กีฬา กีฬาจิปาถะ กีฬาต่างประเทศ

กีฬาจิปาถะ : แชมป์สมัยที่ 6 ???

ความฝันของเหล่า “เดอะค็อป” สาวก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่จะเห็นทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ใกล้จะเป็นความจริงแล้ว แต่ก็มีเหตุผลอ้างอิงหลายอย่างที่พวกเขาจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น ไปติดตามได้ใน “กีฬาจิปาถะ” ครับผม

กีฬาจิปาถะ

แชมป์สมัยที่ 6 ???

“ลิเวอร์พูล จะเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก สมัยที่ 6”

เชื่อเหลือเกินว่า ถ้อยคำนี้คงจะดังก้อง และวนเวียนอยู่ในความคิดของเหล่า “เดอะค็อป” สาวก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทุกคน ณ เวลานี้

เพราะนอกจากลูกสมุนของ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะกรุยทางผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ได้เป็นสมัยที่ 8 ในประวัติศาสตร์ของสโมสรแล้ว ฟอร์มการเล่นของเหล่าบรรดานักเตะ “หงส์แดง” ก็ถือว่า ยอดเยี่ยม และดีวันดีคืน

โดยเฉพาะบรรดาผู้เล่นในแนวรุกทั้ง โมฮัมเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่ยิงประตูรวมกันในแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลนี้ไปแล้วถึง 29 ประตู ทำลายสถิติเดิมของ “บีบีซี” คริสเตียโน่ โรนัลโด้ , แกเร็ธ เบล และ คาริม เบนเซม่า สามประสานในเกมรุกของ เรอัล มาดริด ที่ทำไว้ในซีซั่น 2013/2014 ด้วยประตูรวม 28 ลูก

ซึ่งดูจากสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว ก็ไม่แปลกใจว่า ทำไม “เด็กหงส์” จะมองไปถึงการรับแชมป์ที่กรุงเคียฟ ในวันที่ 26 พ.ค.นี้กันแล้ว

แต่ “ความฝัน” ของเด็กหงส์ทั่วโลก อาจจะต้องหยุดชะงัก เมื่อบรรดาสื่อทั่วโลก และบรรดาเพจของเหล่าสาวก “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่อริสำคัญของหงส์แดง ต่างก็ออกมาเบรก “ความฝัน” ดังกล่าวเป็นการใหญ่ ด้วยการยกสถิติ และเหตุผลอ้างอิงแบบเป็น “ตุ” เป็น “ตะ” มายืนยันว่า “เด็กหงส์” จะไม่ได้ฉลองแชมป์ในเกมที่ กรุงเคียฟ อย่างแน่นอน

เหตุผลแรกที่ถูกยกมาอ้างอิงก็คือ ด่านสุดท้าย หรือ คู่ชิงชนะเลิศของ ลิเวอร์พูล คือ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด แชมป์เก่า และแชมป์ 12 สมัยของถ้วยใบนี้นั้นเอง

ศักยภาพของ เรอัล มาดริด ณ เวลานี้ถึงแม้จะไม่ยอดเยี่ยมเหมือนเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา แต่อย่าลืมว่า “ราชันชุดขาว” ยังอุดมไปด้วยนักเตะระดับแถวหน้าของโลก และส่วนใหญ่เป็นนักเตะชุดที่คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาครองเมื่อฤดูกาลที่แล้วแทบทั้งนั้น

นอกจากนี้บรรดานักเตะอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, แกเร็ธ เบล, คาริม เบนเซม่า, อิสโก้ และลูก้า โมดริช ก็มีประสบการณ์การโชกโชน และผ่านเกมใหญ่ระดับ 5 ดาวมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน จนน่าจะทนความกดดันในเกมรอบชิงชนะเลิศได้มากกว่า นักเตะลิเวอร์พูล อย่างแน่นอน

“ราชันชุดขาว” คือด่านทดสอบสำคัญของ “หงส์แดง”

เหตุผล “ดับฝัน” ข้อต่อมาก็คือ ลิเวอร์พูล มักจะต้านทานความกดดันในเกมใหญ่ๆ ไม่ไหว ซึ่งถ้าหากใครติดตามฟอร์มของพวกเขามาตลอดในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จะเห็นได้เลยว่า “มันคือเรื่องจริง”

เพราะถึงแม้พวกเขาจะมีเกมรุกที่ยอดเยี่ยม และถล่มประตูคู่แข่งได้เป็นกอบเป็นกำ แต่สุดท้าย ลิเวอร์พูล มักจะ “แผ่วปลาย” ในช่วงท้ายเกม และเสียประตูง่ายๆ บ่อยครั้ง จนเกือบเอาตัวไม่รอดดู ซึ่ง 2 เกม กับ “โรม่า” คงจะเป็นเครื่องยืนยันเรื่องดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

ที่สำคัญเมื่อต้องโคจรมาเจอกับ เรอัล มาดริด ที่ประสบการณ์เหนือกว่าในรอบชิงชนะเลิศด้วยแล้ว คงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอนที่ลูกสมุนของ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะได้ฉลองแชมป์สมัยที่ 6 บนแผ่นดินยูเครน

เหตุผลข้อสุดท้ายก็คือ เจอร์เก้น คล็อปป์ มักจะชอบสวมบท “พระรอง” เสมอ เมื่อนำทีมผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วย โดย 5 นัดหลังสุดที่ คล็อปป์ นำทีมเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วย จบลงด้วยความ “พ่ายแพ้” ทั้งหมด

เจอร์เก้น คล็อปป์ มักเป็นพระรองเสมอเมื่อนำทีมเข้าชิงฟุตบอลถ้วย

โดยสถิติ 5 เกมหลังสุดของ คล็อปป์ มีดังนี้

ปี 2013 คุม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 1-2 พลาดแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

ปี 2014 คุม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แพ้ต่อเวลา บาเยิร์น มิวนิค 0-2 พลาดแชมป์เดเอฟเบ โพคาล

ปี 2015 คุม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แพ้ โวลฟ์สบวร์ก 1-3 พลาดแชมป์เดเอฟเบ โพคาล

ปี 2016 คุม ลิเวอร์พูล แพ้ จุดโทษ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-3 พลาดแชมป์แคปิตอล วัน คัพ

ปี 2016 คุม ลิเวอร์พูล แพ้ เซบีญ่า 1-3 พลาดแชมป์ยูโรป้า ลีก

โดย  เจอร์เก้น คล็อปป์ เคยนำทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยเพียงแค่ครั้งเดียว คือ การนำ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คว้าแชมป์เดเอฟเบ โพคาล เมื่อปี 2012 ด้วยการเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ในรอบชิงชนะเลิศ 5-2

และนี่ก็คือ เหตุผลอ้างอิงทั้งหมด ที่บรรดา “กองแช่ง”  ยกตัวอย่างเพื่อ “ดับฝัน” เหล่า “เดอะค็อป” สาวกที่จงรักภักดีของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล

ซึ่งก็ต้องมาติดตามกันต่อไปว่า สุดท้ายแล้วเหตุผลอ้างอิงทั้งหมดจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่ “ความอิจฉา” ของบรรดา “กองแช่ง” ที่หยิบยกมาอ้างอิงเท่านั้น

อีกแค่นัดเดียวเหล่า “เดอะค็อป” ก็จะได้สุขสมหวังกันแล้ว

แต่สำหรับแอดมินแล้ว บอกได้คำเดียวเลย

“ฟุตบอลลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้”

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

และคำตอบทั้งหมดมันอยู่หลังจบเกมบนแผ่นดินยูเครน 26 พ.ค.นี้นั้นเอง