กีฬา กีฬาต่างประเทศ กีฬาในประเทศ

ใครก็ได้!! “โค้ชโต่ย” พร้อมนำ “ช้างศึก” บู๊ทั้ง “จีน-เกาหลีใต้”

“โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กุนซือทีมชาติไทย ยืนยันพร้อมนำลูกทีมเจอใครก็ได้ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลเอเชียนคัพ ไม่ว่าจะเป็น จีน หรือ เกาหลีใต้ โดยจะทำหน้าที่ให้เต็มที่ เพราะการเข้ารอบถือเป็นกำไรของทัพ “ช้างศึก” แล้ว

โดยทีมชาติไทย เข้ารอบน็อคเอาท์ได้สำเร็จ ในฐานะรองแชมป์กลุ่ม เอ เมื่ออีกคู่ บาห์เรน ชนะ อินเดีย 1-0 ทำให้มี 4 แต้มเท่ากัน แต่ไทยเฮดทูเฮดดีกว่า

ซึ่งทางด้าน ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กล่าวหลังจบเกมว่า “ก่อนที่เราจะเจอกับยูเออี เราก็รู้สึกกังวลว่า จะทำได้ดีแค่ไหน แต่เราก็คิดไว้แล้วว่าสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นในสนาม มันมีอะไรบ้าง เราก็เตรียมตัวมาดี ซึ่งก็เป็นเกมที่สนุก”

“จริงๆ แล้ว ผลอีกสนามหนึ่งก็ทำให้เราต้องลุ้นเหมือนกัน แต่ผมก็บอกทุกคนว่า สมาธิต้องนิ่ง เราต้องทำให้ได้ก่อน ซึ่งก็ต้องชมนักเตะทุกคน ที่เล่นด้วยความทุ่มเท และสามารถทำให้เกมออกมาแฮปปี้สำหรับทีมชาติไทย”

“พอจบเกมก็รู้สึกดีใจ เพราะมันไม่น่าเป็นไปได้ เนื่องจากตอนแรกๆ มันดูกระท่อนกระแท่น แต่จริงๆแล้ว เด็กทุกคนต้องการสร้างประวัติศาสตร์เพื่อทีมชาติไทย ยิ่งเล่น เราก็ยิ่งเห็นความมุ่งมั่นของเด็ก และการทำงานร่วมกันระหว่างโค้ชกับนักเตะ มันสามารถทำงานไปได้ด้วยดี ก็ไม่น่าเชื่อเหมือนกันครับว่า สิ่งนี้มันจะเกิดขึ้นจากพวกผม ที่มารับงานกับโค้ชโชคนะครับ ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไทย และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ครับ”

“รอบน็อคเอาท์ เราไม่สามารถเลือกทีมได้แล้วครับ เจอทีมไหน เราก็สู้เต็มที่เหมือนเดิม เพียงแต่ว่าจะหนักหรือเบาเท่านั้นเอง อยู่ที่การทำงานของผม ผู้ช่วย แล้วก็ทีมงาน น้องๆ นักเตะ สิ่งที่เราจะทำได้คือทำการบ้าน และการทำงานที่หนักขึ้น เพื่อที่จะเจอกับจีนหรือเกาหลีใต้”

“ผ่านเข้ารอบนี้ รอบต่อไปถือว่าเป็นกำไรแล้วครับ แต่ถึงอย่างไร เราก็ยังต้องทำงานหนัก เพราะฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ ทีมที่ครองบอลได้เยอะที่สุด จบเกม อาจจะเป็นทีมที่แพ้ก็ได้ ตรงนี้ผมว่าต้องไปสู้กันที่แท็คติกมากกว่า” โค้ชโต่ย ปิดท้าย

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

สำหรับ ทีมชาติไทย จะพบกับ รองแชมป์กลุ่ม ซี ระหว่าง จีน กับ เกาหลีใต้ ในศึกเอเชียนคัพ 2019 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่สนาม ฮัสซา บิน ซายิด สเตเดียม, อัล ไอน์ ในวันที่ 20 มกราคม 2562 เวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย