผลข้างเคียงอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับบุคคล สำหรับอาการบาดเจ็บก็ต้องไปดูในส่วนที่เกี่ยวข้องว่าจะรับผิดชอบอย่างไร หากผู้ชุมนุมจะฟ้องร้องเราก็ไม่ตัดสิทธิ์ เพราะที่ผ่านมายังมีการฟ้องร้องในส่วนอื่นๆ ด้วย อีกทั้งก่อนการใช้ก็ฝึกซ้อมจนชำนาญ ตำรวจทำตามขั้นตอนแน่นอน

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงการแจ้งข้อหาผิด ม.112 ยังต้องดูตามพฤติการณ์และบริบทของผู้ชุมนุมหากเข้าข่ายก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหาตามนั้น ยืนยันว่าตำรวจต้องให้ความเป็นธรรม และการแจ้งข้อกล่าวหานี้จะต้องพิจารณาระดับกองบัญชาการเท่านั้น ส่วนการเตรียมออกหมายเรียกผู้ชุมนุมที่รัฐสภา แยกเกียกกาย และหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น สน.บางโพ สน.เตาปูน และ สน.ปทุมวัน กำลังพิสูจน์ทราบตัวบุคคล จะมีคนผิดมากกว่า 30 รายหรือไม่ ตัวเลขไม่สำคัญ สำคัญที่คนกระทำผิด เชื่อว่าจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

 

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า เบื้องต้นความผิดแบ่งเป็นหลายส่วน สำหรับผู้ชุมนุม เข้าข่ายผิดฐานจัดการชุมนุมโดยมิชอบ บางส่วนสมคบกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปก่อความไม่สงบเรียบร้อย ส่วนที่ปราศรัยที่พาดพิงผิดฐานหมิ่นประมาท อีกส่วนที่ทำลายสิ่งของและกล้องวงจรปิด ฐานทำให้เกิดความเสียหายซึ่งทรัพย์สินเอกชน ทรัพย์สินราชการ และทรัพย์สินสาธารณะ

เมื่อถามความคืบหน้าการที่มีชายเสื้อกันฝนสีชมพูรายหนึ่งออกมาแสดงตัวว่าไม่ใช่คนที่ทำท่าเล็งปืนตามในข่าว พล.ต.ต.ปิยะ ตอบว่า หากมั่นใจว่าตัวเองไม่ใช่คนผิด ก็ให้ไปพบตำรวจเตาปูนเพื่อเป็นพยานในคดี เพราะในม็อบมีคนชุดสีชมพูเยอะ จึงต้องพิสูจน์ทราบว่าเป็นคนเดียวกันจริงหรือไม่ เรื่องการตามตัวตอนนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว อีกทั้ง พฐ.ยังตรวจพบปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุหลายชนิด จุดแรกตรงรถบัส ตชด.ใกล้แยกเกียกกาย อีกจุดที่พบมาก อยู่เลยทางเข้าวัดใหม่ทองเสน ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่เกิน 400 เมตร