เงินหมดเมียทิ้ง! “วีระ เกิดพุดซา” ตัดพ้อชีวิต หลังเอี่ยวคดีล้มบอล

ผ่านมาเกือบปีแล้ว สำหรับเหตุการณ์ที่ทำเอาสะเทือนไปทั้งวงการฟุตบอลไทย กับกรณีที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวจับกุมขบวนการกำหนดผลการแข่งขันฟุตบอลล่วงหน้า หรือ ล้มบอล โดยมีผู้กระทำผิด 12 ราย หนึ่งในนั้นมีชื่อของ วีระ เกิดพุดซา อดีตผู้รักษาประตูของ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี รวมอยู่ด้วย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา วีระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตัดพ้อชีวิต หลังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีล็อกผลบอล ทำให้ถึงกับหมดตัว และยังถูกภรรยาที่คบหากันมานานกว่า 12 ปีขอแยกทาง ซึ่ง วีระ ระบุว่า “12 ปีก่อนผมรู้จักกับ ผญ.คนหนึ่งเราสองคนเป็นนักกีฬามหาวิทยาลัยเดียวกัน เราเริ่มคุย ทักทายกัน เราสองคนเริ่มขยับความสัมพันธ์กันขึ้นเรื่อยๆจนได้เป็นแฟนกัน ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ขึ้นเขา ลงทะเล หรือที่ต่างๆ เราไปด้วยกันตลอด จนครบปีที่ 6 จึงตกลงแต่งงานกันในวันที่ 29 ม.ค. 2555

ใช้ชีวิตหลังแต่งงานด้วยกัน จนถึงวันที่ 2 มิ.ย. 2555 เรามีสร้อยทองคล้องใจคือ ลูกชาย ด้วยกันหนึ่งคน ชีวิตอยู่ในช่วงที่ดีมากๆ มีเงินทองจากเงินเดือนของนักกีฬาร่วม 6 หลัก ผมเป็นคนที่ใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟื่อยมาก ผมยอมรับคับว่า ทั้ง กิน ดื่ม ติดเพื่อน และที่เลวร้ายที่สุดคือการพนัน ผมเป็นคนที่เล่นการพนัน เสียไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ไม่เคยเข็ด จนลูกชายเข้าประมาณ 3 ขวบ แฟนของผมเริ่มหางานทำ ขายของออนไลน์บ้าง เข้าทำงานในห้างบ้าง จนที่สุดแล้วแฟนผมได้เข้าทำงานที่บริษัท เฟอนิเจอร์แห่งหนึ่ง งานของแฟนผมดีขึ้นเรื่อยๆ จนถึงช่วงเวลาหนึ่ง ผมต้องออกไปทำงานที่ ตจว. เป็นครั้งแรกที่เราสามคนไม่ได้อยู่ด้วยกัน และก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เข้ามาทดสอบสภาพจิตใจของครอบครัวเรา แต่เราก็ผ่านมากันได้ (ผมคิดเองน่ะ)

จุดพลิกผันของผมได้เริ่มขึ้นเมื่อประมาณวันที่ 20 พ.ย. 2560 มีกลุ่มคน 7-8 คน มาที่บ้านมาเชิญตัวผมไปโรงพักแถวๆ พญาไท ผมถูกแจ้งข้อหา พัวพันกับการล้มกีฬา ตอนนี้คดีอยู่ในการดำเนินการของศาล หลังจากเกิดเรื่องราวนี้ขึ้นชีวิตครอบครัวก็แย่ลงๆ ผมไม่มีรายได้เป็นหลักเป็นแหล่ง “ถูกแฟนขอหย่า” เราหย่ากันเพราะเรื่องหนี้สินของผม ที่จะไม่ต้องกระทบกับเธอ เธอบอกว่า “แค่หย่ากันเฉยๆ ก็อยู่กินกันตามปกติ” ผมก็เลยตกลงหย่า

เราไปหย่ากันวันที่ 29 ม.ค. 2561 วันนี้เมื่อ 6 ปีที่แล้วเป็นวันที่เราแต่งงานกัน (รวมหอ แต่ไม่ลงโรง) แต่แล้วมันไม่เป็นตามที่คุยกันไว้ เธอเริ่มตีตัวออกห่างผมเรื่อยๆ จนถึงวันที่ผมได้ยินคำพูดจากปากเธอ 23 มิ.ย.61 ว่า

แฟน: ก็ไม่ได้รักแล้วอ่ะ”

ผม: เพราะอะไรถึงไม่รักแล้ว เพราะพี่ไม่มี เงินให้ใช้แล้วใช้มั้ย แฟนผมเงียบแล้วก็ตอบมาว่า

แฟน: ก็ไม่ได้รักแล้วอ่ะและอีกอย่างฉันเข้ากับครอบครัวพี่ไม่ได้

ตลอดระยะ 6-7 เดือนผมตามง้อ อ้อนวอน ขอโทษ ทำทุกอย่างที่คนเสียสติคนหนึ่งจะทำได้ เพื่อขอร้อง ให้เธอหยิบยื่นโอกาส ให้ผมแก้ไขในสิ่งที่พลาดไป (เธอบอกว่า 10 ปีรอได้มั้ยล่ะ) ห่าขัวมึงเอ้ยย

16 ก.ค.61 ถึงเวลาที่ผมต้องกลับไปอยู่บ้าน ตจว.จริงๆ ตลอดเวลาที่กลับมาอยู่บ้านผมพยายาม ทัก โทร หาเธอตลอดทุกวัน แต่มันกับไม่มีอะไรดีขึ้นเลย เวลาเราสองคนคุยกันจะคุยกันได้ไม่นาน ต้องมีเรื่องทะเลาะกันตลอด

-ถามตัวเองซิ ว่าตอนนี้พี่คู่ควรกับฉันมั้ย มันเป็นคำพูดผมฟังแล้วก็บอกกับตัวเองว่า “หยุดเถอะมึง” #12ปี #อย่าเสียใจที่มันได้จบลง #ต้องขอบคุณต่างหากที่มันได้เกิดขึ้น #รักกันก็ดูแลกันดีๆไม่รักกันก็ลากันดีๆ

ขอบคุณภาพจาก Weera Koedpudsa