เลือกตั้ง 62 : ‘ชัชชาติ’ ติงบอร์ด อสมท. ปลดผู้ประกาศดีเบต สะท้อนความไม่เป็นประชาธิปไตย

02 มี.ค. 2562 เวลา 8:07 น.

‘ชัชชาติ’ ไม่เห็นด้วย บอร์ด อสมท. ปลดผู้ประกาศดีเบต มอง "ประยุทธ์" แทรกแซงการทำงานสื่อ อีกทั้งไม่เป็นผลดีกับ อสมท.

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายนพดล ปัทมะ และนายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่หาเสียงจังหวัดเชียงใหม่ โดยกระจายออกเป็น 3 สายได้แก่ นายชัชชาติ พร้อมด้วยนายปลอดประสพ นายนพดล และผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 (อำเภอเมือง), นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ หมายเลข 6, และเขต 6 (อำเภอเชียงดาว, เวียงแหง, ไชยปราการและฝาง) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หมายเลข 1 ขึ้นรถแห่รอบอำเภอเมืองเชียงใหม่ และเดินตลาดวโรรส ได้รับความสนใจจากพ่อค้าแม่ค้าและชาวเมืองเชียงใหม่ ทักทายให้การต้อนรับและขอถ่ายรูปตลอดเส้นทาง ระหว่างทางมีแม่ค้าร้านขายหนังสือมอบปากกาเป็นของที่ระลึกให้กับนายชัชชาติ และโชว์อัลบั้มรูปที่ถ่ายคู่กับนายทักษิณ และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรให้ดูว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้

นายชัชชาติ กล่าวว่าการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก และSMEs ซึ่งปัญหาสำคัญคือการหาแหล่งเงินกู้ให้กับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กได้นำมาหมุนเวียนและต่อยอดธุรกิจ พร้อม แสดงความมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งครบทั้ง 9 เขตในจังหวัดเชียงใหม่

นอกจากนี้นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงกรณีที่กรรมการบริหาร อสมท. ปลดพิธีกรหญิงช่อง 9 หลังจัดรายการดีเบตสะท้อนคนรุ่นใหม่ไม่เห็นด้วยกับการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ คสช. ว่า สื่อมวลชนเป็นสถาบันสำคัญของประชาธิปไตย ดังนั้นการแทรกแซงสื่อจึงเป็นคำถามว่าสมควรหรือไม่?ช่อง 9 ซึ่งเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจแสดงว่าเป็นของประชาชนไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ยิ่งต้องเป็นกลาง อีกทั้งคนที่มาแสดงความคิดเห็นก็เป็นอิสระไม่มีใครบังคับ และไม่ได้ว่าใครคนใดคนหนึ่ง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่อย่าให้เกิดขึ้นอีก ตนมองว่าการแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระเป็นหัวใจสำคัญของประชาธิปไตย ใครจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่เวทีในการแสดงความเห็นเป็นเรื่องสำคัญ และหากเป็นการแทรกแซงของภาครัฐจะส่งผลลบกับฝ่ายภาครัฐเอง ทำให้มีแรงสะท้อนกลับยิ่งแรงขึ้น คนเห็นความไม่เป็นธรรมหรืออยุติธรรม คนยิ่งไม่ชอบ ตนเชื่อว่าคนไทยเกลียดความอยุติธรรม อีกด้านหนึ่งการกระทำลักษณะนี้เป็นความไม่ฉลาดทางธุรกิจ เพราะกลายเป็นกระแสลบกับทาง อสมท. มากกว่า ตรงกันข้ามหากปล่อยไปตามธรรมดา และปล่อยให้ประชาชนมองด้วยวิจารณญาณของตัวเอง อนาคตคงต้องดูให้ละเอียดและรอบคอบมากขึ้น เมื่อถามว่าหากปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นขนาดนี้ กลัวซ้ำรอยเหตุการณ์ลงประชามติหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า หากประชาชนเห็นแบบนี้จะยิ่งมีทางในการไปหาข้อมูลเพิ่มเติม และสื่อที่ไม่เป็นธรรมก็จะมีคนฟังลดลงและเลิกเชื่อถือ ซึ่งเป็นผลลบกับตัวสื่อเอง ที่แสดงความไม่เป็นธรรม นอกจากนี้นายชัชชาติยังกล่าวว่า อสมท. เองปีที่แล้วขาดทุนไปกว่า 300 ล้านดังนั้นบอร์ดจึงควรไปดูผลประกอบการของบริษัทตัวเองด้วย ถ้ายิ่งไม่เป็นกลางคนจะมาฟังน้อยลง เพราะทุกคนมีทางเลือกมากขึ้น แต่ถ้าเป็นกลางทุกคนจะมาฟังและตัดสินใจด้วยตัวเอง และทุกอย่างจะเข้มแข็งขึ้น แต่ทำแบบนี้ทุกอย่างจะยิ่งอ่อนแอลง